วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการอบรมโครงการ “พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ผสานพลังสื่อดิจิทัลและการเรียนรู้ยุคใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน” ซึ่งสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้จัดขึ้น

นายอัครนันท์ กล่าวว่า การศึกษาในยุค AI จำเป็นต้องเปลี่ยนจากการสอนแบบ “บอกความรู้” ไปสู่การพัฒนาทักษะแห่งอนาคต ทั้งการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาซับซ้อน การสื่อสาร ทำงานเป็นทีม และสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยหัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนห้องเรียนให้เป็น Active Learning ให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ได้คิด ลงมือทำ ทดลอง และแก้ปัญหาด้วยตนเอง ขณะที่ครูต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้สอนเนื้อหา” เป็น ผู้ออกแบบการเรียนรู้และ Coach ดังนั้น การพลิกโฉมห้องเรียนต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนความคิดของครู” เพราะเมื่อครูเปลี่ยนวิธีออกแบบการเรียนรู้ พฤติกรรมและศักยภาพของเด็กก็จะเปลี่ยนตาม ซึ่งการขับเคลื่อนครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของ เครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) พร้อมสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หรือ PLC ให้ครูมีพื้นที่แลกเปลี่ยน ทดลองวิธีสอน และพัฒนาการเรียนรู้ร่วมกัน
“ผมขอมฝาก 2 แนวทางสำคัญ คือ ครู ต้องเริ่มเปลี่ยนจากกิจกรรมเล็ก ๆ ในห้องเรียน เปิดโอกาสให้เด็กคิด อธิบาย และลงมือทำจริง ส่วน ผู้บริหารสถานศึกษา ต้องสร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ เปิดพื้นที่ให้ครูทดลองสิ่งใหม่และเรียนรู้จากความผิดพลาด เพื่อให้การพัฒนาห้องเรียนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง”นายอัครนันท์ กล่าว

นางสาวดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า จังหวัดสตูลให้ความสำคัญกับการติดตามเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาและพยายามนำเด็กกลับเข้าสู่การเรียนรู้ โดยเห็นว่ารูปแบบการศึกษาในปัจจุบันจำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกับบริบทของเด็ก ไม่จำกัดเฉพาะการเรียนในห้องเรียน แต่ควรเปิดโอกาสให้เด็กสามารถทำงานและเรียนควบคู่กันไปได้ขณะเดียวกัน การนำแนวทาง Active Learning และกระบวนการเรียนรู้ GPAS 5 Steps มาใช้ ถือว่าเหมาะสมกับการศึกษาในโลกปัจจุบัน เพราะช่วยให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ และเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ไม่มุ่งเพียงการจดจำเนื้อหา แต่เน้นความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง เพราะบริบทของศาสนาอิสลามนั้น สามารถเชื่อมโยงกันได้โดยไม่มีผลกระทบต่อหลักศาสนา ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากธรรมชาติ และสร้างสมาธิให้เด็กเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ได้ดีขึ้น ดังนั้น การนำครูมาร่วมเรียนรู้พร้อมกัน ทำให้เกิดความเข้าใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และสามารถเดินไปในแนวทางเดียวกันได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการนำกระบวนการเรียนรู้ไปใช้กับเด็กในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น การจัดโครงการครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวในการเสริมศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้พร้อมปรับห้องเรียนสู่ Active Learning โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงและเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อสร้างผู้เรียนให้มีทักษะการคิดและสมรรถนะที่สามารถตอบโจทย์โลกอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ดร.ภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(กช.)กล่าวว่า ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล มีบริบทพหุวัฒนธรรมและมีเด็กประมาณ 70% เรียนอยู่ในโรงเรียนเอกชน โดยมีสถานศึกษาประมาณ 250 แห่ง ซึ่ง สช.ให้ความสำคัญกับการยกระดับกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและบริบทของพื้นที่ การนำ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เข้ามาเสริม ถือว่าสอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กในพื้นที่ ซึ่งมีพื้นฐานการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมและวิถีศาสนาอยู่แล้ว โดยการอบรมครั้งนี้จะอบรมครูประมาณ 500 คน เริ่มจากจังหวัดสตูล ต่อด้วย จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสิ้นสุดที่จังหวัดสงขลา เพื่อให้ครูมีทั้งทักษะและ Mindset ในการจัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม และสามารถนำไปพัฒนาผู้เรียนในระดับห้องเรียนได้จริง ทั้งนี้ เชื่อว่า GPAS 5 Steps ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จะเข้ามาช่วยเติมเต็มการศึกษาในด้านโอกาส คุณภาพ และประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ให้เด็ก ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ผ่านโทรศัพท์มือถือและ AI แต่อาจขาดกระบวนการคิด วิเคราะห์ และการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง
“วันนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเด็กเรียนรู้ผ่านหน้าจอและ AI มากขึ้น GPAS 5 Steps จะเข้ามาเติมเต็มการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมและของจริง ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เช่นเดียวกับการเรียนขี่จักรยานที่ต้องเรียนรู้จากการลงมือทำ สำหรับบริบทการศึกษาอิสลาม กระบวนการดังกล่าวสามารถนำมาเชื่อมโยงได้ ตั้งแต่การให้เด็ก อ่านได้ แปลได้ ปฏิบัติได้ และสามารถถ่ายทอดเผยแพร่ได้ ซึ่งถือเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ครบวงจร ขณะเดียวกัน ทั้ง AI และ GPAS 5 Steps ถือเป็น “เครื่องมือ” ของครู ที่สามารถนำมาประยุกต์ให้เหมาะกับบริบทท้องถิ่น เนื่องจากแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกัน หากครูเข้าใจแนวคิดและมีเครื่องมือที่ดี ก็จะสามารถออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะกับเด็กในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”ดร.ภิญญา กล่าว

