หยอก หยอก วันที่ 1 ก.ค.2569 *** ในวันที่รู้สึกท้อ อย่าลืมมองกลับไปยังคนที่คุณรัก เพราะพวกเขาคือ “เหตุผล” ที่ทำให้คุณลุกขึ้นสู้อีกครั้งได้เสมอ *** วันนี้ได้แต่นับวันรอลุ้นรายชื่อผู้บริหารระดับสูงลิ่ว (ซี11) คนใหม่ที่จะมาแทน ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ ยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ที่กำลังจะอำลาชีวิตราชการ ซึ่งทั้ง 2 ตำแหน่งนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างมากและว่าเป็นตำแหน่งที่ชี้ชะตาการศึกษาของประเทศก็ว่าได้ …. เป็นธรรมดาที่ใครก็ตามที่มีคุณสมบัติต่างหมายมั่น ตั้งใจ จะได้ครอบครองเก้าอี้ใหญ่หัวใจการศึกษา … งานนี้คงต้องมีเกมวัดใจ “เพื่อไทย”กันแล้วหละ ว่า อยากได้คนแบบไหนมาทำงานร่วม … การเมืองทุกวันนี้ ไม่ใช่แค่ความรู้ ความสามารถ แต่ต้องดูผลสัมฤทธิ์ของงานด้วย … ใครจะเล่นบท พระเอก นางเอก โชว์ความโดดเด่น คิดเก่ง พูดเก่ง แต่ย้อนไปดูผลงานไม่เจอไม่ได้แล้ว นะจ๊ะ นะจ๊ะ *** วันนี้ ตัวเต็ง ตัวตึง อักษรย่อ ก ธ ว ยังมาแรงไม่มีแผ่วเช่นนั้นแล …. แต่ก็ยังมีตัวเกร็งบางคนที่มองกันเองว่ายังพอมีโอกาสเป็นตัวแทรกมาสลับตำแหน่งอยู่นา *** ว่ากันว่า คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องเป็นคนรู้กฎระเบียบ เป็นมือประสานสิบทิศ ใกล้ชิดกติกา ได้รับการยอมรับจากบุคลากรในภาพรวม ยึดหลักเกณฑ์แต่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการ กอศ. ก็ไม่ควรเป็นเพียงผู้บริหารที่ดูแลงานประจำ แต่ควรเป็นผู้มีวิสัยทัศน์กำหนดทิศทางการผลิตกำลังคนของประเทศ เพราะความสำเร็จของอาชีวศึกษาจะส่งผลโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ต้องเป็นคนที่ต้องพาอาชีวศึกษาวิ่งให้ทันโลก…ถ้าวิ่งไม่ทัน คนที่เสียโอกาสไม่ใช่ผู้บริหาร แต่คือเด็กอาชีวะทั้งประเทศ แล้วที่แชร์ ๆ กัน คุณคิดว่าใคร? เหมาะสมกับ 2 ตำแหน่งนี้ล่ะ? *** ฟังการอภิปรายในสภาฯของ “ขิงแก่ ไม่ตายไมค์” นาม “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เจ้าของรหัส “เสมา1” ถึงแม้ว่าจะเข้ามาทำงานยังไม่ถึง 3 เดือน แต่ก็รู้งานของกระทรวงศึกษาธิการได้เป็นอย่างดี ก็ต้องยอมรับว่าเจ้าตัวทำการบ้านมาดีมาก…หยอก นับถือ นับถือ *** อีกเรื่องที่เป็นประเด็นติดตามกันอยู่ตอนนี้ คือ การสรรหาผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)และการประเมินผลปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค. ซึ่ง “เสมา1” ขีดเส้น 30 วัน จะครบกำหนดปลายเดือนกรกฎาคมนี้ … แว่วว่า ผลการประเมินน่าจะผ่าน เพราะถ้าไม่ผ่านจะมีผลกระทบต่อการทำงานที่ใหม่ของเลขาธิการ สกสค.แต่การผ่านประเมินครั้งนี้ต้องมี “เงื่อนไข”…ว่างั้น! … ส่วนรักษาการ ผอ.องค์การค้า สกสค.ระหว่างสรรหาฯตัวจริง “ครูไก่”เปิดปากแล้วว่า มาจากผู้ตรวจราชการ ศธ. นามว่า เอกราช ชวีวัฒน์ มารักษาการชั่วคราว….*** มีเสียงวิพากวิจารณ์และข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงสร้างของกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) โดยเฉพาะเรื่องกรอบอัตรากำลังของ สกร.ที่วิเคราะห์กันมากว่า 3 ปี แต่ยังไม่สะเด็ดน้ำซักที ต้องขยายเวลาไปใช้กรอบอัตรากำลังของ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน. อีกรอบ ซึ่งความล่าช้านี้ ทำให้กระทบการเลื่อนเงินเดือน และการสอบบรรจุ ผอ.สกร.อำเภอ, พนักงานราชการ, ครู, ศึกษานิเทศก์, 38 ค.(2) … ถ้าจำไม่ผิด เรื่องนี้มีการดำเนินการในช่วงที่ ตรีนุช เทียนทอง เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยเป็นการจ้างหน่วยงานภายนอกเพื่อศึกษาและวิเคราะห์โครงสร้างและกรอบอัตรากำลัง รองรับการเปลี่ยนผ่านจาก กศน. ไปเป็น สกร. ภายหลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ภายใต้ “โครงการพัฒนาโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการและกรอบอัตรากำลังของกรมส่งเสริมการเรียนรู้”โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ การกำหนดขอบเขตหน้าที่และอำนาจ และวางแผนอัตรากำลังของข้าราชการพลเรือนสามัญ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ รวมถึงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระยะ 3 ปี พ.ศ.2567–2569 ให้สอดรับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 แต่จนถึงขณะนี้ กรอบอัตรากำลังใหม่ยังไม่ผ่านมติคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) แถมถูกตีกลับไปทบทวนอีกครั้ง … คำถามคือ ผลการศึกษาฉบับนั้นอยู่ที่ไหน ได้นำมาใช้จริงหรือไม่ แล้ว สกร.ได้นำผลการศึกษาเสนอ ก.พ.ร. / ก.ค.ศ. / อ.ก.ค.ศ. หรือเปล่า เพราะถ้าได้ใช้ผลศึกษาแล้วเหตุใด ก.ค.ศ.ยังให้กลับไปทบทวน หรือ ถ้าไม่ได้ใช้ใครคือผู้ตัดสินใจไม่ใช้ เพราะอะไร เนื่องจากมีค่าจ้างที่ปรึกษาหน่วยงานภายนอก จำนวน 5 ล้านบาท คุ้มค่าหรือเปล่า …. ใครเป็นคนล้มกระดานนี้ *** เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันมาก โดยเฉพาะ “จ้างศึกษามาแล้ว แต่โครงสร้างและกรอบอัตรากำลังยังไม่แล้วเสร็จ” … งานหนักตกอยู่ที่ “ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช” อธิบดี สกร. ที่พยายามแก้ไขปัญหา แต่ก็ยังขยายเวลาไปได้อีก 1 ปี หยอกหยอก ก็ได้แต่เอาใจช่วย … หวังว่าเมื่อครบกำหนดแล้ว กรมส่งเสริมการเรียนรู้ จะเป็นกรมที่สมบูรณ์ สักที…เอวัง***

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here