หยอก หยอก วันที่ 12 กันยายน 2569 *** ไม่ว่าจะวิ่งหนีอย่างไร ไม่มีใครหนีสิ่งที่ตนเองกระทำไว้พ้น … กรรมกำหนด *** เมื่อกรรมการตรวจรับ “เปิดหน้าสู้” ปมซ่อมหอพัก สกสค.*** หยอก หยอก วันนี้…ขอพาไปเคาะประตู “หอพัก สกสค.” กันสักหน่อย ไม่ใช่ไปถามว่าห้องพักคืนละเท่าไหร่…แต่อยากรู้ว่า โครงการปรับปรุงอาคารหอพัก สกสค. 4 ชั้น วงเงิน 92.1 ล้านบาท มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? เพราะยิ่งเปิดรายงานปัญหาของคณะกรรมการตรวจรับ ยิ่งมีคำถามตามมาเป็นพรวน ตั้งแต่ แบบกับ BOQ(บัญชีแสดงประมาณงานและราคา) ไม่ตรงกัน ปริมาณงานบางรายการไม่สัมพันธ์กับหน้างาน ระบบไฟฟ้ามีข้อกังวลเรื่องพิกัดหม้อแปลง ระบบสุขาภิบาลติดข้อจำกัดพื้นที่ ไปจนถึงโครงสร้างที่แบบรื้อถอนกับแบบสถาปัตยกรรมดูจะเดินกันคนละทาง แต่ที่สะดุดตาที่สุด…เห็นจะเป็น “งานรื้อถอนเครื่องปรับอากาศ” มูลค่า 493,928.32 บาทเพราะงานนี้อยู่ในสัญญาจ้าง 92.1 ล้านบาท แต่พอถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันส่งมอบพื้นที่ให้บริษัทผู้รับจ้างเข้าไปทำงาน ผู้ควบคุมงานกลับพบว่า ระบบปรับอากาศถูกรื้อออกไปก่อนแล้ว! อ้าว! ถ้าอย่างนั้นก็ต้องถามกันตรง ๆ ว่า งานที่อยู่ใน BOQ และคิดราคาไว้เกือบ 5 แสนบาท เมื่อของที่จะให้รื้อถูกรื้อไปก่อนผู้รับจ้างรับมอบพื้นที่ แล้วเงินก้อนนี้จะจัดการอย่างไร? จะหักออก? จะปรับลด? หรือจะคำนวณกันอย่างไร? ยิ่งเมื่อรายงานระบุว่า ผู้รับจ้างยังไม่ได้จัดทำปริมาณงานเพิ่ม–ลด โดยให้เหตุผลว่าสัญญาเป็นแบบ Lump Sum หรือราคาเหมารวม เรื่องนี้จึงไม่ใช่คำถามเรื่อง “แอร์เก่า” อีกต่อไปแต่มันกลายเป็นคำถามเรื่อง การบริหารสัญญาและเงินของสำนักงานฯและอย่ามองเพียงเงิน 493,928.32 บาท เพราะถ้าเปิด BOQ ทั้งฉบับแล้วเจอความคลาดเคลื่อนในลักษณะเดียวกันอีกหลายรายการ จากโครงการมูลค่า 92.1 ล้านบาท เรื่องเล็กก็อาจไม่เล็กเสียแล้ว ที่น่าสนใจกว่านั้น คือ “คนตรวจรับ” เริ่มเปิดหน้าสู้ โครงการนี้มีกรรมการตรวจรับพัสดุ 9 คน แต่ประธานและกรรมการรวม 4 คน ได้ทำหนังสือขอลาออกตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เหตุผลที่ปรากฏในรายงานก็น่าคิดเพราะทั้ง 4 คนมีพื้นฐานด้านพยาบาลวิชาชีพ บัญชี และการจัดการทั่วไป ไม่ได้มีพื้นฐานวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรมโดยตรง ในขณะที่ของที่ต้องตรวจรับกลับเต็มไปด้วยเรื่อง คาน–โครงสร้าง–ระบบไฟฟ้า–สุขาภิบาล–หม้อแปลง–MDB–กันซึม–ปริมาณงาน–BOQ และการแก้ไขแบบ พูดง่าย ๆ คือ…เอาคนที่ไม่ได้ถือเครื่องคิดเลขวิศวกรรม ไปยืนรับรองงานที่ต้องใช้ทั้งวิศวกร สถาปนิก และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แล้ววันหนึ่งหากมีปัญหาเกิดขึ้น ลายเซ็นท้ายเอกสารเป็นของใคร? ความรับผิดชอบจะตกอยู่ที่ใคร? นี่ต่างหากที่ทำให้การยื่นลาออกของกรรมการ 4 คน ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเรื่อง“ไม่อยากทำหน้าที่”แต่ควรถามกลับว่าพวกเขาเห็นอะไร จึงตัดสินใจถอยออกจากโต๊ะตรวจรับ? และเมื่อขอลาออกตั้งแต่ 24 กรกฎาคม เหตุใดจนถึงช่วงที่รายงานปัญหา ยังไม่ได้รับอนุมัติให้ลาออก?