ว่าที่ ร.ต.ดร.อับดุลฮาฟิซ หิเล ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า หลังจากเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ได้ MOU กับร่วมกับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ก็ได้หารือและวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน จึงเห็นตรงกันว่าต้อง อบรมครูก่อนเป็นอันดับแรก โดยเริ่มต้นจากครูในจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 2,000 คน เพื่อให้ครูมีความรู้และสามารถนำกระบวนการ Active Learning ไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปรับจาก Passive Learning ที่ครูสอนและนักเรียนเป็นผู้ฟัง ไปสู่การเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากขึ้น แต่ยังจำเป็นต้องเติมองค์ความรู้ เทคนิค และเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อยกระดับการจัดการเรียนรู้ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง นอกจากการอบรมแล้ว พว. ยังเปิดโอกาสให้ครูใช้ แอปพลิเคชัน “PW Plus” ซึ่งรวบรวมทั้งสื่อการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ และเครื่องมือสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ครูสามารถนำไปใช้ประกอบการสอนในห้องเรียนได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเครือข่ายฯ คาดหวังว่า หลังผ่านการอบรม ครูทั้ง 2,000 คนจะสามารถนำความรู้ เครื่องมือ และเทคนิคที่ได้รับไปใช้จริงในห้องเรียน เพื่อขับเคลื่อนการเรียนรู้จากการที่เด็กเป็นเพียง “ผู้ฟัง” ไปสู่การเป็น “ผู้ลงมือเรียนรู้” และยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า การยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเด็กเกิดหรือเรียนอยู่ที่ใด เพราะเด็กทุกคนมีศักยภาพในการพัฒนาสมองไม่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญอยู่ที่ กระบวนการเรียนรู้ วิธีสอนของครู และความเข้าใจในการพัฒนากระบวนการคิดของผู้เรียน ซึ่งการดำเนินงานระยะแรกจะเริ่มจาก ผู้บริหารและหัวหน้าสาระการเรียนรู้ของโรงเรียนใน 5 จังหวัด เพื่อสร้างความเข้าใจและปรับ Mindset ก่อนขยายในขั้นต่อไปให้ ครูทุกคนได้รับการอบรม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงคุณภาพผู้เรียนจำเป็นต้องเกิดขึ้นในห้องเรียน โดยครูต้องสามารถออกแบบกิจกรรมที่พัฒนากระบวนการคิดตามหลักสูตรได้จริง
“หัวใจสำคัญคือการนำ กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps มาใช้เป็นฐานในการจัดการเรียนรู้ โดยมองว่า “การคิด” ต้องมาก่อนและเชื่อมโยงไปสู่ทักษะการอ่านและการเขียน เพราะหากให้เด็กอ่านหรือเขียนโดยไม่เข้าใจความหมายและคุณค่าของสิ่งที่เรียน เด็กจะเกิดความกดดันและเรียนรู้ได้ยาก แต่หากเด็กเข้าใจสิ่งที่คิดและสิ่งที่ทำ การอ่านและการเขียนจะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น”ดร.ศักดิ์สิน กล่าวและว่า นอกจากนี้ กระบวนการดังกล่าวยังมุ่งพัฒนาเด็กไปไกลกว่าการอ่านออกเขียนได้ โดยผลจากโรงเรียนต้นแบบพบว่า นักเรียนระดับมัธยมศึกษาสามารถพัฒนากระบวนการคิด ทำวิจัย และต่อยอดไปสู่การสร้างนวัตกรรมได้






