เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 21 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว สมาชิกวุฒิสภา ด้านการศึกษา ได้ตั้งกระทู้ถาม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการเลิกจ้างครูโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ครูคลังสมอง (ครูวิทย์-คณิตฯ) และครูโครงการขาดแคลนขั้นวิกฤต ก่อนที่จะครบสัญญา ซึ่งในอดีตไม่เคยปรากฏมาก่อน
นายประเสริฐ กล่าวตอนหนึ่งว่า ในสัญญาจ้างเดิมจะสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2569 แต่เนื่องจากงบประมาณที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับมานั้น ครอบคลุมถึงเพียงแค่เดือนพฤษภาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ศธ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังเร่งเปลี่ยนวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสตามมติคณะกรรมการกําหนดเป้าหมายและนโยบายกําลังคนภาครัฐ (คปร.) ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบจาก “การจ้างลูกจ้างชั่วคราว” มาเป็น “การคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราว” จำนวน 7,588 อัตรา เพื่อให้ครูได้รับรายได้ที่สูงขึ้นและเข้าสู่ระบบประกันสังคม (มาตรา 33) ซึ่งจะช่วยให้มีสวัสดิการที่มั่นคงกว่าเดิม แต่จากการปรับเปลี่ยนระบบดังกล่าว ส่งผลกระทบให้มีบุคลากรตกค้างและได้รับผลกระทบจำนวน 202 ราย จาก 75 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สพฐ. จะใช้นโยบาย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยได้วางแนวทางแก้ไขปัญหาไว้ 4 ข้อ ดังนี้
1. กลุ่มตำแหน่งธุรการโรงเรียน และครูช่วยสอน ที่ผ่านการคัดเลือกไปเป็นลูกจ้างชั่วคราว จะนำคนกลุ่มนี้ที่ขึ้นบัญชีรายชื่อทดแทนตำแหน่งว่าง
2. กลุ่มผู้สอบขึ้นบัญชี รวมถึงกลุ่มลูกจ้างชั่วคราวและจ้างเหมาที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เข้าสู่อัตราว่างจากการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ (ตามหลักเกณฑ์ ว.6) ซึ่งรองรับได้อีกส่วนหนึ่งกว่า 2,050 อัตรา
3. โรงเรียนหรือเขตพื้นที่ฯ มีความจำเป็นเร่งด่วน สพฐ. จะพิจารณาจัดสรร “งบเจียดจ่าย” ในรูปแบบจ้างเหมาบริการ รายได้ 9,000 บาทต่อเดือน เพื่อพยุงไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
4. กลุ่มขาดคุณสมบัติ เช่น ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือไม่ผ่านการประเมิน ศธ. จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือและเยียวยาเป็นรายกรณี
“ส่วนข้อเสนอของวุฒิสมาชิกที่ต้องการให้กลุ่มครูที่ได้รับการเยียวยา 9,000 บาท ได้รับการดูแลให้เท่าเทียมกับเพื่อนครูอีกกว่า 7,000 คน ที่ผ่านการคัดเลือก ผมเข้าใจดีว่ารายได้ไม่ถึง 10,000 บาท สู้กับค่าครองชีพในยุคปัจจุบันได้ยาก และผมพร้อมรับข้อสังเกตและจะพยายามอย่างเต็มที่ ควบคู่กับแนวทางทั้ง 4 ด้านข้างต้น เพื่อเยียวยาบรรดาครูเหล่านั้นให้ดีที่สุด ส่วนการตรวจสอบยอดจำนวนผู้ที่ได้รับการเยียวยานั้น จะได้สั่งการให้ สพฐ. เร่งทบทวนและตรวจสอบตัวเลขทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อให้การเยียวยาครอบคลุมครูทุกคนอย่างทั่วถึงและเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ ขอบคุณข้อห่วงใยของสมาชิกวุฒิสภาอีกครั้ง”รมว.ศึกษาธิการกล่าว