นี่คือจุดที่ “หยอก หยอก” เห็นว่า ควรฟังเสียงกรรมการตรวจรับให้มากกว่าปกติ เพราะคนกลุ่มนี้คือคนที่ต้องเอาชื่อและลายเซ็นตัวเองไปผูกกับงาน 92.1 ล้านบาท *** วันนี้เมื่อคนที่ต้องเซ็นรับงานเป็นฝ่ายเปิดปัญหาขึ้นมาเอง ผู้บริหารยิ่งต้องเปิดเอกสารให้หมด ไม่ใช่ปิดฝาหม้อแล้วบอกว่าเดี๋ยวก็สุก! แต่คำถามใหญ่กว่า BOQ คือ…“92.1 ล้าน มาจากไหน?” ตรงนี้แหละที่น่าขุดต่อ เพราะโครงการขนาด 92,100,000 บาท ไม่ได้เกิดขึ้นจากอากาศ ก่อนจะเซ็นสัญญาเลขที่ 56/2569 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ย่อมต้องมี “เส้นทางของโครงการ” มาก่อน ตั้งแต่ใครเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดปรับปรุงหอพัก? ใครเสนอความจำเป็น?  ใครกำหนดขอบเขตงาน? ใครสำรวจอาคารเดิม? ใครจัดทำหรือรับรองแบบรูปรายการ? ใครจัดทำราคากลางและ BOQ? ใครตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปจัดซื้อจัดจ้าง? และที่สำคัญ…งบประมาณ 92.1 ล้านบาท ผ่านกระบวนการพิจารณามาอย่างไร จึงเดินหน้าไปถึงขั้นเซ็นสัญญาได้ ทั้งที่เมื่อเริ่มงานจริงกลับปรากฏข้อขัดแย้งระหว่างแบบ BOQ และสภาพหน้างานหลายจุด?คำว่า “ใครอยู่เบื้องหลังโครงการ” จึงไม่ควรรีบเอานิ้วไปชี้ใครคนหนึ่ง แต่ควรเปิดเอกสารย้อนหลังตั้งแต่ ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แล้วชื่อจะเดินออกมาจากกระดาษเอง! โดยเฉพาะต้องเปิด “ไทม์ไลน์ 92.1 ล้าน” *** หยอก หยอก อยากเห็นเอกสารตั้งแต่วันที่โครงการนี้ยังเป็นเพียงความคิด ใครเสนอ? ใครเห็นชอบ? ใครออกแบบ? ใครประมาณราคา? ใครตรวจแบบ? ใครอนุมัติ? ใครจัดซื้อจัดจ้าง? ใครเป็นกรรมการชุดต่าง ๆ? และใครทราบว่าอาคารจริงมีสภาพอย่างไร ก่อนนำแบบและ BOQ ไปผูกเป็นสัญญามูลค่าเกือบร้อยล้านบาท เพราะวันนี้ปัญหาที่พบไม่ได้มีเพียง “หน้างานเปลี่ยนไปเล็กน้อย”แต่รายงานพูดถึงตั้งแต่ถังบำบัดที่แบบไม่ระบุขนาดและพื้นที่อาจไม่พอ ระบบท่อน้ำเสีย ตำแหน่งถังน้ำบนดาดฟ้า ความสามารถในการรับน้ำหนัก หม้อแปลงไฟฟ้า 1,000 kVA เทียบกับตู้ MDB ที่กำหนด 2,000 kVA ตลอดจนความขัดแย้งของคานรอบอาคารกับแบบสถาปัตยกรรม ยังไม่นับ BOQ งานปรับระดับพื้น 3,300 ตารางเมตร งานกันซึมห้องน้ำ 1,830 ตารางเมตร และฝ้ากันชื้นในห้องน้ำ 1,300 ตารางเมตร ที่ถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องความสอดคล้องกับแบบและหน้างาน ถ้าเป็นเพียงจุดเดียว อาจเรียกว่า “คลาดเคลื่อน”แต่เมื่อพบหลายระบบพร้อมกัน ก็สมควรถามว่า ก่อนประกวดราคา มีใครตรวจแบบและ BOQ ทั้งชุดอย่างละเอียดหรือไม่? และถ้าตรวจแล้ว…ทำไมปัญหาจึงมารอให้กรรมการตรวจรับเจอหลังเซ็นสัญญา? ที่สำคัญ โครงการยัง “ช้ากว่าแผน” รายงานสัปดาห์ที่ 9 ระบุว่า ตามแผนควรก้าวหน้า 9.01% แต่ทำได้จริง 4.83% ช้ากว่าแผน 4.18 จุดเปอร์เซ็นต์ จึงยิ่งต้องรีบแยกให้ออกว่า