ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ มีหน่วยงานหนึ่งที่ถึงแม้จะไม่ใช่หน่วยงานใหญ่ เท่าองค์กรหลักอย่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( สพฐ.) หรือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) หรือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ที่ดูแลผู้เรียนจำนวนมาก แต่ก็เป็นหน่วยงานที่มีเครือข่ายและมีความเกี่ยวข้องกับผู้เรียนและบุคลากรจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมากกว่าองค์กรหลักๆ เสียอีก นั่นคือ  สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เพราะหน่วยงานนี้ ดูแลทั้งค่ายลูกเสือ การฝึกอบรม บุคลากร เครื่องแบบ กิจกรรม และการพัฒนาหลักสูตร ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ตรวจสอบได้ยากในสายตาสาธารณะ

วันนี้ Focusnews จะมาชวนคุยบางเรื่องที่น่าสนใจ เรื่องแรก เป็นเรื่องของงบประมาณ “กิจกรรม” สูง แต่ผลลัพธ์เชิงคุณภาพจับต้องยาก สำนักงานลูกเสือแห่งชาติยังคงขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์และโครงการฝึกอบรมลูกเสือทั่วประเทศ รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรและค่ายลูกเสือ  แต่จุดที่น่าจับตาคือ งบประมาณประเภทนี้มักอยู่ในรูปแบบ การอบรม สัมมนา เข้าค่าย พัฒนาศักยภาพประชุมเชิงปฏิบัติการ การเดินทางราชการ ซึ่งเป็น “งบอ่อน” ที่ตรวจสอบผลสัมฤทธิ์จริงได้ยาก

เรื่องที่ 2  โครงสร้าง “ค่ายลูกเสือ” อาจกลายเป็นพื้นที่ใช้งบซ้ำซ้อน ในแผนปฏิบัติการของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ มีภารกิจด้าน • กำกับค่ายลูกเสือ  • พัฒนาค่าย  • ตรวจสอบการบริหารงบประมาณค่ายลูกเสือ  แต่ปัญหาคือประเทศไทยมีค่ายลูกเสือจำนวนมาก กระจายทั้งส่วนกลาง เขตพื้นที่ และโรงเรียน คำถามคือ  • ค่ายใดใช้งานจริง  • ค่ายใดแทบไม่มีเด็กเข้าใช้ • มีงบซ่อมบำรุงซ้ำซ้อนหรือไม่  • รายได้จากการเช่าค่ายเข้าสู่ระบบครบหรือเปล่า   เพราะในอดีต “ค่ายลูกเสือ” เคยถูกมองว่าเป็นพื้นที่สีเทาเรื่อง  • ค่าเช่า  • ค่าปรับปรุง  • ค่าจัดกิจกรรม  • การจัดซื้อวัสดุ โดยเฉพาะในระดับจังหวัดและเขตพื้นที่

เรื่องที่ 3 งบประมาณที่เกี่ยวกับ “เครื่องแบบ-หลักสูตร-ระเบียบใหม่” อาจเป็นตลาดใหญ่   ที่ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติกำลังเดินหน้าปรับกฎหมายและเครื่องแบบลูกเสือหลายรายการ  ประเด็นนี้น่าจับตาเพราะทุกครั้งที่มีการเปลี่ยน • เครื่องแบบ  • หลักสูตร  • คู่มือ  • เครื่องหมาย  • อุปกรณ์  ก็จะเกิด “ตลาดใหม่” ทันที และผู้ได้ประโยชน์อาจไม่ใช่เด็ก แต่เป็น • ผู้ผลิตชุด • โรงงานปัก  • ร้านอุปกรณ์ • ผู้จัดพิมพ์คู่มือ ทำให้เกิดคำถามว่า การปรับหลักสูตรจำเป็นจริงหรือไม่ หรือเป็นการ “รีเซ็ตตลาด” รอบใหม่

เรื่องที่ 4 ลูกเสือยุคใหม่ VS ความจริงในโรงเรียน แม้ฝ่ายบริหารพยายามผลักภาพ “ลูกเสือยุคดิจิทัล” ผ่านแอปและกิจกรรมใหม่ ๆ  แต่ในความจริง โรงเรียนจำนวนมากยังสะท้อนว่า • ขาดครูผู้กำกับลูกเสือ  • ขาดงบกิจกรรมจริง  • เด็กมองกิจกรรมลูกเสือเป็นภาระ  • โรงเรียนจำนวนมากทำเพียงให้ครบหลักสูตร ซึ่งนี่คือช่องว่างระหว่าง “ภาพนโยบาย” กับ “หน้างานจริง”และเรื่องที่ 5  จุดเสี่ยงที่สุด คือ “งบประมาณที่กระจายทั่วประเทศ” สำนักงานลูกเสือแห่งชาติอาจไม่ใช่หน่วยงบฯแสนล้าน แต่มีลักษณะสำคัญคือ “งบฯกระจายตัว” หมายถึง  • เบิกหลายพื้นที่  • หลายหน่วย  • หลายค่าย  • หลายกิจกรรม ซึ่งลักษณะนี้ตรวจสอบยากกว่างบฯก้อนใหญ่เสียอีก และหากไม่มีระบบเปิดเผยข้อมูลเชิงรุก ทั้งรายชื่อโครงการ  ราคากลาง  ผู้รับจ้าง  ผลสัมฤทธิ์ รวมถึงจำนวนผู้เข้าร่วมจริง ก็อาจกลายเป็น “งบฯเงียบ” ที่สังคมไม่ค่อยจับตา

จากข้อสังเกตที่ว่า ทำให้เกิดความน่าสนใจว่าในช่วงที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังชูแนวทาง  ลดภาระครู  ลดความเหลื่อมล้ำ ดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา  ทำให้กิจการลูกเสือจะถูกตั้งคำถามขึ้นมาทันทีว่า “ตอบโจทย์การศึกษาใหม่จริงหรือไม่” เพราะถ้ายังใช้งบฯกับพิธีการ เครื่องแบบ และระบบราชการมากเกินไป ก็อาจถูกมองว่าเป็น “โครงสร้างเก่า” ที่ใช้งบฯสูง แต่ไม่ทันโลก แต่หากปรับให้ลูกเสือเป็นพื้นที่สร้าง วินัยดิจิทัล  ทักษะชีวิต ภาวะผู้นำ  การรับมือภัยพิบัติ รวมถึงจิตอาสาให้เกิดขึ้นได้จริง ก็จะกลายเป็นเครื่องมือพัฒนาเยาวชนที่ทรงพลังได้แน่นอน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here