วันที่ 4 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศึกษาธิการ)เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้อง CB 303 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า การยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างโอกาสให้เด็กทุกคน จำเป็นต้องผนึกกำลังกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีกลไกการทำงานครอบคลุมถึงระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ตามนโยบาย “All for Education” ที่มุ่งให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า การหารือครั้งนี้มีประเด็นความร่วมมือสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.โครงการอาหารกลางวันและครัวกลาง (Cloud Kitchen) กระทรวงศึกษาธิการขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการครัวกลางและโครงการอาหารกลางวันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้นักเรียนได้รับอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันยังช่วยลดภาระงานของครู โดยเฉพาะงานจัดซื้อจัดจ้างและงานธุรการที่อยู่นอกเหนือจากภารกิจการสอน ซึ่งอาจทำให้ครูเสี่ยงต่อความผิดพลาดด้านระเบียบ กฎหมาย และการตรวจสอบ เบื้องต้นเตรียมนำร่องในพื้นที่ Sandbox จังหวัดนครราชสีมา เชียงใหม่ และอุบลราชธานี พร้อมร่วมกันพิจารณาปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎหมาย ระเบียบ และแนวทางบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดรูปแบบที่สามารถดำเนินงานได้จริงและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นต่อไป

  1. รถรับ–ส่งนักเรียน (School Bus)ทั้งสองกระทรวงหารือแนวทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)สนับสนุนและจัดสรรรถรับ–ส่งนักเรียนในระดับอำเภอและตำบล โดยให้ความสำคัญกับเด็กในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ทุรกันดาร หรือพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง เพื่อให้นักเรียนสามารถเดินทางไปเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพได้อย่างปลอดภัย สะดวก และเท่าเทียม ลดปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะระยะทางหรือภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว

และ 3.การจัดการศึกษาแก่เยาวชนในค่ายผู้ลี้ภัย โดยกระทรวงศึกษาธิการจะประสานความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อหาแนวทางดูแลเด็กที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือยังไม่มีเลขประจำตัวประชาชน รวมถึงเด็กในค่ายผู้ลี้ภัย ให้สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาและได้รับการจัดทำรหัสประจำตัวที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม เพื่อรับรองสิทธิทางการศึกษา การจัดสรรทรัพยากร และการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง  เป้าหมายสำคัญคือทำให้เด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย ความมั่นคง และหลักสิทธิมนุษยชนสากล

นายประเสริฐกล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงมหาดไทยครั้งนี้ จะช่วยเชื่อมโยงนโยบายจากส่วนกลางไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่อาหารกลางวันที่มีคุณภาพ การเดินทางไปโรงเรียนอย่างปลอดภัย ไปจนถึงการรับรองโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กที่มีข้อจำกัดด้านสถานะบุคคล เพราะเด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยควรได้รับโอกาสเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here