“ตรีนุช”เดินหน้าสานต่อโรงเรียนคุณภาพ สร้างเครือข่ายร่วมจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ ( 18 ธ.ค.) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมาตนได้ไปเป็นประธานเปิดงาน “ TUB-UBON : มิติใหม่โรงเรียนคุณภาพมัธยมศึกษา ” ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี ได้ชมการแสดงโปงลางของนักเรียน และ นิทรรศการหลักสูตรที่หลากหลาย เช่น ห้องเรียนพิเศษ ห้องเรียน E-Sport, ห้องเรียนภาษาต่างประเทศ, ห้องเรียนฟุตบอล, ห้องเรียนศิลปะ ทำให้เห็นถึงความสามารถที่หลากหลายของนักเรียน รวมถึงห้องเรียนทวิศึกษา ที่จัดการเรียนการสอบหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) บวกกับ หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งทำให้นักเรียนสายสามัญศึกษา ได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสการเรียนในสายอาชีพ ซึ่งเป็นการช่วยเสริมจุดแข็งให้ผู้เรียน ได้มีทั้งองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานและการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21

“ขอชื่นชมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้ผลักดันเรื่องการสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจให้กับสังคม หรือ TRUST ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คือ เรื่อง “โรงเรียนคุณภาพ” โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี หรือ TUP-UBON เป็นตัวอย่างของโรงเรียนมัธยมคุณภาพประจำจังหวัดที่มีความน่าเชื่อถือ โดยเห็นได้จากการออกแบบหลักสูตรที่มีความหลากหลาย เพื่อรองรับศักยภาพและความต้องการของผู้เรียนที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามดิฉันฝากให้เน้นย้ำถึงหลักใหญ่ ของการพัฒนาโรงเรียนมัธยมคุณภาพประจำจังหวัด คือ ทำอย่างไรให้โรงเรียนมีคุณภาพ และได้มาตรฐานตามบริบทของตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำให้เกิดความเท่าเทียม มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เน้นผู้บริหารและครูที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพให้แก่ผู้เรียน ซึ่งการสร้างเครือข่ายของโรงเรียนเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ” รมว.ศธ.กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ตนยังได้เป็นประธานเปิดงาน “การเปิดตลาดน้ำซับ@UBN4 เวทีคนอวดดี อวดเก่ง อวดรู้ สู่อาชีพ”ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุบลราชธานี เขต 4 ด้วย ซึ่งพบว่า สพป.4 ได้นำนโยบายของ ศธ. และที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มอบไว้มาปฏิบัติเป็นรูปธรรม ทั้งรูปแบบการทำงาน TRUST 12 นโยบายการจัดการศึกษา 7 วาระเร่งด่วน รวมถึง สพฐ.วิถีใหม่ วิถีคุณภาพ การใช้พื้นที่เป็นฐาน ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อน โดยทาง สพป.เขต 4 ได้นำแนวนโยบายดังกล่าวมาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ PARA MODEL หรือ การเรียนรู้แบบคู่ขนาน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา ทั้ง 5 ON โดยเน้นความปลอดภัยของผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งช่วยพลิกวิกฤตในการจัดการศึกษา ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้ผู้เรียนไม่พลาดโอกาสที่จะเรียนรู้ และยังได้สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์

ทั้งนี้ การจัดการศึกษามีผู้เรียนเป็นเป้าหมายแห่งการพัฒนา เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นโจทย์สำหรับทุกเขตพื้นที่ฯ ที่จะต้องแสวงหาวิธีการ ที่จะทำให้ผู้เรียนของเรามีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักความปลอดภัย วันนี้นอกเหนือไปจากการเรียนรู้แล้วจะต้องคิดถึงการต่อยอดองค์ความรู้ ออกมาเป็นทักษะ ออกมาเป็นผลงาน ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ หรือสร้างรายได้ให้กับผู้เรียน เพื่อให้การพัฒนาทักษะอาชีพ เป็นการศึกษาเพื่อสร้างอาชีพอย่างแท้จริง .

