เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2568 พร้อมเยี่ยมชมการจัดประสบการณ์ การเรียนรู้ฐานสมรรถนะในชั้นเรียนปฐมวัย และรับฟังการเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนหลักสูตรฐานสมรรถนะในโรงเรียนสำหรับเด็กปฐมวัย ณ โรงเรียนบ้านหนองสวรรค์ (ไชยเชียงพิณ) อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
โดย รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายพัฒนาการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ตลอดจนการยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของบุคลากรและของผู้เรียนทั่วประเทศ ว่า ในการยกระดับมาตรการความปลอดภัยและแผนเผชิญเหตุภัยพิบัติ นั้น ให้ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ความสูญเสียในสถานศึกษาและการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมสั่งการให้ทุกโรงเรียนจัดทำ “แผนเผชิญเหตุ” ที่รัดกุม ครอบคลุมทั้งการเรียนการสอนในสถานศึกษา การเดินทาง กิจกรรมทัศนศึกษา และการเข้าค่ายลูกเสือ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักเรียนและผู้ปกครอง
นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า ส่วนการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีการเรียนรู้ จะมุ่งสร้างความพร้อมด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการศึกษาสมัยใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของโรงเรียนบ้านหนองสวรรค์ (ไชยเชียงพิณ) และโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่จะต้องเร่งแก้ปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมและมีความเสถียร รองรับการนำสื่อการสอนและเทคโนโลยี AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ การจัดฐานข้อมูล Big Data ทางการศึกษา ที่เรียกว่า EDU pass เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการบริหารจัดการ เชื่อมโยงข้อมูลครู (Teacher ID) และนักเรียน (Student ID) อย่างเป็นระบบ พร้อม ๆ กับการยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ รวมถึงการเสริมสร้างความรู้และทักษะด้าน AI ให้แก่ผู้เรียน เพื่อเตรียมความพร้อมรับการวัดผล PISA 2025
จากนั้นเวลา 10.50 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะ ฯ ลงพื้นที่รับฟังการเสนอ เรื่องเด็กหลุดออกนอกระบบ (Thailand Zero Dropout) และการศึกษายืดหยุ่น ณ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดอุดรธานี
และในเวลา 13.00 น. เดินทางต่อไปยัง เป็นประธานเปิดงานประชุมสัมมนา ทางวิชาการ “DIRECTOR NEXT 2026” ผู้บริหารยุคใหม่ นำการศึกษาไทยสู่ อนาคต และประกาศเชิดชูเกียรติผู้บริหารเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2569 ณ หอประชุมมณฑาทิพย์ อำเภอเมืองอุดรธานี โดย นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) ได้ให้ข้อเสนอ 5 ข้อที่สำคัญ ได้แก่ 1. การเดินหน้าลดภาระงานครูอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครูสามารถทุ่มเทกับการสอนได้อย่างสบายใจและเต็มศักยภาพ 2. การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีเงินเดือนเหลือเพียงพอต่อการใช้ชีวิต พร้อมเสนอให้ต่อยอดด้วยการรวมหนี้และใช้ “กาญจนบุรีโมเดล” ที่ประสานความร่วมมือกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู เพื่อปลดล็อกภาระทางการเงินอย่างยั่งยืน 3. การจัดทำร่างกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ ที่กระชับ รัดกุม โดยทำงานควบคู่ระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน (สมาคมครูและผู้ปกครอง) 4. การยกระดับระบบข้อมูลสารสนเทศกลางที่ถูกต้องแม่นยำ และ 5. การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กและงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวแสดงความชื่นชมความพร้อมของจังหวัดอุดรธานีในการดำเนินโครงการ “Thailand Zero Dropout” และการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะปฐมวัย พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานการศึกษาในพื้นที่ ทั้ง สพฐ., สอศ. ฯลฯ เร่งพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพงานมหกรรมพืชสวนโลก ปี 2572 ด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ศธ.อยู่ระหว่างการจัดทำข้อตกลงร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการจัดตั้ง “ระบบครัวกลาง” (Cloud Kitchen) เพื่อแก้ปัญหาโครงการอาหารกลางวันนักเรียน โดยให้หน่วยงานกลางทำอาหารส่งให้โรงเรียนแทน เพื่อคืนเวลาและลดภาระงานให้ครู พร้อม ๆ กับขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ โดยคาดว่าจะผ่านกระบวนการและมีผลบังคับใช้ได้ในช่วงกลางปี 2570 เพื่อเป็นกลไกหลักในการพัฒนาการศึกษาของประเทศ






