สรุปเกณฑ์ประเมินฯเลขาธิการสกสค.แล้วที่65%รวมคะแนนประเมินสมรรถนะด้วย ให้ถือการประชุมครั้งนี้เป็นข้อยุติ

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564 ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)แถลงผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สำนักงาน สกสค.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายธนพร สมศรี เลขาธิการ สำนักงาน สกสค. ตามที่คณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค. ที่มี ดร.บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เป็นประธาน เคยเสนอซึ่งต้องมีผลการผ่านเกณฑ์ประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 โดยให้ประประเมินสมรรถนะที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน และรวมคะแนนไว้ในเกณฑ์การตัดสินการประเมินด้วย ทั้งนี้ให้ถือว่าการประชุมครั้งนี้เป็นที่ยุติ และให้แจ้งมติบอร์ด สกสค.ต่อคณะกรรมการประเมินฯทราบด้วย

ปลัด ศธ. กล่าวต่อไปว่า คณะกรรมการประเมินฯจะเป็นผู้แจ้งหลักเกณฑ์วิธีการประเมินดังกล่าวให้เลขาธิการ สกสค.ทราบ และให้เริ่มนับวันที่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค.ตั้งแต่วันที่รับทราบการแจ้งหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินฯ ทั้งนี้จะต้องแจ้งผลการพิจารณาของบอร์ด สกสค.ในส่วนที่เกี่ยวกับการคัดค้านที่นายธนพร ในประเด็นข้อสังสัยให้นายธนพร ทราบด้วย

ด้านดร.บัณฑิตย์ กล่าวว่า เมื่อได้รับมติบอร์ด สกสค.อย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ ก็จะแจ้งให้เลขาธิการ สกสค.ส่งเอกสารผลการปฏิบัติงานมาให้คณะกรรมการประเมินฯโดยให้เวลาส่งเอกสารภายใน 15 วัน บอร์ดสกสค.มีมติว่าอย่างไรตนก็จะดำเนินการตามนั้น