 

“สุภัทร”ฉุนข่าวซื้อขายตำแหน่ง ศธจ. ปรามถ้าเจอหวดไม่เลี้ยง

เมื่อวันที่  17 ธันวาคม 2564 ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด ที่ว่างอยู่ 18 ตำแหน่ง ซึ่งจะมีการสอบข้อเขียนภาค ก ความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่ และความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 19 ธันวาคม นี้ที่โรงเรียนราชวินิตมัธยม นั้น ขณะนี้มีข่าวว่าเริ่มมีการซื้อขายตำแหน่งทั้งที่ยังไม่ได้ออกข้อสอบเลย ซึ่งขอยืนยันว่าการคัดเลือกในยุคของตนต้องเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยได้มีการเก็บตัวกรรมการออกข้อสอบและกรรมการคัดเลือกตั้งแต่เมื่อวาน ไม่มีใครได้ออกไปไหนเลย ดังนั้นข้อสอบจะไม่มีทางรั่วออกจากกรรมการแน่นอน การสอบครั้งนี้จะขึ้นบัญชีไว้ 2 ปี ใครสอบผ่าน 60% ก็จะขึ้นบัญชีทั้งหมด ซึ่งคาดว่าบัญชีนี้จะต้องใช้ถึงปี 2566

“การจ่ายเงินไม่มีทางเป็นไปได้ ความชั่วร้ายอย่างนั้นจะต้องไม่เกิดขึ้นในยุคของผม ผมเติบโตมาโดยไม่เคยซื้อขายตำแหน่ง เพราะฉะนั้นลูกน้องผมก็ต้องไม่ซื้อตำแหน่ง ต้องเติบโตมาด้วยความรู้ความสามารถของตัวเขาเอง  เพราะฉะนั้นการคัดเลือกต้องเป็นไปอย่างยุติธรรมแน่นอน ถ้ามีเรื่องอย่างนี้ผมหวดไม่ยั้งแน่ ไม่เอาไว้”ปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าว

มทร.ล้านนา เดินหน้าจับมือกลุ่มราชมงคลส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมภาคอุตสาหกรรมต่อยอดสู่การพัฒนามหาวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2564 ผศ.ดร.จัตตุฤทธิ์ ทองปรอน รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ล้านนา เป็นประธานเปิดการประชุม “กลไกการบ่มเพาะกลุ่มผู้มีศักยภาพตามประสบการณ์ (Grooming)” โครงการแพลตฟอร์มบริหารจัดการทรัพยากรผู้มีศักยภาพ ของกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เพื่อปฏิรูประบบการพัฒนากำลังคนของประเทศ ณ ห้องประชุมกาสะลอง อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนนา ทั้งนี้ ผศ.ดร.จัตตุฤทธิ์ กล่าวว่า กิจกรรมนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ 9 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้ไปพร้อมกัน จุดเข้มแข็งของ มทร.ล้านนา นั้นก็คือความเชี่ยวชาญด้าน ออโตเมชั่น ซึ่งในอนาคตอันใกล้เราจะได้เห็นศักยภาพของบุคลากรทั้ง  9 มทร.ที่จะได้เข้ามาทำงานร่วมกันและได้เรียนรู้เทคโนโลยีร่วมกันซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนามหาวิทยาลัย เชื่อมั่นว่าโอกาสในครั้งนี้จะช่วยให้เราได้รู้จักกันมากขึ้นจะช่วยให้เราได้เข้าใจบริบทของการพัฒนามหาวิทยาลัยที่เชื่อมต่อกับภาคอุตสาหกรรม ในการนำ Talent Mobility เข้ามาเป็นกลไกในการขับเคลื่อน

รักษาราชการแทนอธิการบดี มทร.ล้านนา กล่าวต่อไปว่า โอกาสในครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นประโยชน์กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ การพัฒนากำลังคนทั้งในภาคอุตสาหกรรม ในส่วนของสถานศึกษา การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอน รวมถึง การส่งเสริมระบบส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

“โครงการครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างแพลตฟอร์มและกลไกสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรผู้มีศักยภาพ (Talent Resource Management) ในกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล การดำเนินงานนี้มีเครือข่ายร่วมกัน 9 แห่ง จำนวน 36 วิทยาเขต ครอบคลุมพื้นที่ 6 ภูมิภาค ใน 22 จังหวัด ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง มีการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมทั้งในรูปแบบของการวิจัยพัฒนา การบริการวิชาการ การเคลื่อนย้ายบุคลากรผู้มีความสามารถ การให้คำปรึกษา การจัดฝึกอบรม และการจัดการเรียนการสอนร่วมทั้งในรูปแบบสหกิจศึกษา Tailor made course (TM15) และ Work Integrated Learning (WIL) โดยแต่ละมหาวิทยาลัยมีระเบียบรองรับการทำงานและการจัดการเรียนร่วมกับภาคอุตสาหกรรมตามบริบทของแต่ละแห่ง จากการดำเนินงานบ่มเพาะกลุ่มผู้มีศักยภาพตามประสบการณ์ (Grooming) 5 ครั้งที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นครั้งที่ 6  กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วม จำนวน 107 ท่าน ประกอบด้วย เขตพื้นที่เชียงใหม่ 35 ท่าน,เขตพื้นที่เชียงราย 35 ท่าน,เขตพื้นที่ตาก 8 ท่าน,เขตพื้นที่ลำปาง 21 ท่าน,เขตพื้นที่พิษณุโลก 4 ท่าน,สวก 4 ท่าน โดยมีทั้งผู้เข้าร่วมที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ จำนวนทั้งสิ้น 24 ท่าน และที่อยู่ในระบบออนไลน์ โปรแกรม Zoom จำนวน 84 ท่าน”ผศ.ดร.จัตตุฤทธิ์ กล่าว

อาชีวะกรุงเทพเปิดเวทีจัดแข่งขันทักษะฝีมือ เฟ้นหาคนดีคนเก่งไปแข่งระดับภาค ระดับชาติ และนานาชาติ

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2564 อาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมประชุมทางวิชาการองค์การวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะวิชาพื้นฐาน และทักษะวิชาชีพสาขาวิชาทางด้านช่างอุตสาหกรรม บริหารธุรกิจ ศิลปกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ การโรงแรมการท่องเที่ยว การโรงแรม อาหารและโภชนาการ คหกรรม วิชาชีพหลักสูตรระยะสั้น ในระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 13-17 ธันวาคม 2564 เพื่อคัดเลือกตัวแทนนักเรียนนักศึกษาไปแข่งขันในระดับภาค ระดับชาติ ระดับนานาชาติเพื่อเป็นการพัฒนาทักษะฝีมือของนักเรียนนักศึกษา ยกระดับการจัดอาชีวศึกษาของประเทศไทยไปสู่มาตรฐานสากลเชื่อมโยงก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน

โดยมีนายทวีศักดิ์ คิ้วทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี ประธานกรรมการอาชีวศึกษากรุงเทพ พร้อมด้วยผู้บริหาร คณะครูอาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดอาชีวศึกษากรุงเทพ เข้าร่วมพิธีเปิดทั้งระบบ on site และ online ณ วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน และตามสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนในสังกัดอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร จำนวน 88 แห่ง ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันและส่ง นักเรียนนักศึกษาเข้าแข่งขัน โดยปฎิบัติตามมาตรการป้องกัน covid-19 อย่างเคร่งครัด

“ตรีนุช”ควงทีมที่ปรึกษาลงพื้นที่จังหวัดอุบลฯ“ยาหอม”อยากลงตรวจเยี่ยมด้วยตัวเองทุกพื้นที่แต่ติดที่มีโรคระบาดโควิด-19

