เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 25 ภายใต้แนวคิด “ปลูกดี ทำดี น้อมเกล้าฯ ถวายแม่ของแผ่นดิน” ณ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย ดร.กล้า สมตระกูล อดีตรองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และ ผู้แทนมูลนิธิ เอ็ม.โอ.เอ ไทย (MOA Thailand) ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการอื่น ๆ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความร่วมมือและการเรียนรู้ที่อบอุ่น โดยในพิธีเปิดมีการนำเสนอภาพรวมภารกิจของศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมฯ กิจกรรมการแสดงของชุมชน และการฉายวีดิทัศน์ประวัติความเป็นมาและการดำเนินงานของศูนย์ฝึกฯ ซึ่งสะท้อนบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรธรรมชาติและการพัฒนาอาชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติในครั้งนี้นับเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เนื่องจากศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 โดยจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และฝึกทักษะด้านเกษตรกรรมแก่ประชาชน เป็นพื้นที่ต้นแบบการน้อมนำศาสตร์พระราชาไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งในด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล และการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน โดยศูนย์ฝึกฯแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติผ่านกระบวนการฝึกอบรมและการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์พืช การจัดทำแปลงสาธิต การทดลองและสาธิตวิธีการเพาะปลูกที่ปลอดภัย ไปจนถึงการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีพ สร้างอาชีพ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการขยายผลการพัฒนาทักษะอาชีพด้านเกษตรธรรมชาติไปยังศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดเครือข่ายการเรียนรู้และการพัฒนาอาชีพที่เข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ อธิบดี สกร. ยังได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนภารกิจของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ “สกร. เข้าไปอยู่ในใจของทุกครัวเรือน” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมกล่าวถึงการศึกษาดูงานด้านเกษตรธรรมชาติ ณ MOA ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับคณะทำงาน ซึ่งสิ่งที่สร้างความประทับใจและเป็นคำตอบสำคัญ คือการได้เห็นภาพของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ปรากฏในการนำเสนอของประเทศญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของศาสตร์พระราชาในระดับสากล และเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานของข้าราชการที่จะต้องสนองงานตามแนวพระราชดำริ โดยเฉพาะหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและชุมชนไทย
อธิบดี สกร. ยังกล่าวด้วยว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นพันธกิจสำคัญของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและเตรียมความพร้อมให้ประชาชนสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างมั่นคง พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาในมิติความยั่งยืนที่สอดคล้องกับแนวโน้มของโลกซึ่งให้ความสำคัญกับระบบนิเวศและความร่วมมือแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วน และยังได้เน้นย้ำความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพและสถิติในระดับอำเภอและตำบล เพื่อนำไปสู่การสร้าง “เกราะคุ้มกันด้านสุขภาวะ” ให้แก่ประชาชนอย่างตรงจุด พร้อมส่งเสริมการบริโภคอาหารปลอดภัย สนับสนุนสุขภาพที่แข็งแรง และผลักดันการฝึกอาชีพด้านเกษตรกรรมให้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เพื่อให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้และมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน
ดร.เกศทิพย์ ยังกล่าวด้วยความภาคภูมิใจถึงความสำเร็จของเด็กหญิงสุขพร มหาศาลเมธา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านมอตะหลั่ว อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับโลกจากการประกวดผลงานระดับนานาชาติ สะท้อนให้เห็นว่า สกร. และภาคีเครือข่ายสามารถสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้ก้าวสู่ความสำเร็จได้อย่างสง่างาม เป็นพลังแห่งความหวังที่พิสูจน์ว่า “คนของ สกร. ทำได้ในทุกภารกิจ”พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวถึงการเตรียมขยายความร่วมมือผ่านการจัดทำบันทึกข้อตกลงฉบับใหม่กับ MOA เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 โดยเน้นการวิจัยและการปฏิบัติจริงด้านเกษตรธรรมชาติ รวมถึงแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ไม่ใช้สารเคมี ภายใต้แนวคิด “จิตเป็นเกษตรกรรม ปัญญาเป็นธรรมชาติ”
ภายหลังพิธีเปิด อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้และคณะได้เยี่ยมชมกิจกรรมภายในงาน ซึ่งประกอบด้วยโซนจัดแสดงและจำหน่ายผลผลิตเกษตรธรรมชาติจากเครือข่ายเกษตรกร การสาธิตการจัดการแปลงเกษตรธรรมชาติ และการเรียนรู้เทคโนโลยีทางการเกษตร รวมถึงการเยี่ยมชมโครงการ Sweet Heritage สืบสานตำนานขนมไทย ตลอดจนผลิตภัณฑ์จากชุมชนและเครือข่ายภายในพื้นที่ศูนย์ฝึกฯ โดยกิจกรรมทั้งหมดมุ่งเน้นการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้ประชาชนสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้กล่าวขอบคุณคณะผู้บริหารและบุคลากรจากสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมฯ ตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมแรงร่วมใจสนับสนุนการจัดงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ พร้อมเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสานต่อความตั้งใจในการขับเคลื่อนงานครั้งนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เปรียบเสมือนการ “เก็บเกี่ยวผลผลิตแห่งความร่วมมือ” เพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกครัวเรือน และเป็นการสืบสานองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน
การจัดงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 25 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระราชดำริและพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย พร้อมทั้งเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติและเทคโนโลยีทางการเกษตร ตลอดจนเป็นศูนย์กลางการจำหน่ายผลผลิตเกษตร ธรรมชาติสู่ผู้บริโภคโดยตรง อันจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของประชาชน และสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน
กรมส่งเสริมการเรียนรู้ขอเชิญชวนประชาชนร่วมชมงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 25 ระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมเรียนรู้ สัมผัสวิถีเกษตรธรรมชาติ และสนับสนุนผลผลิตปลอดภัยจากเครือข่ายเกษตรกรไทย พร้อมร่วมกันสืบสานศาสตร์พระราชา และขยายผลเกษตรธรรมชาติสู่พื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป







