เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.) ร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามชายแดนใต้ จัดโครงการ “พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps” ผสานพลังสื่อดิจิทัลและการเรียนรู้ยุคใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน ที่ จ.นราธิวาส โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดโครงการฯ

S__60432450-300x225 “อัครนันท์” ปักธง Active Learning ชายแดนใต้ “ศักดิ์สิน” ชี้การศึกษารอไม่ได้ ปั้นเด็กคิดเป็นสู่นวัตกร ผสานวิชาสามัญ–อิสลามศึกษาไม่ทิ้งอัตลักษณ์

นายอัครนันท์ กล่าวว่า การพัฒนาการศึกษาต้องเดินหน้า 3 ขั้นตอนสำคัญอย่างต่อเนื่อง คือ โรงเรียนต้องปลอดภัย เด็กต้องอ่านภาษาไทยเข้าใจ และนำความรู้ไปคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาได้ โดยขั้นตอนแรก “สถานศึกษาปลอดภัย” กระทรวงศึกษาธิการมุ่งดูแลเด็กให้พ้นจาก 4 ภัย ได้แก่ ความรุนแรง อุบัติเหตุ การถูกละเมิดสิทธิ และภัยต่อสุขภาวะทั้งกายและใจ ภายใต้หลัก 3 ป. “ป้องกัน–ปลูกฝัง–ปราบปรามแก้ไข”พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งโรงเรียนรัฐและเอกชน และเปิดช่องทาง Traffy EDU ให้ครูและนักเรียนแจ้งเหตุเพื่อเร่งแก้ปัญหา ขั้นตอนที่สอง “ยกระดับผลสัมฤทธิ์” โดยนำผลประเมิน PISA ซึ่งพบว่านักเรียนไทยมีคะแนนดีขึ้นทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่าน มาเป็นฐานพัฒนาต่อ โดยเน้นให้เด็กนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง รู้จักอ่านและแยกแยะข้อมูลที่น่าเชื่อถือ สอดคล้องกับ Active Learning ด้วย GPAS 5 Steps ที่ฝึกให้เด็กรวบรวมข้อมูล คิดวิเคราะห์ ลงมือทำ และสื่อสารเหตุผลของตนเอง และขั้นตอนที่สาม “ภาษาไทยคือรากฐานทุกวิชา” โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนราธิวาสที่เด็กจำนวนมากใช้ภาษามลายูถิ่นในครอบครัว ทำให้พูดภาษาไทยไม่ชัดกลายเป็นภาษาที่สอง จึงต้องเร่งพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ เพราะหากอ่านโจทย์ไม่เข้าใจ ย่อมกระทบการเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิชาอื่น ๆ พร้อมย้ำแนวคิด “ภาษาแม่คือราก ภาษาไทยคือสะพาน และภาษาสากลคือปีก” ใช้ภาษาแม่ช่วยสร้างความเข้าใจ ก่อนเชื่อมสู่ภาษาไทยอย่างมั่นคง โดยไม่ทิ้งอัตลักษณ์ของเด็ก

S__60432445_0-1-300x196 “อัครนันท์” ปักธง Active Learning ชายแดนใต้ “ศักดิ์สิน” ชี้การศึกษารอไม่ได้ ปั้นเด็กคิดเป็นสู่นวัตกร ผสานวิชาสามัญ–อิสลามศึกษาไม่ทิ้งอัตลักษณ์

“ผมขอฝากผู้บริหารและครูทั้ง 3 เรื่องนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องมุ่งยกระดับครูให้นำ Active Learning ด้วย GPAS 5 Steps  ผสานสื่อดิจิทัล สู่การจัดการเรียนรู้ พัฒนาเด็กให้คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น และมีทักษะรองรับอนาคต พร้อมเวิร์กช็อปการใช้ PW Plus เครื่องมือครู และการวางแผนการสอน เพื่อขยายผลยกระดับคุณภาพผู้เรียนในพื้นที่ชายแดนใต้ต่อไป”รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

S__60432448_0-300x225 “อัครนันท์” ปักธง Active Learning ชายแดนใต้ “ศักดิ์สิน” ชี้การศึกษารอไม่ได้ ปั้นเด็กคิดเป็นสู่นวัตกร ผสานวิชาสามัญ–อิสลามศึกษาไม่ทิ้งอัตลักษณ์