เมื่อวันที่17 ธ.ค.2564  ที่จังหวัดอุบลราชธานี นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 16-17  ธ.ค.นี้ ตนพร้อมด้วยนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ,นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ,ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)  และ นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยในวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมาได้เยี่ยมชมห้องเรียนของโรงเรียนอนุบาลตระการพืชผล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุบลราชธานี เขต 2 ซึ่งจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นอนุบาล 1 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนทั้งสิ้น 860 คน นอกจากนี้ยังได้ไปเยี่ยมชมการนำเสนอผลงานการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาและนักเรียน โดยใช้เครือข่ายพื้นที่เป็นฐาน จำนวน 19 เครือข่ายสถานศึกษา ในเขตพื้นที่บริการ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตระการพืชผล อำเภอนาตาล อำเภอเขมราฐ อำเภอโพธิ์ไทร และอำเภอกุดข้าวปุ้น สังกัด สพป.อุบลราชธานี เขต 2 ซึ่งมีโรงเรียนในสังกัดทั้งหมด 217 แห่ง และการเรียนการสอนในรูปแบบ On-site ทุกโรงเรียน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ตนได้เข้ามาดำรงตำแหน่ง มีความตั้งใจที่จะลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงนักเรียนมาโดยตลอด แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา จึงทำให้ต้องติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาผ่านระบบออนไลน์มาเป็นระยะ และเริ่มมีโอกาสได้ทยอยลงพื้นที่ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งอำเภอตระการพืชผล ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ตนให้ความสนใจ โดยได้หารือกับนายสุทธิชัย ที่ปรึกษาฯ ในฐานะคนพื้นที่ ให้ช่วยดูแลและประสานความช่วยเหลือให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ดังกล่าวอยู่สม่ำเสมอ

” โรงเรียนเป็นข้อต่อที่สำคัญของนักเรียนในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทำอย่างไรที่จะทำให้เด็กที่จบการศึกษาชั้น ป.6 ทุกคน สามารถเข้าเรียนต่อในระดับชั้น ม.1 ได้ทุกคน ไม่ตกหล่นออกจากระบบ ข้อนี้เป็นโจทย์สำคัญที่อยากเน้นย้ำให้ทุกโรงเรียนให้ความสำคัญ  ซึ่งโรงเรียนอนุบาลตระการพืชผล สามารถนำโจทย์ดังกล่าวมาพัฒนาการดำเนินงานได้ดี จนวันนี้นักเรียนของโรงเรียนทุกคนได้เข้าเรียนต่อ ม.1 ครบ 100% ก็ต้องขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้รักษาสิ่งดีๆ นี้ต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน นพ.สราวุฒิ  กล่าวว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 นักเรียนอายุ 12  ปีขึ้นไป ของ สพป.อุบลราชธานี เขต 2 ได้รับวัคซีนเข็มหนึ่ง 4,231 คน คิดเป็น 74.40% ของนักเรียนทั้งหมด  ได้รับเข็มสอง 2,444 คน คิดเป็น 42.98% ยังไม่ได้รับวัคซีน 1,456 คน คิดเป็น 25.60% ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับเข็มหนึ่ง 2,278 คน คิดเป็น 87.99% ได้รับเข็มสอง 1,524 คน คิดเป็น 58.86% ได้รับเข็มสาม 200 คน คิดเป็น 7.72% ยังไม่ได้รับวัคซีน 311 คน คิดเป็น 12.01% ซึ่งขึ้นอยู่กับความสมัครใจ อย่างไรก็ตามขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีความพร้อมในการให้บริการฉีด Booster เข็ม 3 ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ภายใน 3 เดือนหลังได้รับวัคซีนเข็ม 2 แล้ว

ไทยปักหมุดตั้งเข็มทิศการศึกษาอาเซม 2030 “ตรีนุช”ลั่นไทยพร้อมเดินตามยุทธศาสตร์

 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2564 ..ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมรัฐมนตรีศึกษาเอเชียยุโรป ครั้งที่ 8 (ASEM Education Ministers’ Meeting : ASEMME 8) ในรูปแบบทางไกล ผ่านโปรแกรม Microsoft Team เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมโดยมีรัฐมนตรีศึกษาจากประเทศสมาชิกอาเซม ทั้งเอเชียและยุโรป ผู้แทนสหภาพยุโรป (European Union) อาเซียน (ASEAN Secretariat) และ ภาคีเครือข่ายด้านการศึกษาของอาเชม 50 ประเทศ กว่า  120 คนเข้าร่วมการประชุม ภายใต้หัวข้อ “ASEM Education 2030 : Towards more resilient, prosperous and sustainable futures” หรือการศึกษาอาเซม ..2573 : สู่อนาคตที่ยืดหยุ่น มั่งคั่ง และยั่งยืนมากขึ้นโดยการประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซม จัดขึ้นทุก 2 ปี เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินความร่วมมือในสาขาการศึกษาและกำหนดแนวทางการดำเนินความร่วมมือระหว่างกัน ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ..2008 หรือ ..2551 และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และเป็นการประชุมต่อเนื่องจากการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซมครั้งที่ 2 (ASEM Education Senior Officials’ Meeting: SOM2) ซึ่งจัดไปเมื่อวันที่ 13 – 14 ธันวาคม ที่ผ่านมา

