“ตรีนุช”หนุนเพิ่มโอกาสเด็กถิ่นทุรกันดารเรียนอุดมศึกษาสายสุขภาพ


เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 ที่หอประชุมอาคารบุญเล็ก โรงเรียนสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว มีพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ( MOU) ระหว่างสถาบันพระบรมราชชนกกับโรงเรียนเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษา เขตพื้นที่สุขภาพที่ 6 โดยมีน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธี นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ศ. (พิเศษ) ดร.นพ. วิชัย เทียนถาวร อธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก และ นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตพื้นที่สุขภาพที่ 6 ร่วมพิธี

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า การลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างสถาบันพระบรมราชชนก กับโรงเรียนเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษา เขตพื้นที่สุขภาพที่ 6 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว ในวันนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมผ่านมา  ตนและนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้มีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษา และพัฒนาสุขภาพของผู้เรียนทุกช่วงวัย ซึ่งหนึ่งในโครงการภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว คือ  โครงการสถาบันพระบรมราชชนกสัญจร “สบช. สัญจร” ซึ่งเป็นโครงการที่สถาบันพระบรมราชชนก ได้มีส่วนช่วยกระจายโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนในท้องที่ห่างไกลทุรกันดาร  ได้เข้าถึงการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพเพิ่มมากขึ้น

“ ดิฉันยินดีที่ได้มาเป็นประธานในวันนี้ และขอชื่นชมทุกฝ่ายที่จะร่วมมือกันมอบโอกาสที่ดี ให้แก่นักเรียนในโรงเรียนเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษา เขตพื้นที่สุขภาพที่ 6 ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมสถาบันพระบรมราชชนก โดยอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก ที่มีแนวคิดในการจัดทำโครงการ สบช.สัญจร ในการส่งมอบโอกาสดี ๆ ให้แก่นักเรียนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาบุคลากรของชาติให้มีโอกาสได้รับการศึกษา มีความรู้ทางสุขภาพที่ครอบคลุม เพื่อดูแลตนเอง ครอบครัว สังคม และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไปในอนาคต”  รมว.ศึกษาธิการกล่าว

ทั้งนี้ โครงการ สบช.สัญจร มีวัตถุประสงค์ในการสร้างความร่วมมือทางวิชาการและสร้างเครือข่ายทางการศึกษาระหว่างสถาบันกับสถานศึกษาต่าง ๆ ในทุกเขตสุขภาพ เพื่อการกระจายโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนในท้องถิ่นที่ห่างไกล ท้องถิ่นทุรกันดารได้เข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในสาขาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่สถาบันพระบรมราชชนก โดยในปีการศึกษา 2565 นี้ สถาบันฯได้จัดสรรที่นั่งให้แก่นักเรียนได้เข้าศึกษาในคณะพยาบาลศาสตร์ จำนวน 4 คน และคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ จำนวน 1 คนต่อโรงเรียน มีเป้าหมายครอบคลุมโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 900 โรงเรียน

นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการยังได้ร่วมประชุมปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยมอบนโยบายให้แก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) และ ผู้บริหารสถานศึกษาในจังหวัดสระแก้วในการติดตามประเด็นต่าง ๆ อาทิ โครงการโรงเรียนคุณภาพ ห้องเรียนคุณภาพ บ้านพักครู ความปลอดภัยในสถานศึกษา ปัญหาเด็กตกหล่น และกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning รวมถึงการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ว่า คุณภาพการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งตนตั้งใจยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น และตนทราบดีว่า ผู้บริหาร และครู ตั้งใจทำงาน แต่การทำงานก็อาจจะมีช่องโหว่หรือรูรั่วเกิดขึ้น ดังนั้น หากมีปัญหาก็ให้แจ้งมาที่กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งตนพร้อมที่จะช่วยสนับสนุนและร่วมอุดรูรั่วนั้นๆ.

“ธนพร”รับได้ปรับเกณฑ์ประเมิน สกสค.ตามที่เรียกร้อง แต่ไม่ยอมรับกรรมการคนที่ยื่นคัดค้านอยู่ดี ลั่นถ้าผลประเมินไม่เป็นธรรมเดินหน้าฟ้องต่อ

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564  นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการ สกสค. ที่มี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีมติแก้ไขหลักเกณฑ์การประเมินเลขาธิการ สกสค. ตามที่ตนยื่นหนังสือคัดค้าน นั้น ขณะนี้ตนได้รับแจ้งมติดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยคณะกรรมการ สกสค.ได้แก้ไขเกณฑ์การผ่านการประเมินจากเดิมที่กำหนดให้ผ่าน 75% เป็น 60% และการประเมินสมรรถนะซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ในแผนการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค.  แต่บอร์ด สกสค.ยังคงให้ประเมินอยู่แต่จะไม่นำมาคิดเป็นคะแนน โดยอ้างถึงคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องของความโปร่งใส คุณธรรม จริยธรรม ซึ่งตนก็ยินดีและรับได้กับการแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้แจ้งด้วยว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการ สกสค.วันที่ 22 ธันวาคมนี้

