ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)วันที่ 7 พ.ค.2569 ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) กับสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย เพื่อยกระดับและพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาด้านศิลปะและการออกแบบแฟชั่น โดยมุ่งผลักดัน “ผ้าไหมไทย” และงานออกแบบเครื่องแต่งกายไทยสู่ระดับสากล พร้อมสร้างกำลังคนสายอาชีพคุณภาพสูงรองรับอุตสาหกรรมแฟชั่นและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

โดย นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.)ได้มอบหมายให้ นายราตรีสวัสดิ์ ธนานันต์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาช่างอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ร่วมลงนามความร่วมมือฯ ทั้งนี้ นายราตรีสวัสดิ์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายบูรณาการศิลปวัฒนธรรมไทยเข้ากับการเรียนการสอนสายอาชีพ โดยเฉพาะศาสตร์ด้านการออกแบบแฟชั่นและพัสตราภรณ์ ซึ่ง สอศ. มองว่า “ผ้าไหมไทย” ไม่ใช่เพียงมรดกทางวัฒนธรรม แต่เป็นหนึ่งใน Soft Power สำคัญของประเทศ ที่สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติได้ ซึ่งสอศ.และสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย จะร่วมกันเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และครูอาชีวศึกษา ได้พัฒนาทักษะการออกแบบและตัดเย็บเครื่องแต่งกายมาตรฐานสากล โดยเฉพาะการออกแบบชุดประจำชาติและแฟชั่นร่วมสมัยจากผ้าไหมไทย เพื่อสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่และผู้ประกอบการสายแฟชั่นที่มีศักยภาพแข่งขันในตลาดโลก

“ความร่วมมือดังกล่าวยังมุ่งยกระดับอาชีวศึกษาไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการออกแบบแฟชั่นและพัสตราภรณ์ในระดับภูมิภาค พร้อมปลุกความภาคภูมิใจในทุนวัฒนธรรมไทย และผลักดันอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักในฐานะนวัตกรรมสร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์ระดับโลก และถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนากำลังคนสายอาชีพให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ควบคู่กับการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาไทยอย่างยั่งยืน

สำหรับ โครงการ “มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก”ได้เดินหน้าขับเคลื่อนต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2553 เพื่อยกระดับผ้าไหมไทยสู่เวทีนานาชาติ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน โดยเฉพาะการผลักดันบทบาทของอาชีวศึกษาให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากำลังคนด้านแฟชั่น สิ่งทอ และการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ โดยในแรกของการดำเนินงาน มุ่งสร้างการรับรู้และวางรากฐานเชิงนโยบาย ผ่านกิจกรรมจัดนิทรรศการและแฟชั่นโชว์ผ้าไหมไทย รวมถึงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับนานาประเทศ ก่อนขยายบทบาทสู่อาชีวศึกษาในช่วงปี 2556–2558 เปิดโอกาสให้ครูและนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมและแสดงผลงานอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาในช่วงปี 2559–2562 ได้ยกระดับสู่ “ไหมไทยสู่เส้นทางโลกของอาชีวศึกษา” อย่างเป็นระบบ คัดเลือกสถานศึกษาที่มีศักยภาพทั่วประเทศเข้าร่วมพัฒนาผลงานสู่ระดับสากล ทั้งด้านแฟชั่นโชว์ นิทรรศการ และความร่วมมือกับต่างประเทศ จนถึงที่ปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาโครงการให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ Soft Power ของประเทศไทย โดยใช้องค์ความรู้ด้านแฟชั่น เทคโนโลยีสิ่งทอ และนวัตกรรม เข้ามายกระดับผ้าไหมไทยให้ร่วมสมัย สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการยกระดับการเรียนการสอนสายอาชีพ ผ่านการบูรณาการกับภาคอุตสาหกรรมจริง เปิดพื้นที่ให้นักเรียน นักศึกษา ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง และพัฒนาทักษะสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยมีแนวทางความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. พัฒนาหลักสูตรด้านสิ่งทอและแฟชั่น เชื่อมโยงศิลปะ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาผ้าไหมไทย 2. พัฒนากำลังคน ยกระดับทักษะครู นักเรียน นักศึกษา ให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแฟชั่นและนวัตกรรม 3. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคู่แนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวและความยั่งยืน และ 4. ผลักดันอัตลักษณ์ “ผ้าไหมไทย” สู่ Soft Power ระดับโลก ผ่านนิทรรศการ แฟชั่นโชว์ และเวทีนานาชาติ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายธุรกิจและพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย สร้างรายได้ให้ชุมชน และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจยุคใหม่อย่างยั่งยืน โดยปีนี้จะมีการจัดงานเดินเฟชั่นผ้าไหมไทย ที่หอประชุมกองทัพเรือ ในวันที่ 6 มิถุนายน 2569

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here