เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ว่า ในการประชุมวันนี้ได้พูดคุยกันในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 ซึ่งสำนักการคลังและสินทรัพย์ สพฐ.ได้รายงานตัวเลขการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งตนก็ได้เร่งรัดให้มีการเบิกจ่ายเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายเวลาและระเบียบกฏหมายของทางภาครัฐกำหนดไว้ทั้งส่วนกลางและเขตพื้นที่ฯเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะงบลงทุน ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การก่อสร้างอาคารสถานที่ เป็นต้น และให้รายงานทุกวันอังคารเพื่อจะได้ติดตามกำชับอย่างต่อเนื่อง

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า มีหนังสือจากสำนักงบประมาณ “เรื่องการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม 25% ซึ่งงวดแรกและงวดที่สองได้ดำเนินการไปแล้ว 75% ก็จะเร่งรัดติดตามการใช้งบประมาณเหล่านี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดไม่ให้ได้รับผลกระทบเช่น เงินเดือนครูอัตราจ้าง พนักงานเจ้าหน้าที่ จะต้องจ่ายให้ครบทุกเดือน ดังนั้นก็ขอฝากบอกอัตราจ้างเหล่านี้ไปว่า จะไม่ได้รับผลกระทบเรื่องเงินเดือนแน่นอน เราจะดูแลให้เป็นปัจจุบันทันสมัยและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจและสร้างมาตรฐานการทำงานเพื่อส่วนรวมต่อไป อย่างไรก็ตาม สำนักงบประมาณยังบอกว่าถ้ามีความจำเป็นจะขอเพิ่มเติมงบประมาณ ก็ให้ขอมาได้ ดังนั้น สพฐ.ก็จะไปวิเคราะห์ว่าอะไรมีความจำเป็นจะต้องของบประมาณเพิ่มเติมในส่วนที่จำเป็นจริง ๆ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานของ สพฐ.ทั้ง ส่วนกลาง เขตพื้นที่ฯ โรงเรียน และการใช้งบประมาณครั้งนี้ก็จะใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดกับทางราชการ และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

“ส่วนมาตรการ Work from home ของ สพฐ.นั้น ในที่ประชุมได้วิเคราะห์ในแง่มุมต่าง ๆ แล้วเห็นว่า ในส่วนกลางตั้งแต่เลขาธิการ รองเลขาธิการ กพฐ.ผู้ช่วย กพฐ.ผอ.สำนักต่าง ๆ ผอ.กลุ่มงาน จะต้องมาทำงานตามปกติ เพื่อให้ขับเคลื่อนงานต่อไปได้ไม่สะดุด ส่วน เขตพื้นที่การศึกษา ตั้งแต่ผอ.เขตพื้นที่ฯ รอง.ผอ.เขตพื้นที่ฯ ผอ.กลุ่มงาน ก็ให้มาทำงานตามปกติ ส่วนเจ้าหน้าที่ ก็ให้หมุนเวียนตามความเหมาะสม และต้องลงเวลาผ่านระบบออนไลน์สำหรับคนที่เวิร์คฟอร์มโฮมและ จะต้องติดต่อได้ตลอดเวลา เพื่อให้งานเดินหน้าต่อไปได้ แต่ทั้งนี้ต้องหยุดไม่เกิน 50%”ดร.พิเชฐ กล่าวและว่า ส่วนเรื่องการห้ามไม่ให้นำมือถือเข้าห้องเรียน นั้น ในวันที่ 16 พฤษภาคม นี้ โรงเรียนก็จะเปิดเทอม ก็ให้โรงเรียนพิจารณาตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ฯ ทั้งนี้ต้องสื่อสารให้ผู้ปกครอง และนักเรียนเข้าใจด้วย

นอกจากนี้ ดร.พิเชฐ ยังกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มจากความร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งได้เชิญ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการพัฒนาการศึกษาในหลายมิติ ทั้งการลดปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมนักเรียนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง พร้อมกันนี้ ยังมีการสนับสนุนเครื่องมือบริหารจัดการโรงเรียน เช่น โปรแกรม Q-Info สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการ ครูรัก(ษ์)ถิ่น เพื่อสร้างความต่อเนื่องของกำลังครูในพื้นที่ห่างไกล และอาจต่อยอดสู่แนวคิด “ผู้บริหารรัก(ษ์)ถิ่น” เพื่อช่วยลดปัญหาการโยกย้ายบ่อยในโรงเรียนที่ขาดแคลนบุคลากร และยังได้หารือเรื่องงบประมาณอุดหนุนรายหัวสำหรับครูและนักเรียน รวมถึงค่าอาหารกลางวันและอาหารเสริมต่าง ๆ โดย สพฐ. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือกับ กสศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนงานผ่านกระบวนการวิจัยและการทำงานเชิงระบบ ก่อนนำเสนอเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสู่ระดับกระทรวงและคณะรัฐมนตรี ต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here