นายธนพร กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ตนได้ยืนหนังสือคัดค้านกรรมการประเมินผลงานฯ รายหนึ่งนั้น บอร์ด สกสค.มีมติยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนตัว ดังนั้นตนจะไม่ยื่นคัดค้านกรรมการรายดังกล่าวอีกแล้ว เพราะได้ยื่นคัดค้านไปแล้วถึง 2 ครั้ง เมื่อบอร์ด สกสค.มีมตืยืนยันที่จะไม่เปลี่ยนตัว ตนก็เคารพมติของบอร์ด สกสค.แต่ก็ยังยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับรายชื่อคณะกรรมการคนดังกล่าว เพราะฉะนั้นถ้าผลการประเมินออกมาไม่เป็นธรรม บอร์ด สกสค.ก็ต้องรับผิดชอบด้วย ขณะเดียวกันตนก็จะดำเนินการคัดค้านตามกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งศาลปกครอง ศาลแรงงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)  เป็นต้น

เลขาธิการ สกสค. กล่าวด้วยว่า การปรับเกณฑ์ประเมินดังกล่าว จะปรับแก้ทั้ง 3 ตำแหน่ง คือ เลขาธิการ สกสค. เลขาธิการคุรุสภา และผู้อำนวยการองค์การค้า เพราะเป็นเกณฑ์ประเมินเดียวกัน และกรรมการเป็นกรรมการประเมินชุดเดียวกัน หากแก้เฉพาะเลขาธิการ สกสค. อีก 2 องค์กรก็จะมีปัญหาตามมาได้

โรงเรียนเอกชนร่วมมือพว.ปักหมุดการสอนแบบ Active Learningสร้างผู้เรียนเป็นนวัตกรพลิกโฉมการศึกษาไทย

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2564 ที่ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.) ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสมาคมสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย โดย ดร.จิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ นายกสมาคมสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย กับ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) โดย ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.)และ ดร.พีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.)

โดย ดร.พีรศักดิ์  กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหัวใจสำคัญของการพัฒนาการศึกษา คือ ทำอย่างไรครูจะสามารถออกแบบการเรียนรู้ให้สามารถดึงศักยภาพที่มีอยู่ในตัวเด็กออกมาให้ได้ ดังนั้นการที่จะทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้ง่าย เข้าใจเนื้อหาสาระ และมีความสนุกในการเรียนจึงมีความสำคัญ ซึ่งการเรียนแบบ Active Learning คือคำตอบ เพราะเป็นการเรียนที่ให้นักเรียนเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ ทำให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์ และมีทักษะความสามารถด้านต่าง ๆ ซึ่งเวลานี้โรงเรียนเอกชนหลายแห่งจัดการเรียนการสอนได้ดีอยู่แล้ว แต่ก็จำเป็นต้องยกระดับให้มากขึ้น และขยายผลไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ให้มากขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นการที่ทาง พว.จัดฝึกอบรมครูให้กับโรงเรียนเอกชน โดยจะมีการติดตามประเมินผลและโค้ชชิ่งอย่างต่อเนื่องจะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จได้

“หลังจากนี้สช.จะทำหนังสือเชิญชวนโรงเรียนเอกชนต่าง ๆ ที่สนใจร่วมโครงการพัฒนาครูในการออกแบบการจัดการเรียนการสอน เพื่อทำให้เด็กเกิดสมรรถนะตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ ซึ่งเชื่อว่าจะมีโรงเรียนที่สนใจเข้าร่วม โดยการทำความร่วมมือของสภาสมาคมฯกับ พว.ครั้งนี้ถือเป็นการปักหมุดเดินหน้าการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสรรถนะ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ”เลขาธิการ กช.กล่าว

ดร.จิระพันธุ์ กล่าวว่า  การเรียนรู้แบบ Active Learning จะช่วยให้เรียนรู้อย่างมีความสุข และพัฒนาความรู้ได้เต็มตามศักยภาพ ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้อย่างสร้างสรรค์ สร้างแนวคิดให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ ขณะเดียวกันครูอาจารย์ก็สามารถจัดการเรียนได้อย่างหลากหลายเหมาะสมกับความแตกต่างของผู้เรียน ที่สำคัญการสร้างนักเรียน บุคลากรหรือผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องเกิดจากการรู้ที่ส่งเสริมผู้เรียนให้กำหนดเส้นทางของตนเองอย่างมีความหมาย ความร่วมมือครั้งนี้ทั้ง 2 หน่วยงานมีความมุ่งหมายเดียวกันคือ  ต้องการพัฒนาการศึกษาของชาติให้ดีขึ้น โดย พว.มีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี องค์ความรู้ สื่อต่าง ๆ  วิทยากร และอื่น ๆ  ที่จะช่วยให้การเรียนรู้ในโรงเรียนมีประสิทธิผลมากขึ้น

