เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศึกษาธิการ)กล่าวถึงการบริหารงานในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)ว่า จากการที่ตนได้ลงไปตรวจเยี่ยมสำนักงาน สกสค.และได้ไปดูหอพัก สกสค.และโรงพยาบาลครู ตนมองเห็นปัญหาของกิจการทั้งสองแห่งต้องได้รับการแก้ไข ไม่ควรปล่อยให้ดำเนินการต่อไปโดยไม่มีแผนงานแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน โดยเฉพาะกิจการที่มีองค์ประกอบของ การบริหารเชิงธุรกิจ การบริหารทรัพย์สิน การลงทุน และการให้บริการ จำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่สามารถพึ่งพากลไกการบริหารแบบราชการเพียงอย่างเดียวได้ ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการ สกสค.ในวันที่ 19 ส.ค.นี้ นอกจากจะแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเลขาธิการ สกสค.แล้ว ตนจะสอบถามประเด็นการดำเนินกิจการภายใต้ สำนักงาน สกสค. ด้วย โดยเฉพาะ การบริหารจัดการและการปรับปรุงหอพัก สกสค. รวมถึงโรงพยาบาลครู ซึ่งขณะนี้ยังมีรายละเอียดและปัญหาหลายด้านที่ผู้รับผิดชอบต้องชี้แจงต่อคณะกรรมการ สกสค. ทั้งในเรื่องผลการดำเนินงาน สภาพการบริหาร และแนวทางแก้ไขในอนาคต
“การให้ข้าราชการเข้ามาบริหารมีทั้ง จุดแข็งและจุดอ่อน จุดแข็งคือข้าราชการมีความรู้และเข้าใจบริบทของครู และบุคลากรทางการศึกษา สมาชิก ชพค.ชพส. รวมถึงเข้าใจวัฒนธรรมของวิชาชีพครูเป็นอย่างดี แต่จุดอ่อนคือ ข้าราชการไม่ได้มีความชำนาญด้านการบริหารธุรกิจโดยตรง จึงจำเป็นต้องเติมองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามาช่วย ซึ่งการหาบุคคลภายนอกหรือมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจเข้ามาเป็นที่ปรึกษาและทำงานร่วมกับข้าราชการก็น่าจะทำให้องค์กรดีขึ้น เพราะจะทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างความเข้าใจระบบราชการและความต้องการความรู้ด้านการบริหารธุรกิจ การเงิน การลงทุน และการจัดการองค์กรร่วมกับภาคเอกชน ไม่ควรให้เฉพาะคนภายในองค์กรเป็นผู้ประเมินและแก้ปัญหากันเอง อย่างไรก็ตาม จากสิ่งที่พบทำให้เห็นว่ายังมีประเด็นที่ต้องเร่งปรับปรุงและแก้ไข ทั้งเรื่องการบริหารจัดการและการปรับปรุงซ่อมแซมหอพัก สกสค.และโรงพยาบาลครู ก่อนที่ปัญหาจะสะสมจนแก้ไขได้ยาก”นายประเสริฐ กล่าว






