

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) มอบหมายให้ ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการ กพฐ. เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 17/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วย ดร.อรุณี จิรมหาศาล และ ดร.อาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์


ดร.วิษณุ กล่าวว่า ในที่ประชุมได้มีการเน้นย้ำตามข้อสั่งการของนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มอบหมายให้ สพฐ. เร่งติดตามและช่วยเหลือโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยให้โรงเรียนตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหาย ก่อนเสนอเรื่องผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามายัง สพฐ. เพื่อดำเนินการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ และที่ประชุมยังได้เตรียมสรุปผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนมาตรการต้อนรับเปิดภาคเรียน ลดภาระผู้ปกครอง และรับมือวิกฤตพลังงาน ผ่านแนวปฏิบัติและข้อสั่งการต่อเนื่อง เพื่อเสนอที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการในรูปแบบคลิป 3 นาที แสดงทั้งกระบวนการ มาตรการลดค่าใช้จ่ายของโรงเรียน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงรายงานผลงานสำคัญของ สพฐ. เพื่อสะท้อนการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง
รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยังได้รายงานความก้าวหน้าการ เตรียมจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 18 หน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายความปลอดภัยและสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ในสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ โดยการทำ MOU ครั้งนี้มุ่งส่งเสริมการป้องกัน ดูแล ช่วยเหลือ และคุ้มครองนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ควบคู่กับการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาทักษะชีวิต สุขภาวะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อใช้ติดตาม ขยายผล และยกระดับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานศึกษาปลอดภัยและเป็นพื้นที่สร้างสรรค์อย่างแท้จริง
“สพฐ.ยังได้วางแผนติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งมีการปรับลดและบูรณาการตัวชี้วัดจากเดิม 151 ตัวชี้วัด/ประเด็น เหลือเพียง 43 ตัวชี้วัด/ประเด็น ลดลงถึง 71.52% เพื่อลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทั้งนี้ จะมีการติดตามความก้าวหน้า พร้อมให้ข้อเสนอแนะและสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดทำข้อมูลสารสนเทศเพื่อใช้ในการวางแผนและบริหารจัดการ โดยกำหนดติดตามผล 3 รอบ ระหว่างเดือนมีนาคมถึงกันยายน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายและการดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และส่งผลเชิงบวกต่อผู้เรียนและสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม”ดร.วิษณุกล่าว






