เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2568 ที่โรงแรมโคราชรีสอร์ท จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการศึกษานิเทศก์ ตามโครงการพัฒนาครูต้นแบบในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ระหว่างวันที่ 28-29 มิถุยายน 2568 เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพศึกษานิเทศก์ในการ “พลิกโฉมคุณภาพการศึกษาโดยพัฒนาครูให้มีศักยภาพสอดคล้องกับศตวรรษที่ 21” ด้วยการร่วมพัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ไปสู่การสร้างผู้เรียนให้เป็นนวัตกร ตามโครงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาด้วยรูปแบบ Active Learning สำหรับครู และบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (1 อําเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ) ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา
ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว)อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา บรรยายพิเศษว่า หลักสูตรของประเทศไทยรวมถึงหลักสูตรทั่วโลกจะเน้นกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล และประเทศไทยก็มีการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาประเทศด้านการศึกษา ขณะเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการ ก็ให้เน้นย้ำเรื่องของกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เช่นกัน แต่ในทางปฏิบัติคนไทยยังเข้าไม่ถึงกระบวนการนี้ การเรียนการสอนจึงเป็นการสอนไปตามรายวิชา ทำให้เด็กยังไม่บรรลุตามเป้าหมาย ขณะที่ในชีวิตจริงของมนุษย์หรือคนทุกคนจะต้องไปอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps จะเป็นการเรียนรู้ผ่านกระบวนการและหลักการ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำกระบวนการและหลักการไปใช้ได้ในทุกสถานการณ์ทุกวิถีชีวิต และพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้งไม่มีวันลืม
ดร.เอกราช ดีนาง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กล่าวว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักที่สำคัญ คือ การพัฒนาหลักสูตร Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนพัฒนารูปแบบการ จัดการเรียนการสอนนำไปสู่การให้เด็กมีกระบวนการคิดขั้นสูง และท้ายที่สุดเด็กจะสามารถสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง หลังจากพัฒนาหลักสูตรสำเร็จแล้วจะเป็นการจัดอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อนำรูปแบบ Active Learning ไปใช้ในการปฏิบัติในชั้นเรียน จากนั้นจะเป็นการคัดเลือกครูต้นแบบเพื่อถอดบทเรียนการเรียนรู้และนำไปสู่การสร้างต้นแบบของการเรียนรู้และขยายผลต่อไป เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ดร.เอกราช กล่าวต่อไปว่า กลุ่มเป้าหมายการพัฒนาครูต้นแบบในโครงการจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มที่สำคัญ คือ 1.ครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะเป็นผู้นำแนวคิดในเรื่องของ Active Learning ไปใช้ในห้องเรียน และอีกกลุ่มที่สำคัญมากคือ ศึกษานิเทศก์ ซึ่งจะเป็นผู้นำกลไกเชิงกระบวนการและนโยบายต่าง ๆ ไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้นศึกษานิเทศก์จะต้องเป็นผู้ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ไปเป็นวิธีปฏิบัติและเป็นโค้ชในการให้คำปรึกษา อำนวยการเรียนรู้ให้ครู นำเรื่องของ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Stepsไปใช้ในห้องเรียน เพื่อยกระดับผู้เรียนให้เป็นนวัตกรการเรียนรู้ได้ในที่สุด
นายดำเนิน เพียรค้า ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)นครราชสีมา เขต 3 ปฏิบัติหน้าที่ ผอ. สพป.นครราชสีมา เขต 1 กล่าวว่า ศึกษานิเทศก์เป็นบุคคลที่จะเป็นสื่อกลางในการนำนโยบายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยการจัดการศึกษาแบบ Active Learning ไปสู่ความสำเร็จ ศึกษานิเทศก์ต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพราะการทำ 1 อําเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ มีหลักการว่าจะต้องทำให้โรงเรียนแห่งโอกาสทางการศึกษา และความเท่าเทียมของนักเรียน ที่ต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ สามารถรับประกันได้ว่าเด็กที่จบจากโรงเรียนในโครงการ 1อำเภอ 1โรงเรียนคุณภาพ ต้องมีความรู้ ความสามารถ มีทักษะชีวิต