ด้าน ดร.ศักดิ์สิน กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สืบเนื่องมาจากองค์ประกอบหลายด้าน ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 258 จ (4 )  แผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ที่มีการพลิกโฉมประเทศให้มีการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning  และยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติได้  มีศักยภาพในการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างราบรื่น ซึ่งในภาพรวมของโรงเรียนเอกชนมีพื้นฐานที่ดีในเรื่องของ Active Learning อยู่แล้ว ดังนั้นคิดว่าจะใช้เวลาไม่นาน ในการต่อยอดพัฒนาโรงเรียนที่มีพื้นฐานอยู่แล้วได้ โดยคิดว่าไม่น่าเกิน 5 เดือน เราจะสามารถเปลี่ยนผู้เรียนให้เป็นนวัตกรที่จะสร้างนวัตกรรมได้อย่างแน่นอน

“ในฐานะที่ พว.ได้พัฒนาเรื่องการเรียนรู้แบบActive Learning มาอย่างยาวนาน ทำให้มีเครื่องไม้เครื่องมือ และมีความพร้อมรวมถึงมีวิทยากรมากกว่า 200 คนที่จะมาช่วยยกระดับคุณภาพโรงเรียนเอกชนให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสู่การแข่งขันในระดับนานาประเทศ คิดว่าต่อไปทุกโรงเรียนต้องเดินไปในทิศทางนี้ เพราะเป็นทิศทางที่ทำให้เกิดผลของการเรียนรู้เชิงประจักษ์ เป็นการเรียนรู้ที่จับต้องได้ ซึ่งเลยเรื่องของคะแนน การสอบในห้องเรียนไปแล้ว เชื่อว่าผู้ปกครองทั้งประเทศก็คาดหวังสิ่งนี้ ดังนั้นทุกโงเรียนก็ต้องเดินมาทางนี้จะช้าหรือเร็วก็ต้องมา เพราะวิธีการเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นการเรียนรู้แบบสากล เพียงแต่เรียนวิธีการที่ลุ่มลึกเหนือกว่าประเทศอื่น นั่นคือ กระบวนการ GPAS 5 Steps ที่จะถักทอสร้างความรู้ที่ครอบคลุมหลักการการสอนทั้งหลาย ไม่ว่าการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นพัฒนาการเรียนรู้ของสมอง เน้นการใช้ปัญหาหรือโครงงานเป็นฐาน การสร้างความรู้ด้วยผู้เรียนเอง เป็นต้น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ได้ผ่านการวิจัยมาหลายครั้งจากหลายมหาวิทยาลัย จนเห็นผลเชิงประจักษ์ เกิดเป็นนวัตกรรมของผู้เรียนจริง ๆ และทำให้การเรียนรู้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉมอย่างเป็นรูปธรรม”ดร.ศักดิ์สินกล่าว

สมาคมวิชาชีพการอาชีวศึกษา จัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีเตรียมสร้างอาชีวะให้เข็มแข็ง

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2564 นายวณิชย์ อ่วมศรี เลขานุการสมาคมวิชาชีพการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า วันที่ 18 ธันวาคม นี้ สมาคมวิชาชีพการอาชีวศึกษา  ได้กำหนดให้มีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยได้เชิญ ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มาร่วมให้แนวทางด้านการพัฒนาวิชาการ และการปรับ พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และร่วมกำหนดบทบาทและแนวทางการดำเนินงานของสมาคมในการสนับสนุน ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพการอาชีวศึกษา ในปี 2565

“การจัดตั้งสมาคมวิชาชีพการอาชีวศึกษา เพื่อเสริมสร้างวิชาการและวิชาชีพการอาชีวศึกษาให้เข็มแข็ง เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างเครือข่ายทางวิชาการอาชีวศึกษา โดยได้จัดตั้งและจดทะเบียนเลขที่ จ.5919/2563 ลงวันที่ 22 เมษายน 2563 แต่การดำเนินการกิจกรรมเกิดการชะลอเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) จึงได้ปรับรูปแบบการจัดประชุมแบบออนไลน์ และได้ระดมความคิดต่อร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ถึงความสำคัญของการอาชีวศึกษาในการผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและการพัฒนาประเทศภายใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลง และในการประชุมวิสามัญครั้งนี้จะเป็นการกำหนดทิศทางของการอาชีวศึกษาด้วย”นายวณิชย์ กล่าว

วท.ราชสิทธาราม-วท.พิจิตร ร่วมมือ อ.กรอ.อศ. กลุ่มเครื่องปรับอากาศ อบรมซ่อมบำรุงและการแก้ไขปัญหาเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์

