เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศึกษาธิการ) เปิดเผยภายหลังการประชุมนัดพิเศษเพื่อกำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ว่า ที่ประชุมได้กำหนดมาตรการสำคัญ 4 เรื่อง โดยครอบคลุมพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด พร้อมเร่งฟื้นฟูสถานศึกษาให้พร้อมก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2/2569 โดยเรื่องแรก เรื่องการจัดการศึกษา ให้สถานศึกษาปิดตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)และจัดการเรียนการสอนอย่างยืดหยุ่นตามสถานการณ์ โดยในส่วนโรงเรียนเอกชน หลังได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้ปกครอง ได้สั่งการให้ โรงเรียนเอกชนรวมถึงโรงเรียนนานาชาติหยุดเรียนวันที่ 29 กันยายน เป็นเวลา 1 วัน ตามมติ ครม. เพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทางของผู้ปกครอง ครู และนักเรียน ส่วนสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจนไม่สามารถจัดสอบได้ สามารถเลื่อนสอบและกำหนดวันสอบใหม่ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ 4 มาตรการเร่งด่วน ครอบคลุมสถานศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง ครู บุคลากรทางการศึกษา และประชาชน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า มาตรการที่ 2. ให้หน่วยงานต้นสังกัดเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อจัดหาเงินปรับปรุงซ่อมแซมอาคาร สถานที่ วัสดุและครุภัณฑ์ ให้สามารถกลับมาใช้งานได้ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2/2569 โดยให้สำรวจเงินเหลือจ่ายภายในกระทรวงที่สามารถเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์มาใช้ช่วยเหลือได้ทันที ควบคู่กับการใช้กองทุนเยียวยาเพื่อการศึกษาและกองทุนช่วยเหลือครูและเด็กอย่างเหมาะสม กรณีจำเป็นต้องใช้งบกลาง ให้แต่ละหน่วยงานสามารถเสนอขอไปยังสำนักงบประมาณโดยตรง พร้อมเร่งสำรวจความต้องการของแต่ละพื้นที่และดำเนินการ ให้ทันภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ในระบบ e-GP เพื่อไม่ให้งบประมาณปี 2569 ตกไป นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณาจัดตั้งกองทุนระยะยาว เพื่อให้มีกลไกเยียวยาและช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในอนาคต มาตรการที่ 3. ระดมทุกหน่วยช่วยนักเรียน–ครู–ผู้ปกครองและประชาชน สั่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้ง Fix It Center กระจายในพื้นที่ประสบภัยทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ครอบคลุม 2 ช่วง คือระหว่างเกิดเหตุและช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมให้ สพฐ. สอศ. และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ที่มีความพร้อม จัดตั้งโรงครัวและทำถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัย ขณะที่ สกร. จะเข้าช่วยล้างและทำความสะอาดบ้านเรือน อาคารสถานที่ รวมถึงให้ความรู้ด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยหลังน้ำลด

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ให้ สพฐ. สอศ. สช. และ สกร. เร่งสำรวจครอบครัวนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นตามความจำเป็น พร้อมให้สำนักงานลูกเสือแห่งชาตินำลูกเสือทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ โดยต้องยึดความปลอดภัยของนักเรียนเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ ให้ เปิดสถานศึกษาเป็นครัวกลาง ศูนย์พักพิง และพื้นที่อำนวยการช่วยเหลือประชาชน พร้อมบูรณาการกำลังกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงกลาโหม โดยหน่วยทหารพัฒนา รวมถึงขอความร่วมมือภาคเอกชนสนับสนุนระบบเรียนออนไลน์ คอมพิวเตอร์ งบประมาณ อาหาร และอุปกรณ์การเรียน และมาตรการที่ 4. รายงานสถานการณ์ Real Time–ทำ Dashboard ถึง รมว.ศธ.ทุกวัน กำหนดให้สถานศึกษารายงานสถานการณ์ไปยังหน่วยงานต้นสังกัดแบบ Real Time จากนั้นส่งข้อมูลเข้าสู่ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจัดทำ Dashboard รายงานตนทุกวันในช่วงเกิดเหตุ ทั้งนี้ ให้สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จะรวบรวมและสรุปสถานการณ์เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ของกระทรวง เพื่อสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณชน โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็น ศูนย์ประสานงานกลาง ของทุกหน่วยงานในสังกัด โดย มาตรการทั้งหมดเป็นการดำเนินการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ขณะที่ แผนระยะยาว กระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างวางแนวทางเพื่อจัดทำมาตรการที่เป็นรูปธรรม รองรับเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติในอนาคตต่อไป