หยอกส่งท้ายปีวัว

*** หยอก หยอก 22 ธันวาคม 2564 *** การเมือง ไม่มีสิ่งใดแน่นอน ไม่เก่งก็ล้ม เก่งเกินไปก็ถูกล้ม *** ปล่อยข่าวเขย่าเก้าอี้กันรายวันกับการโยกย้ายบิ๊ก ศธ. ทั้งที่ฤดูโยกย้ายก็ผ่านไปแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้ากรมข่าวลือเป็นใครมาจากไหน แต่ก็มีอิทธิพลบั่นทอนคนทำงานอย่างมาก งานการไม่เดินหน้า มีแต่กิจกรรมเสนอหน้าเพื่อแย่งชิงเก้าอี้ เรื่องแบบนี้ก็อยู่ที่เจ้ากระทรวงจะฟังความมาจากใคร แต่ที่แน่ ๆ ทุกแท่งก็สนองงานไม่ใช่น้อย *** “ตรีนุช เทียนทอง” เสมา 1 เองก็รู้อยู่แล้วว่า “งานการศึกษาไม่ใช่การสร้างถนน ที่จะทำปุ๊บเห็นผลทันที” ถ้าจะมีการย้ายกันจริงก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาอ้าง สุดท้ายคงต้องสรุปด้วยคำว่า “ความเหมาะสม”… เอวัง *** ปรับโหมดมาที่การประเมินผลงานเลขาธิการ สกสค. ที่ประชุมกันตั้งแต่ 8 โมงเช้ายันเที่ยง ก็ยังคงถกเถียงกันอย่างดุเดือดถึงมติเดิมที่ปรับเกณฑ์ประเมินผลงานเลขาธิการ สกสค.มาที่ 60%ผ่าน  แต่มีข้อทักท้วงจาก “บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร” ประธานคณะกรรมการประเมินฯ ที่มองว่ามติเดิมยังไม่ชัดเจนในหลายประเด็น วันนี้ประธานบอร์ด สกสค. “ตรีนุช เทียนทอง” จึงสั่งยกเลิกมติเดิมซะงั้น  … งานนี้ตกหนักที่ “สุภัทร จำปาทอง”ปลัด ศธ. ต้องทำการบ้านหนัก  ต้องมาเขียนมติให้ชัดเจน ไม่ให้มีช่องโต้แย้งอีก … รอฟังข่าวช่วงบ่ายแก่ ๆว่าจะออกมาอย่างไร นะจ๊ะ นะจ๊ะ***  รัฐบาลยุค “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่ปีนี้นายกฯสั่งการให้แต่ละหน่วยงานมอบของขวัญปีใหม่เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับประชาชน และแบ่งเบาภาระในช่วงที่ยังไม่รับผลกระทบจากโควิด 19 … ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่าจัดหนักร่ายยาวกันถึง 6 โครงการ ตั้งแต่ 1. “Chance – พาน้องกลับห้องเรียน”  2. ศ.ค.ส.ศึกษาธิการ ส่งความสุขให้น้องปีที่ 3   3.อาชีวะ สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนเพื่อผลิตกำลังคนของประเทศ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ”  4. ฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น Re – Skill, Up Skill และ New – Skill แก่นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองและประชาชน  5.อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ ปี พ.ศ. 2565 และ 6.ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน เพื่อลดรายจ่ายให้แก่ประชาชน ผ่านแอปพลิเคชัน “ช่างพันธุ์ R อาชีวะซ่อมทั่วไทย” >>> ดู ๆ แล้ว ของขวัญปีใหม่จากรั้วเสมาส่วนใหญ่ก็เป็นงานของอาชีวะ … เอ๊ะ ก็มีผลงานอยู่นี่นา *** ตบท้ายด้วยเรื่องการเดินหน้าโรงเรียนคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพโรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม และโรงเรียนสแตนอะโลน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ถ้าทำได้ตามเป้า จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะเด็ก ๆ จะได้อยู่โรงเรียนที่มีคุณภาพ มีครูครบชั้น มีอุปกรณ์การเรียนการสอน ทรัพยากรครบ ที่สำคัญไม่ต้องมาพูดถึงเรื่องการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ให้ทะเลาะกันอีก อย่างนี้สิเขาถึงเรียกว่า “ศธ.จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แม้แต่คนเดียว***

“ผอ.สพม1”แจงรุ่นพี่บอกให้น้อง”อมไข่”เป็นเรื่องเด็กทะเลาะกัน รร.ไม่ได้ไล่ผู้ปกครองไปแจ้งความ

จากกรณี เพจ เจ๊ม้อยv plus โพสต์ภาพและข้อความที่ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองถท่านหนึ่ง ระบุว่า หลานชายถูกรุ่นพี่ในโรงเรียนรุมซ้อม ทำร้ายร่างกายจนน่วม เหตุเพราะรุ่นพี่บังคับให้อมอวัยวะเพศ(ไข่) แต่น้องไม่ยอมทำตามนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด นายนิยม ไผ่โสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต1 (สพม.1) กล่าวว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ได้รายงานข้อมูล เบื้องต้น ทราบว่า เป็นเรื่องของรุ่นพี่ทะเลาะวิวาทกับรุ่นน้องและได้มีการท้าทายลักษณะดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้มีการกระทำในลักษณะพฤติกรรมทางเพศ เพราะมีนักเรียนคนอื่นอยู่ด้วยจำนวนมาก ทั้งนี้ทันทีที่มีเรื่องเกิดเรื่องขึ้น ทางโรงเรียนได้เชิญผู้ปกครองมาพูดคุยแล้ว แต่ผู้ปกครองยืนยันไปแจ้งความ ขณะที่ทางโรงเรียนได้ ดำเนินการลงโทษนักเรียนตามระเบียบแล้ว