การประชุม ASEMME 8 นี้ เป็นเวทีให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่รับผิดชอบงานด้านการศึกษาของประเทศสมาชิกได้รับทราบผลการดำเนินความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพระหว่างกัน พร้อมทั้งร่วมกันกำหนดแนวทางและกิจกรรมที่จะดำเนินการร่วมกันไปจนถึงปี .. 2030  โดยที่ประชุมได้รับรองยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาของอาเซม 2030 ซึ่งเป็นการกำหนดทิศทางที่สำคัญมากของความร่วมมือด้านการศึกษาภายใต้กรอบอาเซมในอนาคต โดยยุทธศาสตร์ ด้านการศึกษาของอาเซม เน้นเป้าหมาย 4 หัวข้อใหญ่ คือ การประกันคุณภาพและการรับรองคุณวุฒิทางการศึกษา การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในการศึกษา การเคลื่อนที่เพื่อแลกเปลี่ยนอย่างสมดุลระหว่างเอเชียและยุโรป และการเรียนรู้ตลอดชีวิตรวมถึงการศึกษาด้านเทคนิคและอาชีวศึกษา อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการรับมือกับความท้าทายของโลกปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นต้นรมว.ศธ.กล่าว

..ตรีนุช กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับรองข้อสรุป หรือ Chair’s Conclusions ซึ่งเน้นย้ำความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซมและเครือข่ายด้านการศึกษาของอาเซมในการดำเนินตามยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา การส่งเสริมข้อริเริ่มกิจกรรมและโครงการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ การดำเนินการของเครือข่ายด้านการศึกษาของอาเซม ซึ่งประเทศไทย โดยกระทรวงศึกษาธิการ และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีความพร้อมและความเชื่อมั่นที่จะดำเนินการตามยุทธศาสตร์ และให้การสนับสนุนความร่วมมือด้านการศึกษาของอาเซมอย่างเต็มที่.

 

5 หนุ่ม สถาปัตย์ฯ ตีนดอย คว้ารางวัลที่ 3  ออกแบบสถาปัตยกรรมไม้ไผ่นานาชาติระดับนักศึกษา ปี 2021 ณ Nansha Bird Park เมืองกวางโจว

จากการประกวดออกแบบสถาปัตยกรรมไม้ไผ่ ระดับนักศึกษา 2021 Guangdong-Hong Kong-Macau Great Bay Area -Association of Southeast Asian Nations International Colleges Design & Construction Competition ในTheme “Originated from Traditional Techniques and Arts” Nansha Bird Park เมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ประกาศผลการประกวดรอบชิงชนะเลิศในรูปแบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักศึกษาหลักสูตรสถาปัตยกรรม ชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรม และสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ล้านนา ประกอบด้วย นายณัชพล มิ่งขวัญนายวัชรพฤต ฤทธิ์รวมทรัพย์ นายปภังกร มรม่วง นายธนพงศ์ ลิ่วยอดสิงขร นายธีธัช ธัญญานิธิวัฒน์ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับที่ 3 Competition Champion Third Prize การประกวดออกแบบสถาปัตยกรรมไม้ไผ่  ด้วยผลงานการออกแบบ YETTEH BAMBOO FISH TRAP