สามารถดำรงชีพได้ในอนาคตเทียบเท่ากับโรงเรียนในอำเภอหรือในจังหวัด เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรกระบวนการเรียนการสอนจะสามารถพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างดี ครูสามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก่นักเรียน นักเรียนคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ซึ่งการจัดการศึกษาโดยรูปแบบ Active Learning เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเด็กจะได้ปฏิบัติจริง เรียนรู้จริง และมีองค์ความรู้สามารถเอาตัวรอดได้ เพราะฉะนั้นเชื่อว่า Active Learning ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงได้จริง
ว่าที่ร้อยเอก ดร.ทิณกรณ์ ภูโทถ้ำ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)นครราชสีมา กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดอบรม คือ ต้องการให้ศึกษานิเทศก์มีความเข้าใจการจัดการศึกษาแบบ Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps โดยมีจุดประสงค์สำคัญ คือ ให้ผู้เรียนเป็นนวัตกร ที่สามารถสร้างผลผลิตที่เกิดจากการเรียนการสอนในห้องเรียนแล้วไปต่อยอดสร้างนวัตกรรม จนเกิดเป็น Startup ต่อไป อย่างไรก็ตามความมุ่งหวังของ สพฐ.และเขตพื้นที่การศึกษา คือ ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนคุณภาพ โดยการเปลี่ยนแปลง คือ ต้องพลิกจากสิ่งที่ทำมาแต่เดิม ต้องส่งผลต่อผู้เรียนในเรื่องของคุณภาพ ความเท่าเทียม โอกาส และการเปลี่ยนสังคมให้ไปสู่สังคมที่มีความพร้อมที่จะอยู่ในโลกของเศรษฐกิจยุคใหม่ ซึ่ง Active Learningตอบโจทย์ได้ เพราะ Active Learning มุ่งหวังให้นักเรียนเกิดกระบวนการคิดขั้นสูง เช่น ผลการสอบพิซาของเด็กไทยยังไม่ค่อยน่าพึงพอใจ เพราะเรายังไม่ได้ฝึกให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์ขั้นสูง แต่ปีที่ผ่านมาเราเริ่มเน้นการเรียนแบบ Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps มากขึ้น เชื่อว่าการสอบพิซาปีนี้ซึ่งเน้นเรื่องการคิดวิเคราะห์ สิ่งที่เราเน้นย้ำจะเกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้นอยากให้ติดตามผลการสอบพิซาปีนี้ด้วย



รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)กรุงเทพ เปิดเผยว่า มทร.กรุงเทพ มีนโยบายหนึ่งในการเสริมสร้าง พัฒนา และยกระดับคุณภาพผู้เรียนของมหาวิทยาลัย ด้วยการจัดส่งนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมการประกวด แข่งขันในกิจกรรมเวทีต่าง ๆ ทั้งเวทีระดับสถาบัน ระดับชาติ และระดับนานาชาติ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาทักษะ ความสามารถของผู้เรียน เปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในตนเองและเป็นการแสดงศักยภาพของนักศึกษา ซึ่งเป็นประสบการณ์นอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียนที่นักศึกษา มทร.กรุงเทพ จะได้รับก่อนจบการศึกษา และยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้แก่มหาวิทยาลัยด้วย
“แต่ละปีนักศึกษา มทร.กรุงเทพ สามารถแสดงศักยภาพ ความรู้ และ ทักษะด้านต่าง ๆ จนสามารถชนะการประกวดแข่งขัน ได้รับรางวัลมากมาย อย่างล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายสิทธินนท์ กมลปราณี นักศึกษาสาขาวิชาการเงินและนวัตกรรมทางการเงิน คณะบริหารธุรกิจ ชั้นปีที่ 4 ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันด้านการวิเคราะห์การเงินการลงทุน ในกิจกรรม Exclusive Financial Career Camp Track2 : Financial Professionals @Listed Companies ซึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ New Breed 2025 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ น.ส.พนินทรา ฤกษ์ดี นักศึกษาสาขาวิชาการโรงแรม คณะศิลปศาสตร์ ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนเยาวชนไทย เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 14 (WorldSkills ASEAN Manila 2025) ระหว่างวันที่ 25-30 สิงหาคม 2568 ณ กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เป็นต้น”อธิการบดี มทร.กรุงเทพ กล่าว