เมื่อทราบเหตุ ทางโรงเรียนพยายามแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด และให้เด็กกลับบ้าน แต่เนื่องจากมีการแจ้งความทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้เด็กอยู่ในโรงเรียนก่อน ไม่ได้เป็นการเข้าข้างฝ่ายใด เรื่องนี้มีการขยายความเป็นว่า โรงเรียนไล่ผู้ปกครองให้ไปแจ้งความ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง  เป็นเรื่องของเด็กทะเลาะกัน ซึ่งทางโรงเรียนก็เร่งแก้ไขและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายนายนิยม กล่าว

ศธ.เพิ่มมาตรดูแลเด็กแบบเข้มข้นหลังพบเชื้อโอมิครอนระบาด

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)อนุมัติฉีดวัคซีนกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปี เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ว่า เบื้องต้นต้องรอความชัดเจนจากทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ก่อน  แต่ส่วนตัวไม่มีความกังวล เพราะกระบวนการต่าง ๆ เป็นไปตามขั้นตอน และที่ผ่านมาการฉีดวัคซีนเด็กอายุ 12-18 ปี ทางสธ. ก็สามารถดำเนินการได้เป็นอย่างดี โดยขณะนี้สามารถฉีดวัคซีนครู นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาไปแล้วกว่า 95%  ดังนั้นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ คือการเตรียมสำรวจตัวเลข เพื่อเตรียมความพร้อม หากสธ. อนุมัติให้ฉีดก็สามารถเดินหน้าได้ทันที ประเด็นสำคัญคือ สร้างการรับรู้ให้ประชาชนมีความเข้าใจเรื่องการฉีดวัคซีน เพื่อความปลอดภัย ลดการแพร่ระบาด รวมถึงเร่งสร้างสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เป็นสถานที่ปลอดภัย ตามมาตรการของสธ.ส่วนการบู๊สเข็ม3 ให้กับเด็กนั้นต้องรอดู สธ.แต่ที่สำคัญคือการสร้างการรับรู้ให้กับผู้ปกครอง

ด้าน ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่เราต้องตระหนัก เน้นการป้องกันมากกว่าการแก้ไข ซึ่งที่ผ่านมาสถานศึกษาทุกแห่งมีมาตรการ มีคู่มือให้สถานศึกษาควบคุม ตั้งแต่การเฝ้าระวัง การป้องกัน ตั้งแต่อยู่ที่บ้านจนมาถึงโรงเรียน และตอนนี้เราต้องป้องกันให้เข้มข้นมากกว่าเดิม ส่วนการเตรียมนักเรียนที่จะฉีดวัคซีน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)จะต้องทำอย่างเร่งด่วนคือการรณรงค์คู่กับการสำรวจนักเรียน ที่สำคัญทำอย่างไรจะสร้างความเข้าใจให้กับผู้ปกครองและนักเรียนให้สมัครใจที่จะฉีดวัคซีนให้ครบ ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากแล้ะต้องช่วยกัน

ศธ.มอบของขวัญปีใหม่’65 คืนความสุขให้ครอบครัว-ดูแลเด็กพื้นที่ห่างไกล- พัฒนากำลังคนอาชีวะ-เสริมสร้างอาชีพ-ให้บริการ Fix it Center

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ แถลงข่าวกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)มอบของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2565 ให้แก่ประชาชน 6 โครงการ คืนความสุขให้กับครอบครัว-ดูแลเด็กพื้นที่ห่างไกล-พัฒนากำลังคนอาชีวะ-เสริมสร้างอาชีพ-ให้บริการ Fix it Center เพื่อส่งความสุขให้คนไทยทั้งประเทศ ดังนี้

  1. Chance – พาน้องกลับห้องเรียน” ค้นหาและติดตามเด็กตกหล่นและออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งการเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็ก เยาวชน และประชาชน อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้แนวคิดการศึกษาไทยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยการบูรณาการระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่

               – สพฐ. ห่วงใย ปักหมุด นำนักเรียนไทย กลับสู่ห้องเรียน ค้นหาและติดตามเด็กตกหล่นและออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ให้ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพและศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งสร้างระบบเครือข่ายการส่งต่อข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาของเด็กตกหล่นและออกกลางคันที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา และนำไปใช้ในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทุกแห่ง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต ดำเนินการปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

