เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล นโยบาย 5ด้านการศึกษา และข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งที่1/ 2569 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึงวันที่ 1 กันยายน 2569 ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ สงขลา สตูล ยะลาและปัตตานี ณ หอประชุมราชาวดีโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย โดยมี ผู้บริหารจากส่วนกลางและผู้ติดตาม ผู้บริหารหน่วยงานการศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จังหวัดสงขลา สตูล ยะลานราธิวาส และปัตตานี  รวมถึงครูและบุคลากรในพื้นที่จำนวน 400 คน

      นายประเสริฐ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เราลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อติดตามนโยบาย 2 เรื่องคือนโยบาย 5 ด้านการศึกษากับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา หลังเกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อความปลอดภัยในพื้นที่ โรงเรียนจำเป็นต้องยกระดับการเตรียมความพร้อมอย่างจริงจัง โดยความปลอดภัยต้องพิจารณาในหลายมิติ ทั้งภายใน และ นอกรั้วโรงเรียน รวมถึงบุคคลภายนอกที่จะเข้ามาในสถานศึกษา ซึ่งตนได้กำชับให้สถานศึกษาซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ครู บุคลากร ทางการศึกษา และนักเรียน รวมถึงปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการอย่างเข้มข้น เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที โดยย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะโรงเรียนที่เคยเกิดเหตุ แต่ทุกโรงเรียนต้องมีความพร้อม

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดกับโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นมาก และอยู่ระหว่างดำเนินกิจกรรมเพิ่มเติมเพื่อสร้างความพร้อมและความมั่นใจให้แก่นักเรียน จนสามารถกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้ โดยมีผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่ติดตาม ให้กำลังใจ และตรวจสอบความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนซึ่งจะเปิดการเรียนการสอนปกติในวันพรุ่งนี้(1 กันยายน2569)

“การศึกษาถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเจริญก้าวหน้าและสันติสุข เพราะการศึกษาช่วยให้คนมีวุฒิภาวะ สามารถคิดและตัดสินใจด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์เป็นตัวนำ ซึ่งท้ายที่สุดจะช่วยสร้างสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข“ นายประเสริฐกล่าวและว่า สำหรับการจัดการศึกษาในพื้นที่ภาคใต้ ยอมรับว่ามีบริบทเฉพาะและมีความหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม เชื้อชาติ และวิถีชีวิต จึงไม่ควรใช้แนวทางเดียวกับพื้นที่อื่น ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดให้มีการบูรณาการการทำงานเฉพาะสำหรับพื้นที่ภาคใต้ โดยจะให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เพื่อประสานการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ และเสริมมาตรการให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here