นายปภังกร มรม่วง หรือน้องเพลงหนึ่งในสมาชิกของทีมเล่าถึงที่มาของการออกแบบให้ฟังว่าโจทย์ของการแข่งขันคือการออกแบบสถาปัตยกรรมที่มาจากไม้ไผ่และต้องบอกเล่าเรื่องราว วัฒนธรรมพื้นบ้านเพื่อสื่อสารออกมาในแง่มุมที่แตกต่าง การออกแบบครั้งนี้พวกเราจึงได้แนวคิดมาจาก อุปกรณ์จับปลาที่เรียกว่า ไซ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่อยู่คู่วิถีชีวิตของคนไทยมายาวนาน แต่เดิมนั้นบรรพบุรุษของเราก็ใช้ไม้ไผ่เป็นวัสดุหลักในการสาน มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ พบได้ในทุกภูมิภาคของประเทศซึ่งอาจจะมีชื่อเรียกหรือรูปแบบแตกต่างกันไป แต่ลักษณะของการใช้งานและวัสดุที่ใช้มาจากไม้ไผ่เหมือนกัน ทีมของเราจึงได้ร่างรูปแบบของสถาปัตยนี้ขึ้นมาโดยผสมผสานทักษะและเทคนิคจากพื้นบ้าน พัฒนาให้เกิดเป็นศิลปะร่วมสมัยโดยผสมผสานวัฒนธรรมที่ดีของประเทศนำเสนอออกมาเป็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์และความงดงามไม่เหมือนใคร เป็นหนึ่งในการสื่อสารทางวัฒนธรรมของเราที่จะเผยแพร่ออกสู่นานาชาติ

การประกวดออกแบบสถาปัตยกรรมไม้ไผ่ จัดขึ้นโดย School of Architecture of South China University of Technology และ Guangzhou Nansha Bird Park ร่วมจัดกับหลากหลายหน่วยงานในประเทศจีนและต่างประเทศ เพื่อเป็นการสนับสนุนนักศึกษาให้ได้มีประสบการณ์การออกแบบ และเกิดการแลกเปลี่ยนความคิดและวัฒนธรรม โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศจำนวน 17 ทีม จากประเทศจีน เมืองกวางโจว เมืองปักกิ่ง ฮ่องกง มาเก๊า ประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งผลงานของทั้ง 17 ทีมได้ถูกสร้างจริงและจัดแสดงอยู่ Nansha Bird Park เมืองกวางโจวสาธารณรัฐประชาชนจีน

“จัตตุฤทธิ์”ดึงศักยภาพ “มทร.ล้านนา”ร่วมพัฒนาจังหวัดเชียงราย สมกับเป็นสถาบันการศึกษาเคียงข้างสังคม

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2564 ผศ.ดร.จัตตุฤทธิ์ ทองปรอน รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา(มทร.ล้านนา)พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ นายภาสกร บุญญลักษม์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย  เพื่อแนะนำคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งหารือในการเป็นส่วนสนับสนุนงานด้านยุทธศาสตร์ของจังหวัด ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ ผศ.ดร.จัตตุฤทธิ์ กล่าวว่า มทร.ล้านนา เป็นสถาบันการศึกษาที่มีพื้นที่ครอบคลุม 6 จังหวัดในเขตภาคเหนือตอนบน มีการจัดการศึกษาในหลากหลายศาสตร์ และที่สำคัญ มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีนักศึกษา และคณาจารย์ ที่มีความเชี่ยวชาญ และเป็นนักปฏิบัติมืออาชีพ ที่พร้อมร่วมเป็นกำลังสำคัญ ในการสนับสนุน ขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดเชียงราย ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์จังหวัด ตามเป้าประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC) ที่มุ่งยกระดับพื้นที่ลงทุนด้านการพัฒนาของจังหวัด เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ให้เป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ (Creative LANNA)  ซึ่งปัจจุบัน ทางมหาวิทยาลัยได้มีการวางแผน เตรียมความพร้อมทั้งด้านวิชาการ เทคโนโลยี และบุคลากร ในการบูรณาการความรู้ ให้เกิดการเข้าไปเติมเต็มของการพัฒนา เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีและเป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์การพัฒนาการเข้าไปร่วมแก้ปัญหาวิกฤติหมอกควันไฟของจังหวัด ซึ่งเป็นวิกฤติปัญหาระดับชาติ ที่ทางมหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญ และเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ของการแก้ปัญหา เสมอมา ซึ่ง มทร.ล้านนา มีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ องค์ความรู้ เฉพาะด้าน ที่พร้อมให้การช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้