นายเสถียร  อุตวัต ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม  เปิดเผยว่า นวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศนั้น มีความก้าวหน้าที่ล้ำสมัยเป็นอย่างยิ่ง ครูและนักเรียน นักศึกษา จึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับประเภทของเครื่องปรับอากาศ พื้นฐานระบบปรับอากาศ ชนิดของสารทำความเย็นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยไม่ทำลายชั้นโอโซน และทักษะการซ่อมบำรุงดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ที่แนวโน้มมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องมีเทคนิคในการแก้ไขปัญหาบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศตลอดถึงการบำรุงรักษาระบบอินเวอร์เตอร์ อย่างถูกวิธี

ผอ.วท.ราชสิทธาราม กล่าวต่อไปว่า วิทยาลัยได้รับการสนับสนุน และความร่วมมือกับคณะอนุกรรมการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ. ) กลุ่มเครื่องปรับอากาศและทำความเย็น ซึ่งมีบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศชั้นนำแนวหน้าของประเทศ เป็นสมาชิก จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการซ่อมบำรุงและการแก้ไขปัญหาเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ ให้กับคณะครูและนักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร  ซึ่งครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนโดยบริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด และมีนายทวีศักดิ์ มาลัยวิจิตร ครูวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม  เป็นผู้ประสานโครงการและการจัดฝึกอบรม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9  ธันวาคม 2564 ณ วิทยาลัยเทคนิคพิจิตร

 

หัวเว่ย(ประเทศไทย) ร่วมมือ อาชีวะอุดร เปิด Huawei ICT Academy เพื่อ Upskill Reskill ด้านเทคโนโลยี ICT ชั้นสูง

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท หัวเว่ย (ประเทศไทย) จำกัด โดย คุณวรวิทย์ จำปาไชยศรี รองประธานอาวุโส กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล และสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ โดย ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ในบันทึกข้อตกลงร่วมมือทางวิชาการ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อจัดการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีเครือข่ายชั้นสูง จาก Huawei จัดอบรมให้แก่นักเรียน นักศึกษาและครู ผ่านคอร์สการฝึกอบรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อพัฒนายกระดับ Upskill Reskill ความรู้ทางการศึกษาในด้านเทคโนโลยี ตอบโจทย์การพัฒนากำลังคนที่มีทักษะและสมรรถนะสูงที่สอดคล้องกับความต้องการของเทรนด์โลกอาชีพที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยพิธีลงนามฯ นี้จัดขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ โปรแกรม Zoom Meeting และ Onsite ณ ห้องประชุมมูลนิธิวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี จันทสว่าง ฝ่ายราช

ความร่วมมือครั้งนี้ เกิดจากความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายที่ต้องการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับนักเรียน นักศึกษาและครู ของวิทยาลัยฯ ให้มีโอกาสในการพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยี ICT เป็นการดำเนินการภายใต้การขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา Excellent Center สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล และสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยบริษัท หัวเว่ย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดโอกาสให้วิทยาลัยฯ เข้าร่วมในโครงการ “Huawei ICT Academy” เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนพัฒนาครู ในระยะแรกกับ 4 หลักสูตรที่ทันสมัย ได้แก่ หลักสูตร HCIA-WLAN V3.0 หลักสูตร HCIA-Cloud Service V2.2 หลักสูตร HCIA-Storage V4.5 และหลักสูตร HCIA-Datacom V1.0 มีคุณครูผู้สอนทุกคน ใน 2 สาขาวิชาเข้าร่วม ส่วนของการพัฒนานักเรียน นักศึกษา คือหลักสูตร HCIA-WLAN V3.0 พร้อมกันนี้ยังได้จัดฝึกอบรมด้าน Network และ Cloud เพื่อเตรียมนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันในโครงการ Huawei ICT Competition Thailand 2021-2022 ต่อไป

นายวรวิทย์ จำปาไชยศรี รองประธานอาวุโส กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “Huawei ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีและ Partner ด้าน ICT ได้ตระหนักถึงความสำคัญในพัฒนาความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยี จึงมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้และความเข้าใจ ด้าน ICT อย่างลึกซึ้ง Huawei มีความยินดีที่จะถ่ายทอดความรู้ และจัดหาทรัพยากร การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีเครือข่ายชั้นสูง โดยอาศัยความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ICT ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และครู ผ่านคอร์สและการฝึกอบรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อพัฒนายกระดับความรู้ทางการศึกษาในด้านเทคโนโลยี สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับนักเรียน นักศึกษา และครู”

ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี กล่าวว่า “ขณะนี้วิทยาลัยฯ กำลังจะยกระดับความร่วมมือในการที่จะพัฒนากำลังคนที่มีสมรรถนะสูง ตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยกระดับประเทศให้มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนระบบเทคโนโลยี 5G ของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งวิทยาลัยฯ ได้ดำเนินการมา 3 ระยะ ตั้งแต่การเข้าเยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรมอาเซียนของ Huawei ระยะที่ 2 ก็เป็นโครงการฝึกอบรมในการพัฒนาครู 4 หลักสูตร และระยะที่ 3 ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้น กำลังดำเนินการอยู่ คือการพัฒนานักเรียน นักศึกษา เป็นการ Upskill Reskill แล้วก็สร้าง Meta Skill ให้แก่ นักเรียน นักศึกษา ก็จะได้รับโอกาสดี ๆ ในการที่จะได้เรียนรู้กับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ภายใต้การขับเคลื่อนของ Huawei Thailand เพื่อยกระดับการจัดการอาชีวศึกษาสู่ทักษะแห่งอนาคต”

บอร์ดสกสค.มีมติปรับเกณฑ์ประเมินผลงาน”ธนพร”60%เหมือนเดิม ด้าน” บัณฑิตย์” ชี้ใช้เวลา15วัน

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (บอร์ด สกสค.) ว่า บอร์ด สกสค.ได้พิจารณากรณีที่ นายธนพร สมศรี เลขาธิการ สกสค.ยื่นคัดค้านเกณฑ์การประเมินเลขาธิการ สกสค. ในหลายประเด็นที่ไม่เป็นธรรม โดยที่ประชุมบอร์ดสกสค.ในวันนี้ได้มีมติตามที่นายธนพร เสนอ คือ ปรับไปใช้เกณฑ์เดิม คือ กำหนดคะแนนเต็ม 5 คะแนน หากประเมินแล้วทำได้ครบตามแผนงานที่เสนอจะได้ 3 คะแนนหรือ 60% ส่วนการประเมินสมรรถะกับผลปฏิบัติงานผู้บริหาร ต้องแยกออกจากกันเพราะในสัญญาเขียนแต่แผนปฏิบัติงานอย่างเดียว แต่ทั้งนี้ก็ต้องประเมินสมรรถนะด้วยแต่ไม่เอาคะแนนมาใช้ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าบอร์ดสกสค.ให้ความเป็นธรรมกับเลขาธิการสกสค.ตามที่นายธนพรร้องเรียนแล้ว

ดร.บัณฑิต ศรีพุทธรางกูร ประธานคณะกรรมการประเมินผลงานเลขาธิการสกสค.กล่าวว่า มติบอร์ดสกสค.ออกมาอย่างไรคณะกรรมการฯก็จะทำตามนั้น เมื่อบอร์ดสกสค.แจ้งมติมาที่คณะกรรมการประเมินฯแล้ว จะทำเกณฑ์และแจ้งเลขาธิการสกสค.รับทราบ เมื่อรับทราบแล้วก็จะเร่งประเมินให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน

มติบอร์ดคุรุสภาเลื่อนวันสอบขอตั๋วครู หลังชน สอบ ก.พ.

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2564  น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ว่า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้รายงานในที่ประชุมถึงการกำหนดวันทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพ ด้านความรู้ และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ วันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2565 แต่เนื่องจากตรงกับวันที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ประกาศรับสมัครสอบเพื่อวันความรู้ความสามารถทั่วไป ภาค ก.เช่นกัน ดังนั้นที่ประชุมคุรุสภาในวันนี้จึงมีมติเลื่อนวันทดสอบฯใหม่ เพราะเห็นว่าหากกำหนดวันสอบเดิม ผู้สอบบางคนอาจจะเสียสิทธิได้ ดังนั้นเพื่อรักษาสิทธิให้กับผู้เข้าสอบทุกคน จึงมอบหมายให้คุรุสภา ไปหารือกับ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เพื่อกำหนดวันทดสอบใหม่ ซึ่งจะต้องอยู่ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้ และจะประกาศให้ประชาชนทราบอีกครั้ง

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา จำนวน 34 แห่ง รวมจำนวน 91 หลักสูตร ประกอบด้วย 1.ปริญญาตรีทางการศึกษา (หลักสูตร 4 ปี) จำนวน 23 แห่ง 69 หลักสูตร 2.ปริญญาตรีทางการศึกษา (หลักสูตร 5 ปี) จำนวน 2 แห่ง 10 หลักสูตร 3.ประกาศนียบัตรบัณฑิตทางการศึกษา (วิชาชีพครู) จำนวน 4 แห่ง 4 หลักสูตร 4. ปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) จำนวน 1 แห่ง 1 หลักสูตร 5. ปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพบริหารการศึกษา) จำนวน 6 แห่ง 6 หลักสูตร และ 6.ปริญญาเอกทางการศึกษา (วิชาชีพบริหารการศึกษา) จำนวน 1 แห่ง 1 หลักสูตร