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.)กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการจัดการศึกษาอยู่ที่ “กระบวนการเรียนรู้” เพราะมนุษย์ไม่ได้เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริงจากการอ่านหรือรับข้อมูลจากครูเพียงอย่างเดียว แต่ต้องผ่านกระบวนการ คิด ลงมือทำ ปฏิบัติ แก้ปัญหา และค้นหาคำตอบด้วยตนเอง เมื่อเด็กค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง สิ่งนั้นจึงจะกลายเป็นความรู้ ที่แท้จริงและยั่งยืน ขณะที่ความรู้ซึ่งส่งตรงจากครูไปยังเด็ก หากไม่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ ก็เป็นเพียง ข้อมูล ดังนั้นการสร้างความรู้ด้วยตนเองจึงเป็นรากฐานของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และคุณภาพผู้เรียนจะส่งต่อไปสู่คุณภาพของสังคม ก่อนนำไปสู่การพัฒนาประเทศทั้งด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ หากการศึกษาเดินไม่ถูกทิศทางและไม่พัฒนาวิธีคิดของคน ประเทศก็ยากที่จะก้าวไปข้างหน้า โดยเฉพาะการสร้างความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการนำทรัพยากรที่ประเทศไทยมีอยู่มาต่อยอดเป็น ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมที่มีมูลค่า

“หากเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กสามารถเป็น “นวัตกร” ได้ ประเทศไทยก็มีโอกาสสร้างนวัตกรรมของตนเองและต่อยอดสู่ตลาดนานาชาติ จะทำให้ประเทศไทยสามารถยืนหยัดในสังคมโลกได้อย่างมีศักยภาพ เพราะการศึกษารอไม่ได้ ที่ผ่านมาวงการศึกษามักให้ความสำคัญกับการพูดถึง “หลักสูตร” แต่พูดถึง “กระบวนการเรียนรู้” ไม่มากพอ ทั้งที่หลักสูตรเป็นเพียงแผนการจัดประสบการณ์ ส่วนการทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้จริงต้องผ่านกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ โดยนำเนื้อหาที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศและสังคมไทยมาเป็นฐานในการเรียน ส่วนมาตรฐานและตัวชี้วัด ก็ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเนื้อหาที่เด็กต้องจดจำ แต่ต้องแปลงไปสู่ความสามารถของผู้เรียนที่แสดงออกได้จริง เด็กต้อง คิดเป็น–ทำเป็น–ประเมินเป็น–สื่อสารเป็น และแสดงให้เกิดความรู้และความสามารถขึ้นในตัวเอง เพราะตัวชี้วัดแต่ละตัวควรนำไปสู่  การเรียนรู้ด้วยการกระทำและการปฏิบัติของผู้เรียนเอง”ดร.ศักดิ์สิน กล่าว

S__60432446_0-300x225 “อัครนันท์” ปักธง Active Learning ชายแดนใต้ “ศักดิ์สิน” ชี้การศึกษารอไม่ได้ ปั้นเด็กคิดเป็นสู่นวัตกร ผสานวิชาสามัญ–อิสลามศึกษาไม่ทิ้งอัตลักษณ์

นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาสให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามและมีภาษาถิ่นเป็นอัตลักษณ์ โดยเน้นพัฒนาทักษะภาษาไทยทั้งการพูด อ่าน และเขียน เพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้วิชาอื่น ๆ  ควบคู่กับการเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ให้ผู้เรียน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการนำ AI มาใช้ในการเรียนการสอนมากขึ้น ซึ่งเรามีการส่งเสริมให้เด็กใช้ AI เป็น “เครื่องมือช่วยเรียนรู้” โดยไม่ลดทอนกระบวนการคิดวิเคราะห์ พร้อมเชื่อมโยงการเรียนรู้กับหลักศาสนาอิสลามและวิถีชีวิตในพื้นที่ ขณะเดียวกัน การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ถือเป็นอีกแนวทางสำคัญที่จะช่วยยกระดับทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดวิเคราะห์ เปิดโอกาสให้เด็กที่มีศักยภาพแตกต่างกันได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการที่หลากหลาย โดยครูต้องเข้าใจวิธีออกแบบกิจกรรมและถ่ายทอดความรู้ให้เหมาะกับผู้เรียน เพื่อให้เด็กนราธิวาสเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุค AI

S__60432442_0-300x225 “อัครนันท์” ปักธง Active Learning ชายแดนใต้ “ศักดิ์สิน” ชี้การศึกษารอไม่ได้ ปั้นเด็กคิดเป็นสู่นวัตกร ผสานวิชาสามัญ–อิสลามศึกษาไม่ทิ้งอัตลักษณ์

