เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายวิทวัต ปัญจมะวัต เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ครั้งที่ 1/2569 พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการทำงาน โดยมี นายสง่า แต่เชื้อสาย นายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ รองเลขาธิการกอศ.  พร้อมด้วยที่ปรึกษา ผู้อำนวยการสำนัก หน่วย กลุ่ม ศูนย์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

นายวิทวัต กล่าวว่า การทำงานของ สอศ. จากนี้ จะเดินหน้าภายใต้ 2 นโยบายหลัก คือ การขับเคลื่อนนโยบายและข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ การนำ White Paper ฉบับที่ 1 ของคณะกรรมการการอาชีวศึกษาไปสู่การปฏิบัติ โดยให้ทุกหน่วยงานนำไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับภารกิจและบริบทของตนเอง เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมและมีทิศทางเดียวกันทั้งองค์กร โดย White Paper มีข้อเสนอสำคัญ 6 ด้าน ครอบคลุมการปฏิรูปหลักสูตรและระบบการเรียนรู้ การพัฒนาครู การสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน การยกระดับมาตรฐานการวัดผลและภาพลักษณ์อาชีวศึกษา การนำ AI และระบบข้อมูลมาใช้ ตลอดจนการพัฒนาระบบงบประมาณและการลงทุนเพื่อพัฒนากำลังคน โดยมอบหมายให้ทุกสำนัก หน่วย และศูนย์ วิเคราะห์ข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของตนเอง และจัดทำ Action Plan เพื่อให้แต่ละหน่วยเห็นบทบาทของตนเองและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเจน

เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า ในส่วนของการบริหารองค์กร สร้างการทำงานให้เกิดความคล่องตัว มีสาระสำคัญและมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่นำไปปฏิบัติได้จริง โดยวางแนวทางปรับการทำงานภายใต้กรอบอัตรากำลังเดิม อาทิ การจัดตั้งศูนย์คนพิการ การจัดภารกิจด้านต่างประเทศไว้ในศูนย์การต่างประเทศ และการทบทวนบทบาทด้านความปลอดภัย เพื่อให้ภารกิจมีความชัดเจน ลดความซ้ำซ้อน และสามารถตอบสนองต่อปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น  โดยในการบริหารงานต้อง ยืดหยุ่น เปิดกว้าง และรับฟังความคิดเห็น เพราะนโยบายไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่กับรูปแบบเดิม หากดำเนินการแล้วไม่ตอบโจทย์ ต้องกล้ายอมรับ ทบทวน และปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์และผลที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ขอให้ผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพราะนี่คือองค์กรของเรา นี่คือบ้านของเรา

เลขาธิการ กอศ. ยังได้เน้นย้ำถึงการสื่อสารองค์กร ว่า ให้ทุกสำนัก หน่วย และศูนย์ เป็น ผู้ส่งสารในภารกิจของตนเองให้ถูกต้อง ชัดเจน และเข้าใจง่าย เพื่อสร้างการรับรู้ที่ตรงกันและส่งต่อข้อมูลไปยังสถานศึกษาอย่างทั่วถึง พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากสถานศึกษา เพื่อนำมาปรับปรุงการดำเนินงาน ส่วนการติดตามผล สอศ. จะจัดทำตัวชี้วัด หรือ KPI เพื่อประเมินผลการดำเนินงาน โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานภายนอก อาทิ ภาครัฐ ภาคเอกชน สถานประกอบการ และสถาบันอุดมศึกษา เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อสร้างมาตรฐานการประเมินแบบมีส่วนร่วม สะท้อนผลการทำงานและความต้องการของภาคผู้ใช้กำลังคนมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามขอย้ำว่า การทำงานจากนี้จะยึดหลัก ยืดหยุ่น รับฟัง ปรับเปลี่ยน และมุ่งผลสัมฤทธิ์ ควบคู่กับการสื่อสารที่ชัดเจน เพื่อให้ สอศ. สามารถเดินหน้าได้อย่างคล่องตัว สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ และนำข้อเสนอจาก White Paper ไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลต่อผู้เรียน สถานประกอบการ และการพัฒนากำลังคนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here