เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นายวิทวัต ปัญจมะวัต เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า มีนโยบายยกระดับการจัดการศึกษาอาชีวศึกษา โดยมุ่งเน้นการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี เรียนจบแล้วมีงานทำ100% ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ทำความร่วมมือกับสถานประกอบการกว่า 10,000 แห่ง แต่บางแห่งไม่มีการดำเนินงานร่วมกันอย่างจริงจังและต่อเนื่องดังนั้น ต่อไป สอศ.จะลดความร่วมมือกับสถานประกอบการที่ไม่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และหันมาให้ความสำคัญกับสถานประกอบการที่มีความร่วมมือจริงจังและมีคุณภาพ เพื่อให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์และทักษะวิชาชีพที่ตรงกับการทำงานจริง ทั้งนี้ปัจจุบัน สอศ.ได้รับงบประมาณสำหรับพัฒนาการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีปีละ 190 ล้านบาท โดยจะนำมาใช้ยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะระบบนิเทศติดตามนักศึกษาของครู ซึ่งต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองและนักเรียน

นายวิทวัตกล่าวว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มอบนโยบายให้ สอศ.มุ่งจัดการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนจบแล้วมีงานทำ โดยต้องผลิตกำลังคนในสาขาที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ สอศ.จึงจะเปิดสอนสาขาใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทบทวนและปิดสาขาที่ไม่จำเป็น เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีคุณภาพและเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง

นายวิทวัตกล่าวต่อว่า ปัจจุบันสาขาที่ได้รับความสนใจและมีแนวโน้มเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่สาขามาแรงในขณะนี้คืิ เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งทำให้ทักษะด้านอิเล็กทรอนิกส์มีความสำคัญเพิ่มขึ้น ขณะที่ความรู้ด้านช่างกลแบบดั้งเดิมอาจต้องปรับให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ สอศ.ยังเร่งพัฒนาการเรียนการสอนในสาขาระบบรางและการบิน ตลอดจนสาขาที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันยังขาดแคลนกำลังคน และมีแนวโน้มเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ

“สอศ.มีเป้าหมายเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอน โดยจะนำปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ มาใช้ในห้องเรียนมากขึ้น เพื่อช่วยลดภาระงานครู ทั้งการเตรียมการสอน การออกแบบข้อสอบ ตลอดจนการตรวจและวิเคราะห์ข้อสอบ ทำให้ครูมีเวลานำไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน เอไอยังเป็นเครื่องมือช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการเรียนการสอนระหว่างวิทยาลัยในเมืองกับวิทยาลัยในพื้นที่ห่างไกล โดยช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้และการเรียนการสอนที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น” นายวิทวัตกล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here