“อย่างไรก็ตามที่มีการถกเถียงกันมากก็เป็นเรื่องข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยการรับรองความรู้และประสบการณ์วิชาชีพเพื่อการประกอบวิชาชีพครูสำหรับผู้ที่ไม่มีคุณวุฒิปริญญาทางการศึกษา ซึ่งคณะกรรมการคุรุสภามองว่ายังมีเวลาไปศึกษาให้รอบคอบก่อนได้ เพราะใบประกอบวิชาชีพของแต่ละสาขาไม่เหมือนกัน ก็ต้องคิดให้ครอบคลุม จึงมอบให้คุรุสภาไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป”รมช.ศึกษาธิการกล่าว

“ครูพี่โอ๊ะ” เผย กศน.พร้อมรับเด็กหลุดจากระบบ ของขวัญปีที่3ส่งถึงมือประชาชน

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2564 ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.)จัดกิจกรรม ศ.ค.ส.ศึกษาธิการส่งความสุขให้น้องปีที่ 3 เพื่อเป็นการส่งมอบความสุขให้แก่พี่น้องประชาชน ภายหลังจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด 19 ผ่อนคลาย ซึ่งตนได้เริ่มกิจกรรมไปบ้างแล้ว โดยมอบผ้าห่ม ของเด็กเล่น อุปกรณ์การเรียน ให้แก่พี่น้องประชาชนในชุมชนบ้านแม่ลง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และจะมีการไปมอบในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป ส่วนกรุงเทพฯกำลังหาข้อสรุปว่าจะไปที่ไหน ซึ่งปีนี้อาจจะไม่ได้จัดที่กระทรวงศึกษาธิการเหมือนที่ผ่านมา แต่จะเข้าไปให้ถึงชุมชน เพื่อนำสิ่งของไปมอบให้ถึงมือ โดยขณะนี้ กศน.ต่าง ๆ กำลังระดมรับบริจาคเพื่อนำสิ่งไปส่งต่อให้กับประชาชนต่อไป

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับเด็กเร่ร่อน เด็กพิการ ปีนี้จะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ได้มีการปักหมุดเอาไว้ว่าจะต้องลงไปค้นหา และเก็บข้อมูล เพื่อจะได้รู้ว่าจะต้องเติมเต็มในส่วนใดบ้าง แต่ละคนเหมาะสมกับการศึกษารูปแบบใด ใครจำเป็นต้องได้รับการศึกษาแบบเฉพาะบุคคลก็จะจัดให้ ใครสามารถจัดรวมกลุ่มได้ ก็ให้รวมกลุ่ม หรือ ใครต้องการให้เสริมเรื่องของอาชีพก็จะมาดูว่าเหมาะสมกับอาชีพไหน ซึ่งถือเป็นการอุดช่องว่างและเติมเต็มให้แก่เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา หรือคนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

“ส่วนกรณีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาที่อายุเกิน 15ปี ถามว่ากศน.จะรับมาดูแลได้หรือไม่ จริง ๆ กศน.จะรับได้เมื่อเด็กอายุ 18 ปี แต่ถ้าไม่ถึง 18ปี แล้วสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ซึ่งดูแลการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยินดีให้เด็กออกมา กศน.ก็พร้อมรับ โดยกศน.ก็ได้มีการอบรมครูมากขึ้นและดูเรื่องอัตรากำลังไว้รองรับแล้ว ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็ได้จัดอบรมพัฒนาทักษะครูกศน.ต้นแบบการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจร.)และมีวิทยากรจากภายนอก โดยเป็นการอบรมแบบเข้มที่เน้นทักษะการสื่อสารจริง ๆ ให้กับครูกศน.ที่จบเอกอังกฤษมาโดยตรง ซึ่งครูกลุ่มนี้พร้อมที่จะออกไปทำหน้าที่สอนให้นักศึกษาสามารถสื่อสารได้ และขยายผลไปสู่อาชีพของผู้เรียนด้วย เช่น นักศึกษาที่อยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวก็สามารถพูดคุยภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยว ซึ่งก็เป็นอาชีพหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัวได้ เป็นต้น”ดร.กนกวรรณ กล่าวและว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.การศึกษาตลอดชีวิต ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของรัฐสภานั้น ไม่รู้ว่าจะคลอดในรัฐบาลนี้หรือไม่ แต่ตนจะทำให้ดีที่สุด

3 ทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษา เป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติฮาร์บิ้น ปี 2565