ผศ.ดร.ธนวิทย์ ลายิ้ม คณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.กรุงเทพ กล่าวว่า สำหรับคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ได้ส่งนักศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักผักและผลไม้ รายการ THAILAND ULTIMATE CHEF CHALLENGE 2025 ในงาน THAIFEX –ANUGA ASIA 2025 ที่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2568 ปรากฏว่า มทร.กรุงเทพ ได้มา 3 รางวัล จาก นายพีระวิทย์ ลาภโชค นักศึกษาระดับปริญญาโท มทร.กรุงเทพ ได้รับรางวัล Winner Award ระดับ Gold Medals จาก Cateories ในการแข่งขันประเภท Fruit and Vegetable Live Carving Challenge : Team of 3 และ ประเภท Fruit and Vegetable Live Carving Challenge : Individual และ น.ส.พรธิดา เรือนนา น.ส.พลอยชมพู บุญศักดิ์ น.ส.อรัสยา นิลเกษ น.ส.พชริดา ลาขุมเหล็ก นายวุฒิภัทร สังคฤกษ์ และนายสิทธิโชค ถาวรวรรณ์ นักศึกษาสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ ได้รับรางวัล Top Score of Silver Medals จากการแข่งขันประเภท Fruit and Vegetable Live Carving Challenge : Team of 3
นอกจากนี้ นายรัชพงศ์ เกตุรุ่ง นักศึกษาระดับปริญญาเอก คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.กรุงเทพ รศ.ดวงฤทัย ธำรงโชติ และ ผศ.ดร.นริศรา อู่ไทย อาจารย์ประจำ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.กรุงเทพ ยังไปได้รับรางวัลเหรียญทองจากผลงานวิจัย เรื่อง A New innovation : Dietary Supplements form Bamboo Leaf Extrac , Roselle , And Luo han guo ในงานประกวดและแสดงนวัตกรรมนานาชาติ ITEX (International Innovation & Technology Exhibition) ระหว่างวันที่ 29-31 พฤษภาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย




ดร.อรรถพล กล่าวต่อไปว่า ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่ประเทศกำลังเผชิญโดยการศึกษาถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่สำคัญที่ประเทศไทยกำลังเผชิญและน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ความสามารถทางการแข่งขันทางการศึกษาของประเทศไทยดีขึ้น เมื่อเปรียบเทียบผลการจัดอันดับด้านการศึกษาของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะพบว่า อันดับที่ 1 ประเทศสิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 8 ลดลง 5 อันดับ จากปีที่ผ่านมา อันดับที่ 2 ประเทศมาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 44 เท่ากับปีที่ผ่านมา อันดับที่ 3 ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 55 ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1 อันดับ อันดับที่ 4 ประเทศอินโดนีเซียอยู่ในอันดับที่ 62 ลดลงจากปีที่ผ่านมา 5 อันดับ อันดับที่ 5 ประเทศฟิลิปปินส์อยู่ในอันดับที่ 63 เท่ากับปีที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีแนวโน้มผลการจัดอันดับทางการศึกษาที่ลดลงเกือบทุกประเทศ ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งรัดการพัฒนาการศึกษาเพื่อรักษาตำแหน่งทางการศึกษาของประเทศไทย ให้เป็นหนึ่งในประเทศแนวหน้าทางการศึกษาในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 มิถุนายน 2568 ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินทางเข้ามาเพื่อกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงศึกษาธิการ และเซ็นใบลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการมามอบดอกไม้และพวงมาลัย เพื่อเป็นการอำลาเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ นายสุรศักดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ ว่า วันนี้รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยได้ทำตามมติของกรรมการบริหารพรรคโดยการถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลและลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีทุกตำแหน่ง รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่เสียงข้างน้อย คือ ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ฝ่ายบริหาร แต่ก็ยังต้องทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เกรงว่าอาจจะไม่ได้รับการสานต่อเมื่อต้องเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีใหม่ นั้น โดยส่วนตัวตนเชื่อว่าผู้บริหารที่จะเข้ามาบริหารใหม่ ถ้านโยบายที่ทำไว้เกิดประโยชน์ ก็ต้องสานต่อ หรือ ถ้าบางเรื่องยังมีปัญหาก็ต้องแก้ไข เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา เชื่อว่าทุกคนที่จะเข้ามาล้วนแต่มีความสามารถและตั้งใจที่จะทำงานให้ประเทศชาติและกระทรวงศึกษาธิการ