           – กศน.ปักหมุด เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับคนพิการและผู้ด้อยโอกาส ปักหมุดบ้านคนพิการและผู้ด้อยโอกาส อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 12,649 คน ได้เข้าสู่ระบบการศึกษา โดย ครู กศน.ตำบล ลงพื้นที่สำรวจความต้องการของผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และนำข้อมูลเข้าสู่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ caper พร้อมปักหมุดทุกบ้าน เพื่อจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสในสถานศึกษาสังกัด กศน. อย่างเหมาะสมตามศักยภาพและความต้องการจำเป็น และสามารถศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น รวมทั้งสามารถประกอบอาชีพ มีงานทำ พึ่งพาตนเองได้ โดยเริ่มดำเนินการนำร่องไปเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 ณ จังหวัดระนอง และในช่วงระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม 2564 – 7 มกราคม 2565 ดำเนินการต่อยอดขยายผลสู่ 18 จังหวัดตามเขตตรวจราชการ 17 เขต ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท ปทุมธานี กาญจนบุรี เพชรบุรี พัทลุง ปัตตานี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว อุดรธานี นครพนม ขอนแก่น นครราชสีมา ศรีสะเกษ ลำปาง พะเยา สุโขทัย และกำแพงเพชร

  1. ศ.ค.ส. ศึกษาธิการ ส่งความสุขให้น้องปีที่ 3 สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ง/กทม. และ กศน.อำเภอ/เขต ส่งมอบความสุขให้กับน้อง ๆ เด็กด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร และชายแดน จำนวน 46,400 คน โดยมอบสิ่งของ อาทิ ของเล่น อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา เครื่องนุ่งห่ม ชุดกีฬา ขนม อาหารแห้ง ระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 2564 ถึง 8 มกราคม 2565
  2. อาชีวะ สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนเพื่อผลิตกำลังคนของประเทศ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” มอบทุนเรียนฟรีต่อเนื่อง 3 ปี มีหอพัก อาหาร 3 มื้อ ให้นักเรียนจบ ม.3 ได้เรียนต่อ 100% ในสถานศึกษา ม.ปลาย (สพฐ.) และ ปวช. (สอศ.) จำนวน 5,000 คน
  3. ฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น Re – Skill, Up Skill และ New – Skill แก่นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองและประชาชน ภายใต้ศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัด (Ministry of Education Career and Entrepreneurship Center)

          – สอศ. ฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น  Re-Skill, Up-Skill และ New-Skill แก่นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชน 38,500  คน ไม่น้อยกว่า 77 หลักสูตร ดำเนินการใน 77 ศูนย์ทั่วประเทศ บูรณาการการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง สอศ. กศน. สพฐ. และ สช. ในพื้นที่ ดำเนินการระหว่าง 27 ธันวาคม 2564  ถึง 31 มกราคม 2565

กศน. ฝึกอบรมอาชีพ ฟรี 1 สัปดาห์ 1 อำเภอ 1 อาชีพ  โดยศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน 928 กลุ่ม ดำเนินการระหว่างวันที่ 4 – 10 มกราคม 2565 โดยฝึกอบรมอาชีพระยะสั้นและการเป็นผู้ประกอบการให้กับประชาชน  150,000 คน และสถานศึกษา 1 อาชีพ สร้างรายได้ ต่อยอดสู่วิสาหกิจชุมชน เป้าหมาย 928 กลุ่ม 10,208 คน

