เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2567 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมประสานภารกิจกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 39/2567 ว่า กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ได้ติดตามความคืบหน้าแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ภายใต้โครงการ “Thailand Zero Dropout”ร่วมกับ 11 หน่วยงาน เพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ ตามนโยบายรัฐบาล โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ดำเนินการสำรวจข้อมูลต่าง ๆ และมีการกระทบยอดจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อวางแนวทางดำเนินการ โดยมีศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศทก.)สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเจ้าภาพหลักในการดึงข้อมูล และประสานกับหน่วยงานต่างๆ มาบูรณาการ เพื่อติดตามและนำเด็กกลับมาสู่ระบบการศึกษาต่อไป ทั้งนี้เบื้องต้นตัวเลขเด็กหลุดจากระบบการศึกษาของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) 1,020,000 กว่าคน นั้น กระทรวงศึกษาธิการได้มีการติดตามและดำเนินนำกลับมาสู่ระบบการศึกษาได้บ้างแล้ว โดยมีโครงการนำน้องกลับมาเรียนในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในและนอกระบบ โดยเป็นความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)กรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) ทั้งนี้เพื่อให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษากลายเป็นศูนย์

พลตำรวจเอกเพิ่มพูน กล่าวต่อไปว่า ศธ.ได้ประสานข้อมูลกับ กสศ. เพื่อจัดทำให้ข้อมูลเป็นชุดเดียวกัน ทั้งนี้ จากการรายงานของ สกร. ได้รับข้อมูลเด็กและเยาวชน อายุ 6-18 ปี ที่หลุดออกจากระบบการศึกษา (ข้อมูล ณ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2567) ของ กสศ. จำนวน 394,039 คน กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาของไทย จำนวน 190,934 คน ต่างชาติ 203,105 คน อย่างไรก็ตาม ทาง สกร. ได้ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบเพิ่มเติม ตั้งแต่ระดับตำบลผ่านแพลตฟอร์ม LD รายงานต่อ สกร.ระดับอำเภอ เพื่อวางแผนติดตามในพื้นที่อำเภอและจังหวัด ผลสำรวจพบว่า จำนวน 273,981 คน มีตัวตน 81,813 คน และยังไม่พบตัวตน 192,163 คน ซึ่ง สพฐ.ได้คิกออฟ โครงการพาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง (Zero Dropout) เรียนดี มีความสุข แล้วในการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ที่ จังหวัดสุราษฏร์ธานี ที่ผ่านมา

“ผมได้ให้นโยบาย Zero Dropout ลำดับแรกต้องนำเด็กไทยที่หลุดออกนอกระบบ กลับเข้ามาให้ได้มากที่สุด ส่วนเด็กต่างชาติ ถ้าพบตัวแล้วต้องการเรียน ต้องส่งเสริมให้ได้เข้าเรียน โดยให้ดำเนินการใน 3 เรื่อง คือ 1. ป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบได้อย่างไร และหาสาเหตุเพื่อการป้องกัน 2. เมื่อมีเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ให้หาวิธีการพาเด็กกลับมาเรียน และ 3. หากเด็กกลับมาเรียนไม่ได้ ต้องมีระบบส่งต่อไปยังหน่วยงานอื่น เช่น สช. สกร. เพื่อให้เด็กได้เรียน เป็นต้น” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับ สรุปผลการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดย สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.)ได้รายงานผลคุณภาพสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 3,025 โรงเรียน ซึ่งปรากฏชัดแล้วว่ามีสถานศึกษาใดที่ประเมินแล้วอยู่ในระดับสีเขียว เหลือง หรือ แดง ซึ่งตนแนะนำให้มีการกระตุ้นเพื่อให้เป็นสีเขียวทั้งหมด เพื่อให้การศึกษามีคุณภาพ ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีของการประเมิน ทั้งนี้ตนขอให้โรงเรียนมีการประเมินภายในตนเองก่อนทุกภาคเรียน ส่วนการประเมินภายนอกก็ให้สมศ.เข้าไปประเมิน ส่วนโรงเรียนคุณภาพก็สามารถประเมินผ่านระบบออนไลน์ได้ ทั้งนี้เพื่อให้เพิ่มจำนวนการประเมินได้มากขึ้น