ดร.ภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(กช.)กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาส มีบริบทและอัตลักษณ์เฉพาะ ทั้งประชากรส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นมุสลิม ภาษา วัฒนธรรม วิถีชีวิต รวมถึงศักยภาพด้านการค้าชายแดนและทรัพยากรธรรมชาติ จึงจำเป็นต้องออกแบบการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และนำ Active Learning รวมถึง GPAS 5 Steps มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาครูและยกระดับการเรียนรู้ของผู้เรียน โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมีรูปแบบการเรียนที่เข้มข้น โดยเรียนทั้ง วิชาสามัญ เช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และภาษาไทย ควบคู่กับ วิชาศาสนา ขณะที่การเรียนของศาสนาก็เรียน Active Learning อยู่แล้ว ทั้งการอ่านภาษาอาหรับ การเรียนรู้หลักศาสนา และการฝึกปฏิบัติอย่างถูกต้อง เพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริงและถ่ายทอดต่อได้

รองเลขาธิการ กช.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ เด็กในพื้นที่จำนวนมากมีชั่วโมงเรียนค่อนข้างสูง บางโรงเรียนหยุดเพียงวันศุกร์ และบางแห่งเรียนต่อถึงช่วงค่ำ ดังนั้นการพัฒนาครูให้สามารถออกแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning จึงมีความสำคัญ เพื่อให้การเรียน ไม่เน้นเพียงจำนวนชั่วโมง แต่เพิ่มคุณภาพ กระบวนการคิด และการลงมือปฏิบัติ ดังนั้นการขับเคลื่อนครั้งนี้จึงได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารโรงเรียนและหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่ โดยมีการย้ำทิศทางว่า การจัดการศึกษาชายแดนใต้จากนี้ต้องปรับสู่ Active Learning อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเชื่อมการเรียนรู้กับ “การศึกษาเพื่อการมีงานทำ” ให้เด็กสามารถนำความรู้และทักษะไปใช้ประกอบอาชีพและพัฒนาพื้นที่ของตนเองได้

S__60432447_0-300x225 “อัครนันท์” ปักธง Active Learning ชายแดนใต้ “ศักดิ์สิน” ชี้การศึกษารอไม่ได้ ปั้นเด็กคิดเป็นสู่นวัตกร ผสานวิชาสามัญ–อิสลามศึกษาไม่ทิ้งอัตลักษณ์

นายมะสุขรี ซีเดะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในนราธิวาสและเครือข่าย 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้นำแนวทาง Active Learning มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะมองว่าการเรียนรู้แบบ Active Learning  ด้วย GPAS 5 Steps เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งการอบรมครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอด เพื่อเสริมศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้สามารถนำกระบวนการคิดและการเรียนรู้เชิงรุกไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียน และยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ให้สูงขึ้น เพราะActive Learning–GPAS 5 Steps สามารถเชื่อมโยงทั้งวิชาสามัญและอิสลามศึกษาเข้าด้วยกัน โดยไม่กระทบหลักศาสนา พร้อมใช้เทคโนโลยีและ AI เป็นเครื่องมือยกระดับการเรียนรู้ของเด็กชายแดนใต้

S__60432449_0-300x225 “อัครนันท์” ปักธง Active Learning ชายแดนใต้ “ศักดิ์สิน” ชี้การศึกษารอไม่ได้ ปั้นเด็กคิดเป็นสู่นวัตกร ผสานวิชาสามัญ–อิสลามศึกษาไม่ทิ้งอัตลักษณ์

นายรุสมาน นิเฮง รองผู้อำนวยสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดนราธิวาส รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า นักเรียนในจังหวัดนราธิวาสประมาณ 70% เรียนอยู่ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม การจัดการศึกษาจึงต้องเชื่อมโยงองค์ความรู้กับหลักศาสนาและบริบทของพื้นที่ โดยมุ่งให้ผู้เรียนใช้ปัญญา เหตุผล และสามารถนำความรู้ไปปฏิบัติได้จริง การนำกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning มาใช้ จะช่วยให้เด็กเรียนรู้จากปัญหา ฝึกคิด วิเคราะห์ และค้นหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยตนเอง ก่อนเชื่อมโยงองค์ความรู้กับหลักศาสนาอิสลามที่ให้ความสำคัญกับเหตุและผล ทำให้ผู้เรียนไม่เพียงรู้ แต่สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้ ขณะเดียวกัน กระบวนการดังกล่าวยังช่วยให้ครูสามารถ เชื่อมโยงหลักสูตรด้านต่าง ๆ เข้ากับการเรียนรู้ด้านศาสนา ทำให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเป้าหมายสำคัญคือสร้างผู้เรียนให้มีทั้ง ความรู้ ความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล และคุณธรรม ควบคู่กัน เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตและอนาคตของผู้เรียน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here