เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 2401/2567 เรื่องการรับโอนข้าราชการ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 47 มาตรา 63 และมาตรา 132 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่สองพ.ศ. 2558 กฏ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือน พ.ศ. 2551 กฏ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำประกอบกับมติ ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการประกาศ ณวันที่ 19 สิงหาคม 2567 เรื่องประสบการณ์ในงานที่หลากหลายของกระทรวงศึกษาธิการตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งประเภทอำนวยการจึงรับโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทอำนวยการระดับสูง 1 ราย คือ นายนิยม ไผ่โสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็น ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน การศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป
ครม.ตั้ง 6 ซี 10 ศธ. ยังไม่ตั้งเลขาธิการ ก.ค.ศ. เสมา 1 ลั่น ไม่เปลี่ยนม้ากลางศึก ให้“ประวิต”ถ่างขาสานต่องานย้ายครูระบบใหญ่TRSจนกว่าจะนิ่ง
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้เห็นชอบรายชื่อแต่งตั้งผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 6 ราย ได้แก่ นายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็น รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) นายสง่า แต่เชื้อสาย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เป็น รองเลขาธิการ กอศ. นายพิเชฐร์ วันทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาววันเพ็ญ บุรีสูงเนิน ศึกษาธิการภาค 8 เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุภชัย จันปุ่ม ศึกษาธิการภาค 13 มาเป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และ ว่าที่ร้อยเอก วิสาร ปัญญชุณห์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
“ ทุกคนมีความเหมาะสมและมีความรู้ความสามารถกับตำแหน่ง โดยเชื่อว่าทุกคนจะขับเคลื่อนงานการศึกษาตามนโยบายเรียนดี มีความสุขได้อย่างแน่นอน ส่วนตำแหน่งเลขาธิการ ก.ค.ศ. นั้น รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ยังรักษาการไปพลางก่อน เนื่องจากยังมีงานย้ายข้าราชการครูระบบ TRS : Teacher Rotation System คาอยู่ ก็อยากให้ TRS ขึ้นระบบให้ได้ก่อน ซึ่งก็คงต้องให้รศ.ดร.ประวิตดูไปเรื่อย ๆ จนระบบนิ่งและขับเคลื่อนไปได้ เพราะเรื่องงานบบุคคลเป็นเรื่องสำคัญ จะเปลี่ยนม้ากลางศึกไม่ได้ ซึ่งผมก็ได้สอบถาม รศ.ดร.ประวิต แล้ว เชื่อว่าทำได้ไม่เกินความสามารถ”รมว.ศึกษาธิการกล่าว
ศธ.-สพฐ.วอนลูกจ้างอย่าเพิ่งแต่งดำบุกกระทรวงกำลังเร่งหารือสำนักงบ-กรมบัญชีกลาง หาทางออก
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ว่า วันนี้ได้นำเรื่องสำคัญมาหารือกันในที่ประชุมและให้แจ้งไปยังเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ กรณี การออกแถลงการณ์ของสมาพันธ์เจ้าหน้าที่ธุรการแห่งประเทศไทย เรื่อง “ขอยกเลิกจ้างเหมาบริการผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568” โดยระบุว่า สำนักงบประมาณได้แจ้งกรอบการจัดสรรงบประมาณโดยไม่ได้จัดสรรเงินสมทบกองทุนประกันสังคม และให้ปรับวิธีการจ้างเป็นวิธีการจ้างเหมาบริการ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 พร้อมทั้งแจ้งบัญชีจัดสรรธุรการโรงเรียน อัตราละ 15,000 บาท และอัตราละ 9,000 บาท พร้อมทั้งได้นัดหมายที่จะมาที่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อมาขับเคลื่อนให้ยกเลิกวิธีการจ้างเหมาบริการ ในวันอังคารที่ 8 ตุลาคม 2567 นี้ นั้น

ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวว่า การออกระเบียบของกรมบัญชีกลางส่งผลกระทบกับการจ้างงานตำแหน่งลูกจ้าง ทุกตำแหน่งของสพฐ.ซึ่งมี มากกว่า 60,000 รายทั่วประเทศ ซึ่ง พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และสพฐ.รับทราบปัญหาแล้ว และไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งเมื่อวานนี้ตนได้ทำหนังสือหารือไปยัง กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นผู้ออกระเบียบในการจ้างผู้ปฏิบัติงานและจัดสรรเงินงบประมาณ โดยขอหารือใน 4 ประเด็น คือ 1. การจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการดังกล่าวถือเป็นการจ้างลูกจ้างชั่วคราวหรือการจ้างเหมาบริการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และการจ้างเอกชนดำเนินงาน ซึ่งส่วนราชการต้องดำเนินการเป็นไปตามนัยของหนังสือที่อ้างถึง 2. การจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการดังกล่าว สพฐ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ในฐานะผู้ว่าจ้างสามารถจ่ายเงินสมทบในส่วนของนายจ้างเข้ากองทุนประกันสังคมได้หรือไม่ 3. หาก สพฐ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในฐานะผู้ว่าจ้าง ไม่สามารถจ่ายเงินสมทบในส่วนของนายจ้างเข้ากองทุนประกันสังคม ตามข้อ 2 สพฐ. สามารถขอเงินเพิ่มเพื่อจ่ายเงินในส่วนของผู้ว่าจ้างได้หรือไม่ และ 4.สพฐ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในฐานะผู้ว่าจ้าง ต้องจ่ายอัตราค่าแรงขั้นต่ำและอัตราเงินเดือนให้กับผู้ปฏิบัติงานให้ราชการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 ที่ได้เห็นชอบรายงานผลการศึกษาตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 (เรื่อง การปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำและการปรับอัตราเงินเดือนสำหรับกลุ่มข้าราชการพลเรือนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ) และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. 2567 ได้หรือไม่ โดยขอให้กรมบัญชีกลางตอบข้อหารือดังกล่าวภายในวันที่ 4 ตุลาคม 2567 เพื่อที่ สพฐ. จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงขอให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบรอคำตอบจากสองหน่วยงานนี้ก่อน โดยในวันพรุ่งนี้(2 ต.ค.)ตนจะเชิญตัวแทนสมาพันธ์เจ้าหน้าที่ธุรการแห่งประเทศไทยมาหารือกันเพื่อหาความเหมาะสมต่อไป ดังนั้นตนอยากขอร้องว่าอย่าเพิ่งเดินทางมาขับเคลื่อนในวันที่ 8 ต.ค.นี้ เลย
“ผมเห็นด้วยในเรื่องการปรับค่าจ้างคนที่จบปริญญาตรีให้เท่ากับข้าราชการที่เริ่มสตาร์ทที่ 16,500 บาท เพราะตอนนี้เราจ้างระดับปริญญาตรี 15,000 บาท ซึ่งผมจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้เห็นชอบในโอกาสต่อไป ส่วนที่มีความกังวลว่าหากเป็นลูกจ้างเหมาจะเสียสิทธิ์สอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ(ว.16 ว.17)นั้น จะไม่กระทบสิทธิ์ตรงนั้นแน่นอน เพราะสพฐ.ได้แก้หลักเกณฑ์ระเบียบให้แล้ว ถ้าเป็นลูกจ้างทำงานครบ 3ปีก็มีสิทธิ์เข้าสอบ ว.16 ว.17 เหมือนเดิมไม่กระทบสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ สพฐ. โดยตรง เนื่องจากเป็นระเบียบที่กรมบัญชีกลางกำหนด และสำนักงบประมาณเป็นผู้จัดสรรเงิน”เลขาธิการ กพฐ.กล่าว