“การเข้าไปช่วยเหลือ ร่วมพัฒนาจังหวัดด้วยฐานองค์ความรู้ จากงานวิชาการ และความเชี่ยวชาญของบุคลากร รวมถึงการให้นักศึกษา ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา นั้น เป็นเป้าหมายของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ที่ต้องการ สร้างคน สร้างงาน สร้าง(พัฒนา)สังคม ให้เกิดการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน สอดรับกับการเป็นมหาวิทยาลัย นักปฏิบัติมืออาชีพ ที่ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม เป็นฐาน ในการช่วยเหลือ สร้างสรรค์สังคม สมกับปณิธานแห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัยอันมิ่งมงคลแห่งพระราชา ที่มุ่งพัฒนาประเทศให้เกิดความยั่งยืน สืบไป”ผศ.ดร.จัตตุฤทธิ์ กล่าว

วอศ.อุดรธานี”ปลื้ม”ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพออกแบบตัดเย็บชุดผ้าไหมในงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เวทีโลก ครั้งที่ 11

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2564  ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษา(วอศ.)อุดรธานี เปิดเผยว่า ตามที่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.สุมาลี อุทัยเฉลิม รองประธานกรรมการจัดงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เวทีโลกและนายเอ็ดเวิร์ด กิตติ ประธานมูลนิธิช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เข้าหารือการจัดงาน “มหกรรมผ้าไทย ไหมไทย สู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 11”  ณ อาคารตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล สำนักนายกรัฐมนตรี และได้มอบหมายให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี ร่วมออกแบบตัดชุดผ้าไหมให้กับเอกอัครราชทูต กงสุลจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่เข้าร่วมกว่า 100 ประเทศ รวมถึงคณะรัฐมนตรีและผู้ร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

“โครงการมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลกปีที่ 11 เป็นการจัดงานแฟชั่นโชว์ระดับโลก ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทย มรดกไทยให้เยาวชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และให้ความสนใจสวมใส่ผ้าไหมไทยมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ผ้าไหมไทย ที่จะเป็นการสร้างโอกาสเชิงพาณิชย์ในต่างประเทศต่อไปด้วย ซึ่งผมมีความปรามปลื้มใจที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี ได้เป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบตัดเย็บผ้าไหม และได้นำครูและนักศึกษา สาขาวิชาเทคโนโลยีแฟชั่นผ้าและสิ่งทอ  เข้าหารือเรื่องการออกแบบชุดผ้าไหม และวัดตัวเพื่อตัดเย็บชุดผ้าไหมให้กับเอกอัครราชทูต กงสุลจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 100 ประเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นในเร็ว  ๆ นี้”ดร.นิรุตต์ กล่าว

สอศ. จัดอบรมโครงการพัฒนาครูและบุคลากรอาชีวศึกษา ด้านดิจิทัล

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564  เรืออากาศโท สมพร ปานดำ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) เป็นประธานการเปิดอบรมโครงการพัฒนาครูและบุคลากรอาชีวศึกษา ด้านดิจิทัล ณ สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา ถนนรามอินทรา กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 13 – 17 ธันวาคม 2564 โดย เรืออากาศโท สมพร กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้รับความร่วมมือจาก Temasek Foundation และ Institute of Technical Education (ITE) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ซึ่งได้ให้การช่วยเหลือในด้านการพัฒนาอาชีวศึกษามาโดยตลอด และเนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ทำให้ต้องปรับการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งทำให้ครูและบุคลากรอาชีวศึกษา จำเป็นต้องพัฒนาและเรียนรู้ทักษะด้านดิจิทัลมากขึ้น จึงได้จัดการฝึกอบรมให้กับหัวหน้าแผนกสารสนเทศ ของสถานศึกษาอาชีวศึกษา จำนวน 33 คน โดยได้รับความร่วมมือจาก Temasek Foundation และ Institute of Technical Education (ITE) สาธารณรัฐสิงคโปร์ รุ่นที่ 1 ในการจัดหาวิทยากรและจัดหลักสูตรการอบรม

รองเลขาธิการกอศ. กล่าวว่า การที่ สอศ. ได้รับความร่วมมือจากองค์กรต่างประเทศ นอกจากจะได้การฝึกอบรมในด้านดิจิทัลแล้ว ยังได้รับการฝึกภาษาต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งในอนาคตจะต้องพัฒนาบุคลากรอาชีวศึกษาด้านภาษา และดิจิทัล ทุกสถานศึกษาทั้งของภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับสถานศึกษาให้ได้มาตรฐานระดับสากล และช่วยให้สถานศึกษาผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพเพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ต่อไป