“ที่ผ่านมาพลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ และ ผม พยามยามผลักดันเรื่องโครงการเรียนดี มีความสุข ลดภาระครู ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง มาโดยตลอด ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการยกเลิกครูเวร การขยายโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนขยายโอกาส การคืนภารโรง การใช้ระบบย้ายครู TRS การยกเว้นหรือเพิ่มทางเลือกการแต่งชุดลูกเสือ การทำสุขาดีมีความสุข หรือแม้แต่นโยบายเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา Anywhere Anytime ที่จะเป็นการลดภาระนักเรียนและเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งผมเชื่อว่าผู้บริหารใหม่ที่จะเข้ามาก็จะผลักดันต่อไปให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น”นายสุรศักดิ์กล่าว
เมื่อวันที่ 18 ,b56okpo 2568 รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า ตามที่มทร.ธัญบุรี ได้ส่งงานวิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมเวทีระดับนานาชาติ “The 8th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2025” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 มิถุนายน 2568 ณ Shanghai World Expo Exhibition & Convention Center นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ปรากฎว่า สามารถคว้ารางวัลจากเวทีระดับนานาชาติ ครั้งนี้ถึง 12 รางวัล ซึ่งผลสำเร็จในครั้งนี้เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนางานวิจัยที่ไม่เพียงตอบโจทย์ชุมชนในประเทศ แต่ยังสามารถขยายผลสู่ระดับสากล ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ โดยมีการบูรณาการองค์ความรู้ที่หลากหลาย ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และการแพทย์บูรณาการ ตลอดจนความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อการพัฒนานวัตกรรมที่ใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรม
สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วยเหรียญทอง (Gold Medal) จำนวน 6 รางวัล รางวัลพิเศษ Special Award 4 รางวัล และรางวัล NRCT Honorable Mention Award อีก 2 รางวัล ประกอบด้วย (1) ผลงาน PolyCat: A Reusable Catalyst for Upgradings Bio-Oil ได้รับรางวัล Gold Medal และNRCT Special Award โดยนายณัฐวุฒิ รอดทุกข์ น.ส.เนตรนภา กำลังมาก รศ.ดร.ปรียาภรณ์ ไชยสัตย์ และรศ.ดร.อมร ไชยสัตย์
(4) ผลงาน Advanced electrochemical innovation combined with a nanobubble system for seafood transportation business ได้รับรางวัล Gold Medal และ NRCT Special Award โดยนายวัชรพงษ์ นารีจันทร์ น.ส.นวลลออ ยามาโอะ และรศ.ดร.ฉัตรชัย พลเชี่ยว 
เมื่อวันที่ 18-19 และ วันที่ 25-26 มิถุนายน 2568 ณ หอประชุมโรงเรียนเหลืองพนาพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)บุรีรัมย์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดโครงการ “พัฒนาทักษะสร้างความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสู่สังคมดิจิทัล” ภายใต้ภารกิจบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม กลุ่ม 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง) โดย สิบตำรวจตรี ดร.นปดล นพเคราะห์ ผอ.สพม.บุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดโครงการ และนางรังสิยา ศรีจันทา ผู้อำนวยการโรงเรียนเหลืองพนาพิทยาคม กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และกรรมการสถานศึกษา ร่วมในพิธี
สำหรับวัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้ คือการพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และสร้างสรรค์ ภายใต้บริบทของการเข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยออกแบบหลักสูตรเฉพาะชื่อว่า “เด็กยุคดิจิทัลเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยี” เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กสทช. สะท้อนถึงความตั้งใจในการยกระดับศักยภาพเยาวชนไทยให้สามารถอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีคุณภาพ แบ่งการจัดอบรมออกเป็น 2 รุ่น คือ รุ่นที่ 1: วันที่ 18-19 มิถุนายน 2568 สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 100 คน และ รุ่นที่ 2: วันที่ 25-26 มิถุนายน 2568 สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 100 คน โดยกิจกรรมตลอดการอบรมจะเน้นการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ การทดลองใช้เทคโนโลยีจริง การรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล รวมถึงความปลอดภัยในการใช้โซเชียลมีเดียและอินเทอร์เน็ต

