วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 27/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ, นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ และดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการ กพฐ. ดร.อรุณี จิรมหาศาล และดร.อาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

ดร.พิเชฐ กล่าวว่า ในที่ประชุมได้มีการเน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้แนวคิด “All for Education” ที่มุ่งให้การศึกษาเป็นภารกิจของทุกภาคส่วน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ชุมชน และภาคีเครือข่ายด้านการศึกษา ในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กยากจน เด็กกลุ่มเปราะบาง และเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานร่วมระดมทรัพยากร องค์ความรู้ และศักยภาพตามบทบาทของแต่ละภาคส่วน เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาที่เข้มแข็ง เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบผลการขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการผ่าน KORAT MODEL ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งครอบคลุม 4 นโยบายสำคัญ ได้แก่ การคืนเวลาให้ครูเพื่อลดภาระงานเอกสารด้วยระบบดิจิทัลและ AI ตามแนวทาง “ปรับ ลด ปลดล็อก” การผลักดันโครงการครัวกลาง (Cloud Kitchen) เพื่อให้นักเรียนได้รับอาหารกลางวันอย่างมีคุณภาพตั้งแต่วันแรกของการเปิดภาคเรียน การขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout เพื่อติดตามและช่วยเหลือเด็กตกหล่นรายบุคคล การยกระดับการเรียนรู้ด้วยหลักสูตรฐานสมรรถนะ เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI ตลอดจนการสร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ พร้อมเครือข่ายดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างรอบด้าน

“นอกจากนี้ยังได้กำชับมาตรการดูแลสิทธิประโยชน์ของนักเรียนอย่างเข้มงวด โดยย้ำให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาทุกแห่งกำกับดูแลการใช้งบประมาณและสวัสดิการของนักเรียนด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมดำเนินการทางกฎหมายและทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่กระทำผิดโดยไม่มีข้อยกเว้น รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกสิทธิประโยชน์ของนักเรียนจะได้รับอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม โดยย้ำว่า “สิทธิประโยชน์ของเด็ก คือสิ่งที่ต้องได้รับอย่างครบถ้วน โปร่งใส และตรวจสอบได้” เลขาธิการกพฐ.กล่าวและว่า ที่ประชุมยังรับทราบความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม (SMTE) ซึ่งดำเนินงานใน 401 โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม สร้างกำลังคนคุณภาพรองรับการพัฒนาประเทศ พร้อมเผยผลงานความสำเร็จของนักเรียนบนเวทีระดับชาติและนานาชาติ อาทิ การคว้ารางวัลจากการแข่งขัน Genius Olympiad 2026 ณ สหรัฐอเมริกา และการประกวดโครงงานนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (YSC 2026) สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาศักยภาพสู่มาตรฐานสากล

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here