​ดร. สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกาศผลการคัดเลือกทีมตัวแทนอาชีวศึกษา เพื่อเข้าร่วมการแกะสลักหิมะนานาชาติ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2565 : The 14th International Collegiate Snow Sculpture Contest 2022 ณ มหาวิทยาลัยวิศวกรรมฮารบิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งในปีนี้ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มหาวิทยาลัยวิศวกรรมฮารบิ้น จึงจัดแข่งขันในรูปแบบออนไลน์ โดยหัวข้อที่กำหนดในการคัดเลือกครั้งนี้ คือ “ มีความฝัน สู่อนาคต ด้วยความฝัน เพื่ออนาคต” (Having Dreams, to the Future. With Dreams, For Future) และมีเนื้อหาที่เชื่อมโยงสัมพันธ์ และสื่อถึงงานกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ที่จะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งมีคำขวัญ ว่า ร่วมกันเพื่ออนาคตร่วมกัน แสดงให้เห็นจุดยืนที่เข้มแข็งของมวลมนุษยชาติเมื่อเผชิญความทุกข์ยาก (Together for a Shared Future, showing the strong stance of mankind in the face of plight)

​เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อว่าทีมที่มีคอนเซ็ปต์ (Concept) แนวคิดที่สอดคล้อง กับข้อกำหนด มีทักษะฝีมือในงานประติมากรรม การแกะสลัก และการนำเสนอ ฯลฯ ตามเกณฑ์การตัดสิน ที่มีคะแนนสูงสุดได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี ผลงาน The Hero หัวใจสิงห์ผู้ไม่เคยยอมแพ้แก่โชคชะตา รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ผลงาน ก้าวฝ่าวิกฤติสู่ความฝันแห่งอนาคต และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ผลงาน นางฟ้าของฉัน โดยมีทีมวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง ผลงาน ชัยชนะรวมโลกเป็นหนึ่งเดียว วิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม ผลงาน พลังแห่งการรวมกัน และทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษากาญจนบุรี ผลงาน ศาลายาไทยในอนาคต ได้รับรางวัลชมเชย


​สำหรับ ผลงานชนะเลิศ “The Hero หัวใจสิงห์ผู้ไม่เคยยอมแพ้แก่โชคชะตา” วิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี ผลงานของ นายธนพล ภูทองเงิน นายพรรณภัทร สมพงษ์ และนายพรรษา สายยาใจ นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 3 สาขาวิจิตรศิลป์ โดยมี นายวสัตน์ เมฆฉาย เป็นครูผู้ควบคุม ได้รับแรงบันดาลใจ ผ่านภาพความสำเร็จของนักกีฬาพิการในการแข่งวีลแชร์ของไทยที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากการแข่งขันมหกรรมกีฬาโลก พาราลิมปิกเกมส์ 2020 เป็นแบบอย่างของผู้ที่มีความฝันและความพยายามฝ่าฟันเอาชนะความยากลำบากจากข้อจำกัดในร่างกาย ปลดปล่อยพลังชีวิตเพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจตนเอง แสดงจุดยืนที่เข้มแข็งให้ปรากฎต่อมวลมนุษยชาติ ให้มีกำลังใจและมองเห็นความฝันในอนาคตเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถสร้างให้เป็นจริงได้ ลูกล้อวีลแชร์ที่ถูกปั่นด้วยความเร็วทะยานไปข้างหน้าเหมือนจะโบยบินได้ ดั่งนกพิราบขาวได้ประกาศเสรีภาพแห่งชีวิตให้ประจักษ์ไปทั่ว พร้อมกับเชิญชวนเพื่อนมนุษย์ร่วมกันนำอนาคตที่สดใสมาสู่โลกอีกวาระหนึ่ง รูปมือที่โอบอุ้มคือสัญลักษณ์ของความร่วมมือกันของมนุษยชาติที่จะเอาชนะความยากลำบาก จังหวะของเส้น และรูปทรงที่ดูเคลื่อนไหว พุ่งทะยานไปสู่จุดหมายเดียวข้างหน้า แสดงถึงพลัง ความเร็ว และความอิสระ มุ่งสู่ปลายทางที่อยู่เบื้องบน เพื่อสื่อให้เห็นถึงแนวคิดว่า ไม่มีใครกำหนดชีวิตที่เกิดมาในอดีตของตนเองได้ แต่การรู้จักตนเองและการได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก และคาดหวังเอาไว้คือการสร้างชีวิต สู่อนาคต ที่เป็นจริงได้

