เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2569 ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติชะลอการพิจารณา ย้ายครู ผ่านระบบ TRS (Teacher Rotation System) ไว้ก่อน โดยขณะนี้ ก.ค.ศ.กำลังทำวิจัยเพื่อปรับปรุงระบบให้มีความสมบูรณ์และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การย้ายครูเดินหน้าต่อไปได้ ระหว่างนี้ให้กลับไปใช้ ว18/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ไปพลางก่อน
ดร.ธนู กล่าวว่า ปัญหาในเรื่องของการย้ายต่อเนื่อง ซึ่งระบบTRS อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ เช่น เมื่อมีการย้ายเกิดขึ้น ส่งผลให้มีตำแหน่งว่าง แต่ระบบTRS กำหนดให้ต้องประกาศตำแหน่งว่างในรอบถัดไป จึงจะเปิดให้ยื่นขอย้ายได้ ทำให้โรงเรียนมีปัญหาเรื่องบุคลากร ไม่สามารถย้ายเข้าต่อเนื่องได้ทันที แต่ การใช้ ว18 สามารถ ขอย้ายต่อเนื่องได้ทันที ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นโจทย์ให้ทีมวิจัยด้วยว่าจะต้องแก้ในส่วนนี้เพื่อให้การย้ายเกิดความต่อเนื่องทำอย่างไรเพื่อให้การย้ายมีประสิทธิภาพ ไม่มีปัญหาเรื่องขาดแคลนบุคลากร
“การใช้ ว 18 ย้ายครู ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องใช้เอกสารจำนวนมาก ไม่เป็นการลดภาระครู แต่ละระบบ TRS ตอบโจทย์ในการลดภาระครูไม่ต้องทำเอกสารใหม่ แต่มีข้อที่ต้องแก้ไขคือต้องประกาศตำแหน่งว่างในรอบถัดไป เมื่อมีคนลาออกหรือเสียชีวิต ไม่สามารถนำตำแหน่งดังกล่าวเข้ามาได้จนกว่าจะประกาศรอบต่อไป และยังพบปัญหาข้อบกพร่องหลายส่วน อาทิ การอนุมัติจากผู้บริหารสถานศึกษา มีความล่าช้า เนื่องจากเป็นการยื่นขอย้ายผ่านระบบTRS หากผู้บริหารสถานศึกษา ไม่เข้าระบบเพื่ออนุมัติคำขอย้าย รายชื่อก็จะไม่ถูกส่งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)เพื่อให้ผอ.เขตพื้นที่กำหนดตำแหน่ง(วิชาเอก) ทำให้เกิดข้อร้องเรียน ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ก.ค.ศ.จึงต้องมาปรับระบบใหม่ โดยอาจจะกำหนดระยะเวลา หากผู้บริหารสถานศึกษา(ผู้อำนวยการโรงเรียน)และ ผอ.เขตพื้นที่ ไม่เข้ามาอนุมัติหรือไม่อนุมัติ หรือไม่มากำหนดวิชาเอก คำขอย้ายภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่า เห็นชอบโดยอัตโนมัติ”เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว






