เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2569 ดร.ธนู  ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ที่ประชุมก.ค.ศ.มีมติเห็นชอบร่างระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. …. เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลัง  นั้น ในการประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ผ่านมา ได้มีมติดังกล่าว ซึ่งเป็นการเห็นชอบในหลักการ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบ ก่อนมีผลบังคับใช้ โดย สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบให้สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ที่ประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่พัสดุ และตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุในตำแหน่งเจ้าพนักงาน หรือหัวหน้าเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด และสอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ และนักวิชาการพัสดุ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุในลักษณะเดียวกับข้าราชการพลเรือน ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามระเบียบดังกล่าว

ดร.ธนู กล่าวต่อไปว่า ระเบียบการเพิ่มเงินดังกล่าว จะมีผลกับข้าราชการการที่มีตำแหน่งด้านงานพัสดุ  จะเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ หรือ นักวิชาการพัสดุก็ได้แต่ต้องอยู่ในสายงานพัสดุ  และจะต้องผ่านการอบรมที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งปัจจุบันมีข้าราชการที่ทำหน้าที่ตำแหน่งด้านพัสดุโดยตรง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.)สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) ประจำจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กว่า 2,000 อัตรา ส่วนกรณีข้าราชการครู ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่พัสดุด้วยจะได้รับการเพิ่มเงินในส่วนนี้หรือไม่นั้น ที่ประชุมก.ค.ศ. เคยหารือเรื่องดังกล่าวและมีมติให้หารือเรื่องดังกล่าวไปที่กระทรวงการคลัง ซึ่งทางกระทรวงการคลัง ได้ตอบกลับมาว่า ข้อกฎหมายไม่ได้เปิดช่องให้สามารถเพิ่มเงินในส่วนนี้ได้ เพราะฉะนั้น กลุ่มที่จะได้รับการเพิ่มเงินดังกล่าว คือ กลุ่ม 38 ค.(2) ซึ่งทำหน้าที่พัสดุเท่านั้น”ดร.ธนู กล่าว

“เรื่องนี้ ถือเป็นเงินเพิ่มรายเดือนพิเศษเพิ่มเติมสำหรับข้าราชการที่ทำงานด้านพัสดุ และผ่านการอบรมในหลักสูตรที่กรมบัญชีกลางกำหนด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ส่วนลูกจ้างอื่น ๆ ที่มาทำหน้าที่พัสดุ และงานธุรการเพื่อลดภาระครูนั้น ขึ้นอยู่กับ หน่วยงานต้นสังกัด ส่วนความคืบหน้าการตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ที่เกินเกณฑ์ มาเปลี่ยนเป็นตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัสดุปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน และเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน กว่า 2,000 ตำแหน่งนั้น ก.ค.ศ.ได้เสนอให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.)เพื่อทราบแล้ว ก่อนมีผลบังคับใช้ต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here