เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนาสภานักเรียนระดับประเทศ ประจำปี 2569 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ภายใต้แนวคิด “สภานักเรียน สพฐ. สานต่อแนวทางที่สร้างสรรค์ เรียนรู้อย่างเท่าทัน มุ่งมั่นพัฒนาประชาธิปไตย” ณ ห้องประชุมแกรนด์ โรงแรมเดอะพาลาสโซ กรุงเทพมหานคร โดยมีตัวแทนสภานักเรียนจากทั่วประเทศเข้าร่วม 82 คน ประกอบด้วยนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4–5 จำนวน 78 คน และนักเรียนจากสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 4 คน รวมถึงผู้บริหาร สพฐ. ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูที่ปรึกษาสภานักเรียน คณะกรรมการดำเนินโครงการ และรุ่นพี่สภานักเรียนระดับประเทศ รวมกว่า 200 คน
ดร.พิเชฐ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ โดย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน ซึ่งโครงการอบรมสัมมนาสภานักเรียนของ สพฐ. ถือเป็นกลไกสำคัญในการปลูกฝังความคิด ทักษะชีวิต ความสามัคคี และพื้นฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อเตรียมเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศ และยังเป็นการเน้นย้ำให้นักเรียนตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของการเป็นพลเมืองที่ดี ยึดหลักคารวธรรม สามัคคีธรรม และปัญญาธรรม ควบคู่กับจิตอาสา การพัฒนาตนเอง และการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล
“กระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. เชื่อมั่นว่า สภานักเรียนจะมีบทบาทสำคัญในการมีส่วนร่วมบริหารจัดการโรงเรียน ดูแลและสอดส่องช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนให้ห่างไกลจากภัยต่าง ๆ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างนักเรียนกับครูและผู้บริหาร พร้อมปลูกฝังการเป็นพลเมืองดีของประเทศ โดยจะสนับสนุนผ่านการมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานสภานักเรียนให้เข้มแข็งทั่วถึงทุกโรงเรียน รวมทั้งจัดเวทีเปิดโอกาสให้ตัวแทนสภานักเรียนได้นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายต่อผู้บริหารระดับสูงอย่างต่อเนื่อง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว
สำหรับการอบรมสัมมนาสภานักเรียนระดับประเทศ ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–10 มกราคม 2569 มีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ สภานักเรียนกับความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้เพื่อการมีงานทำ กิจกรรมเสริมสร้างการทำงานเป็นทีมและการสร้างเครือข่าย รวมถึงการเลือกตั้งคณะกรรมการสภานักเรียนระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดียิ่ง เพื่อร่วมกันพัฒนาเยาวชนไทยให้มีคุณภาพและเป็นพลังสำคัญของสังคมในอนาคต