​ผลงานรองชนะเลิศอันดับ 1 “ก้าวฝ่าวิกฤติสู่ความฝันแห่งอนาคต” วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ผลงานของนายอำพล ธรรมทอง นายสุภาพ ชารีเครือ และนายอนันต์ แสงสว่าง นักศึกษาปวช. 3 สาขาวิจิตรศิลป์ โดยมีนายสระชาติ พละศักดิ์ เป็นครูผู้ควบคุม ซึ่งมีแนวคิดจากที่ว่า มนุษยชาติทั้งหลายล้วนเกิดมาแล้วดำรงชีวิตอยู่บนกฎเกณฑ์ของกรอบกติกาที่กำหนดขึ้นในแต่ละสังคมที่แตกต่างกัน มีอุปสรรคไว้ฟันฝ่าก้าวข้ามไปสู่อนาคต โดยมีความฝัน ความหวัง เป็นเครื่องนำทาง เพื่อไปสู่อนาคต อันเป็นเป้าหมายสำเร็จสูงสุด ของมวลหมู่มนุษยชาติทุกคน ที่ปรารถนา อยากให้เกิดขึ้นแก่ตนเองและครอบครัว ตลอดจนสังคม โลก ให้การยอมรับยกย่องเชิดชู ถ้าเปรียบเทียบการใช้ชีวิตดั่งเช่นการแข่งขันกีฬา เป้าหมายคือรางวัลที่จัดไว้ตามลำดับความสามารถของแต่ละคน ซึ่งมีขีดจำกัดไม่เท่ากัน กว่าจะมาถึงจุดเป้าหมายของรางวัลที่คาดหวัง นักกีฬาทุกคนต้องมีระเบียบวินัย ยึดถือกติกาข้อตกลงที่สากลกำหนด จึงจะถือได้ว่าเป็นผู้มีชัยชนะที่ใสสะอาดบริสุทธิ์อย่างแท้จริง จากประเด็นดังกล่าว ทีมผู้สร้างได้ใช้รูปทรงของสถาปัตยกรรม และวัตถุสิ่งของต่าง ๆ นำมาจัดองค์ประกอบศิลป์ ผสมผสานให้ลงตัว เพื่อสื่อความหมายดังนี้ สถาปัตยกรรมสนามกีฬารังนก สื่อถึง สัญลักษณ์แห่งความหวังของมนุษยชาติ รูปสัญลักษณ์ผลึกน้ำแข็ง สื่อถึง ความสุจริตใสบริสุทธิ์ดุจนำแข็งและหิมะ รูปทรงคบเพลิงโอลิมปิก 2022 สื่อถึง คบเพลิงศักดิ์สิทธิ์ซึ่งถูกจุดโดยแสงอาทิตย์ เป็นจุดกำเนิดการก่อเกิดความเจริญงอกงาม โชติช่วงชัชวาลแห่งอนาคต สัญลักษณ์โอลิมปิกเกมส์ ฤดูหนาวปักกิ่ง 2022 ที่ชื่อว่า “ตงเมิ้ง” หรือความฝันแห่งฤดูหนาว รูปทรงคล้ายคนเล่นสกี สื่อถึงความรื่นรมย์ และเป็นสัญลักษณ์จุดนัดพบของนักกีฬาตามล่าฝันแห่งฤดูหนาวสัญลักษณ์สากลของกีฬาโอลิมปิกรูปทรง 5 ห่วง สื่อถึงการรวมตัวกันของคนจาก 5 ทวีป ยุโรป อเมริกา อเมริกาใต้ เอเชีย และออสเตรเลีย รูปทรงกำแพงเมืองจีน สื่อถึง ความแข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นอุปสรรคยิ่งใหญ่ที่ท้าทายรูปทรงธงชัย เรียงลำดับทับซ้อน 3 ลำดับ สื่อถึง เป้าหมายแห่งความสำเร็จหรือชัยชนะ

​และ ผลงานรองชนะเลิศอันดับ 2 “นางฟ้าของฉัน” วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ผลงานของนางสาวนริศรา พริกนุ่น นางสาวชนากานต์ ใจงาม และนายพัชรพล สารภี นักศึกษาปวช. 3 สาขาวิจิตรศิลป์ โดยมีนายพฤติพงษ์ วงศ์วรรณา เป็นครูผู้ควบคุม มีแนวคิดมาจากสถานการณ์ ของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ที่ระบาดหนักตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ไวรัสชนิดนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ส่งผลกระทบต่อประชากรทุกประเทศ ทั่วโลก เกิดสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนเจ็บป่วย และเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รัฐบาลของหลายๆประเทศรวมทั้งประเทศไทยมีมาตรการล็อกดาวน์ ปิดประเทศ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) แพร่กระจายออกไป จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มองเห็นแสงสว่างจากหัวใจของผู้คนในความเสียสละ “บุคลากรทางการแพทย์” ผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงในการต่อสู้ แข่งขันกับโรคร้ายให้ทุกคนบนโลกปลอดภัย เสมือนกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แต่หากจะเป็นการต่อสู้แข่งขันระหว่างมนุษยชาติ กับ เชื้อโรคร้าย โดยผลงานประติมากรรมนางฟ้า เปรียบเป็นตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน เป็นนางฟ้าในดวงใจของคนทั้งโลก กำลังประคองน้ำดื่มให้กับเหล่าหงส์ที่ได้รับบาดเจ็บเปรียบได้กับผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และเราจะก้าวผ่านสิ่งร้ายๆ ไปด้วยกัน เพื่อความฝันสู่อนาคตที่ทุกคนจะกลับมาปกติสุขด้วยกันอีกครั้ง