ความล่าช้าเกิดจากการบริหารงานของผู้รับจ้าง หรือเกิดจากแบบและรายละเอียดของฝ่ายเจ้าของโครงการที่ต้องแก้ไข หรือเกิดจากทั้งสองส่วน เพราะผลทางสัญญาแตกต่างกัน และปลายทางคือ เงินของสำนักงานฯงานนี้อย่าเพิ่งถามว่า “ใครผิด” แต่ต้องถามว่า “ใครทำอะไร” *** หยอก หยอก ไม่ขอฟันธงว่าใครโกง ใครผิด หรือใครอยู่เบื้องหลัง เพราะรายงานที่ปรากฏเองก็ยังเป็นเพียง ข้อค้นพบ ปัญหา อุปสรรค และความเสี่ยงระหว่างดำเนินโครงการ ยังไม่ได้วินิจฉัยว่าบุคคลหรือบริษัทใดกระทำผิด หรือรัฐเสียหายแล้ว แต่สิ่งที่ถามได้เต็มปากคือ ใครเป็นเจ้าของความคิดโครงการนี้? ใครทำแบบ? ใครทำ BOQ? ใครตรวจ BOQ? ใครเสนอของบ? ใครอนุมัติงบ? ใครเห็นชอบให้เดินหน้า? และในช่วงก่อนส่งมอบพื้นที่…ใครอนุญาตหรือรับทราบการรื้อระบบปรับอากาศ ทั้งที่มีรายการรื้อถอนอยู่ในสัญญาจ้างแล้ว *** คำถามเหล่านี้ไม่ได้กล่าวหาใคร แต่มันคือคำถามพื้นฐานของการตรวจสอบโครงการเงิน 92.1 ล้านบาท คนที่ควรได้รับการคุ้มครอง อาจเป็น “คนที่กล้าทัก”เรื่องนี้จึงมีอีกมุมที่ไม่ควรมองข้าม หากกรรมการตรวจรับหรือผู้ควบคุมงานเป็นผู้ตรวจพบความผิดปกติและทำรายงานไว้เป็นหลักฐาน คนเหล่านี้ไม่ควรถูกทำให้กลายเป็น “ตัวปัญหา” เพียงเพราะไม่ยอมเซ็นอะไรง่าย ๆ ตรงกันข้าม…ยิ่งโครงการใหญ่ คนตรวจรับยิ่งต้องกล้าทัก เพราะกรรมการตรวจรับไม่ได้มีหน้าที่เซ็นให้โครงการผ่าน แต่มีหน้าที่รักษาประโยชน์ของหน่วยงานและตรวจว่างานเป็นไปตามสัญญาหรือไม่ *** วันนี้ประธานและกรรมการ 4 คนขอลาออก จึงน่าถามว่า นี่คือการหนีความรับผิดชอบ หรือเป็นสัญญาณเตือนจากคนที่ไม่ต้องการเอาลายเซ็นตัวเองไปเสี่ยงกับสิ่งที่เห็นว่าเกินความรู้และอำนาจหน้าที่ของตน  คำตอบต้องหาให้ชัด … สุดท้าย หอพัก สกสค. อาจมีเพียง 4 ชั้น แต่เรื่องนี้ดูเหมือนจะต้อง “รื้อ” กันหลายชั้น ชั้นแรก รื้อ BOQ ชั้นสอง รื้อแบบ ชั้นสาม รื้อเส้นทางงบประมาณ และชั้นสุดท้าย…รื้อดูว่า ใครเป็นคนผลักโครงการ 92.1 ล้านบาทให้เดินมาถึงจุดเซ็นสัญญา โดยที่คำถามใหญ่ ๆ หลายข้อเพิ่งมาปรากฏเมื่อเริ่มลงมือก่อสร้าง ไม่ต้องรีบหา “แพะ”และไม่ต้องรีบตั้ง “ผู้ร้าย”แค่เปิดเอกสารทุกแผ่น ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงสัญญาเลขที่ 56/2569  หาคำตอบกันดีกว่าว่าใครทำอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็น ใครเสนอ-ใครตรวจ-ใครเห็นชอบ-ใครอนุมัติ และใครได้ประโยชน์อะไรจากการตัดสินใจแต่ละขั้น… เปิดให้หมด!เพราะเงิน 92.1 ล้านบาท ไม่ใช่เงินหยอก ๆ และครั้งนี้…คนตรวจรับเขาไม่ได้ “หยอก” ด้วยเสียแล้ว!*** ว่าแต่งานนี้ สมใจ วิเศษทักษิณ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. จะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร ในช่วงเวลารักษาการแทนที่เหลืออีกแค่ไม่ถึง 20 วัน หรือจะรอให้ตัวจริงมาจัดการ… หยอก หยอก ก็ได้แต่เอาใจช่วย ตัดสินใจให้ดี เผือกมันร้อนเด้อ***

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here