เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าขับเคลื่อน ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการ (ศพส.) อย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นหน่วยงานกลางในการคุ้มครอง ป้องกัน ส่งเสริมและพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ รวมถึงความปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจของนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมวางกลไกรับแจ้งเหตุ ประสานช่วยเหลือ ติดตามผล และป้องกันเหตุความรุนแรงในสถานศึกษา
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานกรรมการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการ(ศพส.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศจัดตั้ง ศพส. เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางด้านการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัย ตามนโยบายของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งให้โรงเรียนและสถานศึกษาเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” (Safe Zone) นั้น วันนี้ได้มีการประชุม ศพส.นัดแรก ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบถึงการจัดตั้ง ศพส. และ การมอบหมายให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์ การแต่งตั้งคณะกรรมการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธาน และมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 4 คน
นอกจากนี้ ยังมีกรรมการโดยตำแหน่งจาก 15 หน่วยงาน ครอบคลุมทั้งหน่วยงานหลักด้านการศึกษาและหน่วยงานภายนอก อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สะท้อนแนวทางการแก้ปัญหาความปลอดภัยที่ต้องทำงานข้ามหน่วยงาน ไม่จำกัดอยู่เฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ โดยคณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ตั้งแต่ขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์ และมาตรการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา เห็นชอบแผนงาน โครงการและงบประมาณ กำหนดมาตรการเชิงรุกในการป้องกัน แก้ไขและเยียวยาผู้ถูกละเมิดสิทธิ ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือภาครัฐและเอกชน พิจารณาปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบหรือแนวปฏิบัติ รวมถึงกำกับฐานข้อมูล เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล ขณะเดียวกัน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 มอบหมายข้าราชการและพนักงานจากหลายหน่วยงานในสังกัดเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ ศพส. อีกหน้าที่หนึ่งโดยไม่ขาดจากตำแหน่งหลัก รวมผู้ร่วมปฏิบัติงาน 31 คน เพื่อให้ศูนย์ฯสามารถเดินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณามาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการเลียนแบบที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรงในสถานศึกษา” โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดจัดทำมาตรการเสนอคณะกรรมการพิจารณา ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) โดยมีหนึ่งในกลไกสำคัญคือการใช้ระบบ Traffy Fondue for Education เป็นเครื่องมือรับแจ้งเหตุภัย 6 มิติ 8 ประเภท เชื่อมการรับเรื่อง การประสานงาน การให้ความช่วยเหลือ และการติดตามผล เพื่อให้สามารถตรวจสอบความคืบหน้าของปัญหาและเชื่อมการแก้ไขไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้
“การขับเคลื่อนครั้งนี้ถือเป็นการวางโครงสร้าง “ศพส.” ตั้งแต่ระดับนโยบายถึงระดับปฏิบัติ มีทั้งคณะกรรมการระดับกระทรวง บุคลากรประจำกลไก ระบบเทคโนโลยีรับแจ้งและติดตามเหตุ ตลอดจนการเชื่อมหน่วยงานภายนอก เพื่อเปลี่ยนการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาจากการแก้ปัญหาเฉพาะเหตุ ไปสู่ระบบ เฝ้าระวัง–ป้องกัน–รับแจ้ง–คุ้มครอง–เยียวยา–ติดตามผล อย่างครบวงจร”นายอัครนันท์กล่าว