  1. อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ ปี พ.ศ. 2565 ออกบริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ตลอด 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2564 – 4 มกราคม 2565 โดยให้บริการจุดพักรถ-พักคน บนถนนสายหลักและสายรอง 225 ศูนย์ ทั่วประเทศ กิจกรรม พักรถ ได้แก่ บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และกิจกรรมพักคน ได้แก่ บริการสอบถามข้อมูลเส้นทาง/สถานที่ท่องเที่ยว /ที่พัก /ร้านอาหาร และอื่น ๆ รวมทั้ง ให้บริการที่นั่งพักผ่อน /บริการน้ำดื่ม กาแฟ ผ้าเย็น เป็นต้น
  2. ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน เพื่อลดรายจ่ายให้แก่ประชาชน ผ่านแอปพลิเคชัน “ช่างพันธุ์ R อาชีวะซ่อมทั่วไทย” ทีมช่างพันธุ์ R อาชีวะจิตอาสา จาก 100 ศูนย์ Fix it Center ทั่วไทย ออกให้บริการซ่อมถึงบ้านฟรี โดยประชาชนสามารถใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน ทำให้มีความสะดวก รวดเร็ว ลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย
    ในการเดินทาง ไม่ต้องนำเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้มาที่ศูนย์บริการ อีกทั้งยังสอดคล้องกับสภาพสังคม และวิถีชีวิตยุคใหม่ New Normal สร้างความมั่นใจการใช้บริการช่างอาชีวะ และยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ผู้เรียนที่ใช้ทักษะจากการลงมือปฏิบัติช่วยเหลือประชาชน และสามารถสร้างอาชีพได้ในอนาคต ดำเนินการตลอดเดือนมกราคม 2565 และให้บริการต่อเนื่องทั้งปี

“กระทรวงศึกษาธิการขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบ ส.ค.ส. หรือ ส่งความสุข ให้กับคนไทย  ในการสนับสนุน ส่งเสริมให้สังคมไทย เป็นสังคมที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ซึ่งความสุขถือเป็นรากฐานสำคัญต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ ตลอดจนสร้างโอกาสให้คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภายใต้แนวคิดและเป้าหมายทางการศึกษาที่ไม่ต้องการทิ้งใครไว้ข้างหลัง”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

เทคนิคอยุธยา ประชุมออนไลน์ลูปันเวิร์คช็อปประเทศไทย “อาชีวะเพื่อโลกสีเขียว Vocational for a green world”

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2564 นางสาวมยุรี ศรีระบุตร ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมประชุมออนไลน์ลูปันเวิร์คช็อปประเทศไทยและลงนามความร่วมมือ มิตรภาพชุมชนอาชีวศึกษาไทย-จีน โดยมี นายหวังอี้หลง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอาชีวศึกษาเทียนจินโป๋ห่าย พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายอาชีวศึกษาทั้ง 4 แห่งประกอบด้วย โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ วิทยาลัยเทคนิคกันทรลักษณ์ วิทยาลัยสารพัดช่างอุบลราชธานี และวิทยาลัยเทคโนโลยีดรุณาโปลีเทคนิค ร่วมลงนามความร่วมมือ ณ ห้องลูปัน วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา

ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีนวัตกรรมลูปันเวิร์คช็อปขึ้นที่วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา และมีการลงนามความร่วมมือ ( MOU) ครั้งแรกในปี พ.ศ.2559  เพื่อสร้างความร่วมมือในด้านการจัดการศึกษา ในสาขาแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ สาขาวิชา IOT (Internet of thing) สาขานานาชาติ CNC และสาขานานาชาติเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานใหม่ วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมความรู้และประสบการณ์เรียนรู้เทคโนโลยีที่ทันสมัยตลอดจนศิลปะและวัฒนธรรมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน มาโดยตลอด และจากการขยายตัวของสังคมโลกทางด้านเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก สังคมโลกได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับวิกฤตการณ์ ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม จึงได้จุดประกายแนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ขึ้นนำไปสู่การพัฒนาแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) การดำเนินการให้แนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวไปสู่ความสำเร็จนั้น โดยเฉพาะเยาวชนอาชีวศึกษาซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาของทุกประเทศทั่วโลก ต้องถูกปลูกฝักให้เกิดความตระหนักและปฏิบัติให้สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว ในการส่งเสริมให้เกิด “ค่านิยมสีเขียว” (Green Values) ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญของสถานศึกษาทุกแห่งในการร่วมสร้างรูปแบบการอนุรักษ์โลกสีเขียว

“วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา ได้ให้ความสำคัญในการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมค่านิยมสีเขียวให้กับผู้เรียน โดยกำหนดแนวทางและกิจกรรมที่เน้นให้ผู้เรียน คิดเป็น ทำเป็น เน้นคุณธรรม และให้บริการชุมชน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เสริมสร้างค่านิยมในความเป็นเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ ของวิทยาลัย เน้นให้ผู้เรียนทุกคนของวิทยาลัยตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว เพื่อให้สถานศึกษานำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่สังคมสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”นางสาวมยุรี กล่าว

คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565″ รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม “

ที่กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 21 ธ.ค.2564  นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ แถลงข่าวคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 ว่า กระทรวงศึกษาธิการเห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้มีนโยบายให้มีการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติในรูปแบบที่เหมาะสม ภายใต้มาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ที่มีความเข้มงวดและปลอดภัย โดยวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 ตรงกับวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2565 กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยหน่วยงานและองค์กรทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันจัดงานวันเด็กแห่งชาติ เพื่อให้เด็กและเยาวชนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้เข้าร่วมงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ให้เติบโตเป็นพลเมืองของชาติสืบไป

สำหรับคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2565 ซึ่งเป็นคำขวัญที่นายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ของทุกปี โดยในปีนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญเนื่องใน วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565ความว่า ” รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม” กระทรวงศึกษาธิการ จึงขอเผยแพร่คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 สู่สาธารณชน หน่วยงานการศึกษา สถานศึกษา โดยขอให้ส่วนราชการหน่วยงาน สถานศึกษาร่วมกันประชาสัมพันธ์ เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุนเด็กและเยาวชน ให้มีความรู้ทั้งด้านวิชาการและทักษะชีวิต รู้จักคิด รู้จักเหตุผล และการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ตระหนักในบทบาทหน้าที่ ด้วยการตั้งใจเรียน และการพัฒนาตนเองให้เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถอยู่บนพื้นฐานของการมีจิตสาธารณะ พร้อมที่จะปฏิบัติตนให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคมต่อไป

เลขาธิการ กอศ. เตือนอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์ ช่วยให้สอบครูผู้ช่วย รองฯ ผอ.และผอ.ได้

วันนี้ (20 ธันวาคม 64) ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) เปิดเผยว่า อ.ก.ค.ศ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอนาทวี ) จำนวน 6 อัตรา และประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยกเว้นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอนาทวี ) จำนวน 258 อัตรา กำหนดการสมัครคัดเลือก ให้ผู้ประสงค์สมัครเข้ารับการคัดเลือกยื่นสมัครสอบด้วยตนเอง ในระหว่างวันที่ 10-16 มกราคม 2565 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดที่ตนเองสังกัดเท่านั้น โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ สำหรับวิธีการสมัคร ให้ผู้สมัคร ดาวน์โหลดใบสมัคร ได้ที่เว็บไซต์กลุ่มงานจัดการงานบุคคล 2 สำนักบริหารงานบุคคลและนิติการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ http://ipa.vec.go.th

