ตามที่ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) เสนอ โดยตั้งเป้าหมายลดอัตรากำลังข้าราชการลง 15% ภายในปี 2575 หรือกว่า 30,000 อัตรา ในระยะเวลา 8 ปี เพื่อลดภาระงบประมาณรายจ่ายประจำของประเทศ นั้น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศึกษาธิการ)กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างและบริหารอัตรากำลัง เนื่องจากบางหน่วยงานยังมีปัญหาบุคลากรไม่เพียงพอ อย่างเช่น กรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. มีทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่และโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมาก อีกทั้งครูยังต้องรับภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน ทั้งงานจัดซื้อจัดจ้างและงานธุรการ ซึ่งสวนทางกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการ “ลดภาระงานครู” โดยเร็ว ๆ นี้ ตนจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุม เพื่อจัดสรรบุคลากรให้สอดคล้องกับภารกิจและลดงานที่ดึงครูออกจากห้องเรียน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก  ศธ.ไม่ได้มุ่ง ยุบหรือควบรวมโรงเรียนเพียงอย่างเดียว แต่จะใช้แนวคิดบริหารและใช้ทรัพยากรร่วมกัน  โดยปัจจุบันมีโรงเรียนที่มีนักเรียนไม่เกิน 120 คนมากกว่า 10,000 แห่ง จึงสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไปจำแนกข้อมูลโรงเรียนตามจำนวนนักเรียน เช่น นักเรียนไม่เกิน 50 คน 70 คน 100 คน และ 120 คน มีกี่แห่ง เพื่อให้เห็นสภาพปัญหาที่แท้จริง ก่อนกำหนดมาตรการให้เหมาะสมเป็นรายกลุ่มโรงเรียนต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกแนวทางสำคัญคือการเชื่อมโยงกับ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 20 จังหวัด ซึ่งขณะนี้มีการพัฒนาให้เป็นโรงเรียนคุณภาพ ให้เป็นพื้นที่นำร่อง หรือ Sandbox เพื่อสร้างโรงเรียนคุณภาพดีใกล้บ้าน จากนั้นจึงออกแบบการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กโดยรอบร่วมกัน รวมถึงแก้ข้อจำกัดเรื่องระยะทางและระบบขนส่งนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลด้วย

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการงบประมาณที่ต้องการเห็นเป้าหมายชัดเจนในการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ว่าในปีงบประมาณ 2570 2571และปีต่อ ๆ ปี จะสามารถลดหรือจัดระบบโรงเรียนขนาดเล็กได้จำนวนเท่าใดนั้น เรื่องนี้ตนได้มอบหมายให้เลขาธิการ กพฐ. จัดทำรายละเอียดเพื่อเตรียมชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯแล้ว ทั้งนี้ยอมรับว่าเจตนาของคณะกรรมาธิการฯต้องการให้รัฐใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง ศธ.ก็รับไปดำเนินการ

“การบริหารจัดการหรือควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กไม่สามารถดำเนินการด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียว เพราะต้องคำนึงถึง ความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชน ซึ่งหลายพื้นที่ยังไม่เห็นด้วยกับการยุบหรือควบรวมโรงเรียน ศธ.จึงต้องสร้างความเข้าใจและหาข้อสรุปร่วมกับชุมชนก่อนดำเนินการ ดังนั้นเราจึงต้องทำโรงเรียนดีมีคุณภาพให้ชุมชนยอมรับให้ได้ โดย ศธ.กำลังเปลี่ยนจากแนวคิด ยุบโรงเรียนเล็ก ไปสู่ การจัดกลุ่มโรงเรียน ใช้ทรัพยากรร่วมกัน สร้างโรงเรียนคุณภาพใกล้บ้าน พร้อมเร่งแก้โจทย์อัตรากำลังและลดภาระงานครู ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องสร้างความเข้าใจให้กับชุมชนด้วย”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here