นอกจากนี้ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ยังเป็นห่วงเรื่องสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของนักเรียนก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเรื่องของสัตว์อันตรายจากพื้นที่ใกล้เคียงที่อาจเข้ามาภายในโรงเรียน ซึ่งเด็กที่อยู่ในวัยอยากรู้อาจสนใจและไปสัมผัสด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จนเกิดอันตรายได้ หรือแม้แต่ สุนัข แมว นก วัว ควาย ม้า แพะ ที่ดูเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงปลอดภัยไม่มีพิษแต่ก็อาจเป็นพาหะนำโรคและเป็นอัตรายได้เช่นกัน เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสัตว์คิดอะไรอยู่หรือจะมาทำร้ายเราตอนไหน ดังนั้นการหลีกเลี่ยงให้ปลอดภัยคือทางที่ดีที่สุด ดังนั้น ควรตรวจสอบสภาพแวดล้อมและทำความสะอาดพื้นที่โรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ ปิดช่องทางที่สัตว์สามารถเข้าได้โดยเฉพาะบริเวณที่อาจเป็นแหล่งซ่อนของสัตว์ เช่น พุ่มไม้ ท่อระบายน้ำหรือพื้นที่ชื้นแฉะ สถานศึกษาที่ไม่มีรั้วรอบขอบชิดอาจหาลวดหนามมาขึงรอบบริเวณเพื่อป้องกันสัตว์ใหญ่ของเกษตรกรเข้ามาในโรงเรียน พร้อมให้ความรู้และวิธีการรับมือกับนักเรียนเมื่อพบเหตุการณ์เหล่านั้น รวมถึงวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากเกิดการถูกสัตว์พิษกัดต่อย และหากพบเห็นสัตว์อันตรายควรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยเพื่อนำสัตว์ออกจากพื้นที่ความปลอดภัยของนักเรียนถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และการร่วมมือกันระหว่างผู้ปกครอง ครู และบุคลากรในโรงเรียนเพื่อดูแลป้องกันและลดความเสี่ยงอันตรายในสถานศึกษา จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีการกำชับไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียนให้จัดทำหนังสือแจ้งไปยังทุกโรงเรียนเพื่อดูแลความสะอาดสำหรับอาหารกลางวันและอาหารที่ขายภายในโรงเรียน รวมไปถึงต้องตรวจสอบคุณภาพของอาหารและเครื่องทำน้ำดื่มทุกครั้งก่อนจะให้เด็กนักเรียนรับประทาน เพื่อให้เกิดสุขอนามัยและความปลอดภัยต่อสุขภาพของนักเรียนทุกคน และประสานกับกระทรวงสาธารณสุขมาตรวจสอบสาเหตุที่เด็กเกิดอาการท้องเสีย เกิดจากอะไร ทั้งนี้ตนได้รับรายงานว่าผลตรวจของสาธารณสุขจะออกในวันที่ 16 พ.ย.นี้


วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ณ วัดธรรมบูชา ตําบลตลาด อําเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยมี นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร ข้าราชการและบุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตลอดจนประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคจตุปัจจัยทำบุญ และร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน
ทั้งนี้ การทอดกฐินเป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชน ได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน เพื่อเป็นการอุปถัมภ์พระสงฆ์ที่จำพรรษากาลครบถ้วนไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพระวินัย และเป็นทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม โดยเป็นการรวมพลังแห่งความสามัคคี ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ ในการสร้างบุญกุศล สร้างความสุขของการอยู่ร่วมกันในสังคม รวมทั้งเป็นการจรรโลงและส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้มั่นคงดำรงอยู่เจริญวัฒนาสถาพรสืบไป










อภิศักดิ์ กล่าวว่า .บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ได้ยึดคำประณิธานของคุณแม่สอนไว้เสมอว่าถ้าเรามีแล้วต้องมีการแบ่งปันจึงได้ดูแลโรงเรียนมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นอุปกรณืการเรียนการสอนหรือโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งโรงเรียนก็ขอมาทุกปี ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับโรงเรียน บริษัทฯมีความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยและเหตุภัยพิบัติในโรงเรียนดังกล่าว และมีความประสงค์ที่จะมอบเงินช่วยเหลือโรงเรียนต่างๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน โดยระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือโรงเรียนในโครงการต่างๆ มากมาย ในโอกาสนี้ทางบริษัทจึงได้มอบเงินช่วยเหลือโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา จำนวน 49 โรงเรียน และมอบเงินช่วยเหลือโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายเป็นกรณีพิเศษจากเพลิงไหม้อีก 2 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 51 โรงเรียน โรงเรียนละ 200,000 บาท จำนวนเงินทั้งสิ้น 10,200,000 บาท และในวันนี้ได้มอบเงินบริจาคให้โรงเรียน ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากอุทกภัย จำนวน 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยหินลาดใน และโรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขน มิตรภาพที่ 169 จังหวัดเชียงราย รวมไปถึงโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จังหวัดอุทัยธานี ที่ประสบเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษานักเรียน และโรงเรียนกนกศิลป์พิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์ ประสบเหตุไฟไหม้ห้องสมุดโรงเรียน ได้เดินทางมารับมอบ โรงเรียนละ 200,000บาท
ในการนี้ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ได้ส่งมอบเงินบริจาคให้แก่ ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. เพื่อนำไปบริหารจัดการในการช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบภัยน้ำท่วมและประสบเหตุไฟไหม้ตามวัตถุประสงค์ต่อไป โดยในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 จะมีพิธีมอบเงินช่วยเหลือให้กับโรงเรียนอีก 47 โรงเรียนต่อไป