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามี ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และก่อนหน้านั้น ได้มีประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา และในเร็วๆ นี้ จะประกาศคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด สอศ. จึงเกรงว่าอาจมีผู้แอบอ้างเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ จากผู้สมัครสอบเป็นจำนวนมาก โดยเสนอว่า สามารถช่วยผู้สมัครสอบให้สอบได้ โดยใช้วิธีการต่างๆ หรือจะเป็นการกล่าวอ้างว่ารู้จักข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่สามารถช่วยผู้สมัครสอบ ให้สอบได้ หรือให้ได้รับคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง ฯลฯ จึงขอแจ้งให้ผู้สมัครสอบ และผู้ที่เข้ารับสมัครคัดเลือกฯ ทราบโดยทั่วกันว่า อย่าได้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของผู้ที่แอบอ้างว่าจะช่วยเหลือใด ๆ เพราะมีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจนในทุกการสอบเช่นในการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ให้ดำเนินการคัดเลือกเป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยยึดถือระบบคุณธรรม ความเสมอภาค ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ หากปรากฏว่ามีการทุจริต หรือส่อไปในทางไม่สุจริต หรือดำเนินการผิดพลาดอันอาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม อ.ก.ค.ศ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สามารถพิจารณาแก้ไข หรือยกเลิกการคัดเลือกในครั้งนี้ได้
​สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ขอร่วมเป็นหนึ่งกับกระทรวงศึกษาธิการในการรณรงค์ ภายใต้แนวคิด “กระทรวงศึกษาธิการโปร่งใส ไม่ทนต่อการทุจริต (MOE TRUST & Zero Tolerance)” เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือ และเจตนารมณ์ร่วมกันของคนกระทรวงศึกษาธิการในต่อต้านคอร์รัปชัน การทุจริต การอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อการเอื้อประโยชน์ และการขาดจิตสำนึก เลขาธิการ กอศ.กล่าว

สมาคมคนหูหนวกฯ และกองประกวด Miss & Mister, Miss Queen & Mrs. Deaf Thailand จับมือภาคีแถลงข่าวการประกวดปี 2022

วันนี้ (19 ธ.ค. 64) เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุม LANNA BAGAN SRIVICHAI ชั้น 1 โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต กองประกวด ประกวด Miss & Mister, Miss Queen & Mrs. Deaf Thailand ซึ่งเป็นภาคีเครือข่ายของสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย แถลงข่าวการประกวด Miss & Mister, Miss Queen & Mrs. Deaf Thailand 2022 กำหนดกิจกรรมการประกวดที่มุ่งเสริมพลัง สร้างต้นแบบคนหูหนวก สร้างพื้นที่ในสังคมให้เกิดการยอมรับในสังคม และตระหนักรู้ในศักยภาพของคนหูหนวกที่ดำเนินการมาเป็นระยะเวลาต่อเนื่องถึง 11 ปี เป้าหมายสำคัญ คือ การพัฒนาศักยภาพคนหูหนวก สร้างการมีส่วนร่วมของสังคม ให้มีความรู้ความเข้าใจและมีเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการ โดยมี คุณนับดาว องค์อภิชาติ ผู้อำนวยการกองประกวด Miss & Mister, Miss Queen & Mrs. Deaf Thailand ผู้แทนสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผู้แทนสำนักงาน กสทช. และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานแถลงข่าว

สำหรับในปีนี้ แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ Miss Deaf Thailand 2022 Mister Deaf Thailand 2022 Miss Deaf Queen Thailand 2022 และ Mrs. Deaf Thailand 2022 โดยการจัดกิจกรรม ประกอบด้วย การฝึกอบรม เพิ่มความรู้ความสามารถให้แก่ผู้เข้าประกวด การเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด การประกวดรอบชุดว่ายน้ำ การประกวดรอบเก็บคะแนน และการประกวดรอบไฟนอล หรือรอบตัดสิน ในวันที่ 2 เมษายน 2565 นี้

ในครั้งนี้ ทุกท่านจะได้แสดงศักยภาพของตนเอง เพื่อให้สังคมตระหนักรู้ถึงบุคลิกภาพ ศักยภาพ ความสามารถที่โดดเด่นของคนหูหนวก เป็นตัวแทนประเทศไทยแข่งขันในเวทีนะดับโลก ตลอดจนเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนหูหนวกต่อไป

ติดตามการประกวดได้ทาง
✯ Facebook : fb.me/mmdt.deafthailand
✯ Instagram : https://instagram.com/mmdt.deafthailand?r=nametag
✯ YouTube : https://youtube.com/channel/UCCTzdVAwcCJ_DT92en0i-Uw
✯ TikTok : https://vt.tiktok.com/ZSJ66qQr7/

อาชีวะอุดรฯจับมือสถาบัน Finn และ World Reward Solution พัฒนานักศึกษาสมรรถนะสูง สู่อาชีพบัตเลอร์ รายได้ดี ทักษะอินเตอร์

ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี ได้ลงนามความร่วมมือกับสถาบัน Finn School of Business and Tourism เพื่อยกระดับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) English Program (EP) สาขาวิชาการโรงแรม ให้ได้มาตรฐานระดับสากล โดยได้ร่วมพัฒนาหลักสูตรควบคู่กับสถาบัน Finn School of Business and Tourism เพื่อให้นักศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะ สมรรถนะ กระบวนการคิด และการได้รับองค์ความรู้ที่ทันสมัย สู่ระดับ World Class ตามมาตรฐาน Confederation of Tourism and Hospitality (CTH) ที่ได้รับรองมาตรฐานจาก Ofqual และยังได้รับการยกระดับในการฝึกทักษะและฝึกปฏิบัติงานจากสถาณการณ์จริงที่เกี่ยวกับอาชีพบัตเลอร์ สู่ระดับPremium ร่วมกับบริษัท World Reward Solution และระหว่างการศึกษาจะได้รับโอกาสเข้าฝึกงานในโรงแรมชั้นนำ ของกลุ่ม Silver Voyage เช่น Intercontinental, Sheraton, Hilton, Le Meridien เป็นต้น ซึ่งอาชีพบัตเลอร์เป็นอาชีพที่กำลังได้รับความนิยมและมีความต้องการสูง อาชีพบัตเลอร์จะต้องเป็นผู้ที่มีทักษะด้านการบริการ มีความรู้ทักษะมารยาททางสังคม มีกระบวนการคิด การแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ที่จะต้องทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าระดับ V.V.I.P และ V.I.P. มีการวางแผน รู้จักคาดการณ์ล่วงหน้า และสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ต่อเดือนระหว่าง 30,000 – 100,000 บาท ยังไม่รวมรายได้พิเศษอื่นๆ ขึ้นอยู่กับความสามารถและทักษะเฉพาะบุคคล

ดร.นิรุตต์ กล่าว่า หลังจากนักศึกษาสำเร็จการศึกษา ระดับ ปวส. (EP) ภายใต้โครงการความร่วมมือ ยังสามารถนำความรู้ ทักษะ และคุณสมบัติไปศึกษาต่อระดับปริญาตรี มหาวิทยาลัยชั้นนำในทวีปยุโรป และทวีปออสเตรเลีย ซึ่งสามารถสำเร็จการศึกษาได้ภายในระยะเวลา 1 ปีด้วย ทั้งนี้วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานีเป็นสถานศึกษาชั้นนำสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่เข้าใจ ใส่ใจผู้เรียน และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาหลักสูตรที่ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกอาชีพในปัจจุบันและอนาคต ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยการทำความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะมาเติมเต็ม และเป็นทางเลือกที่ดีในการพัฒนาและยกระดับหลักสูตรฐานสมรรถนะ เพื่อสร้างผู้สำเร็จการศึกษาที่มีสมรรถนะสูง ในสาขางานร่วมกับสถานประกอบการด้านการโรงแรมให้ทันสมัย มีมาตรฐานระดับนานาชาติ พร้อมพัฒนาในส่วนของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน  และเทรนด์อาชีพใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงตามพลวัตอยู่ตลอดเวลา

ด้าน นายกวิน พันธ์ประสิทธิเวช  กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งสถาบัน กล่าวว่านักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเมื่อสำเร็จการศึกษานักศึกษาจะได้รับวุฒิบัตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)และได้รับ Certificate จากสถาบัน Finn School of Business and Tourism ซึ่งได้รับการรับรอง จาก CTH  สามารถนำไปยื่นศึกษาต่อกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหราชอาณาจักร ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ประเทศออสเตรเลียและประเทศอื่นๆ อีก 1 ปี ได้รับวุฒิปริญญาตรี  เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานกับบริษัทชั้นนำระดับโลก ในด้านการประกอบธุรกิจต่างๆ รวมถึงการเข้าทำงานในองค์กรภาครัฐที่ต้องการกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง