ผศ.ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) เปิดเผยถึงสถาการณ์โรงเรียนเอกชน ปี 2569 ว่า  มีโรงเรียนปิดตัวเพิ่มขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา จากเดิมจะมีโรงเรียนปิดปีละ 30-50 แห่ง แต่ปีนี้มีโรงเรียนปิด 70-80 แห่ง โดยในกรุงเทพมหานครมีโรงเรียนเอกชนชื่อดังปิดตัวลงด้วย เช่น โรงเรียนไผทอุดมศึกษา โรงเรียนถนอมพิศวิทยา เป็นต้น ที่ผ่านมาโรงเรียนเอกชน พยายามลดภาระค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ปกครอง โดยเฉพาะค่ารถรับส่งนักเรียน ที่ปัจจุบันพบปัญหาวิกฤตน้ำมันแพง  เมื่อมองภาพรวมนักเรียนโรงเรียนเอกชนจะลดลงไปอีก เพราะในส่วนชั้น ม.1 และ ม.4 โรงเรียนของรัฐก็เปิดรับไม่อั้นจนกว่าจะเต็ม และยังพบว่ามีหลายโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ขยายจำนวนรับจาก 40 คนต่อห้อง เป็น 42-44 คนด้วย

นายก ส.ปส.กช. กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่โรงเรียนเอกชนเรียกร้องคือความเท่าเทียม โดยเฉพาะอาหารกลางวัน ที่อยากฝากให้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผลักดันต่อด้วย เพราะปัจจุบันค่าเทอมห้องเรียนพิเศษโรงเรียนเอกชนอาจจะถูกกว่าโรงเรียนรัฐ เนื่องจากโรงเรียนรัฐมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เช่น ค่าประกันอุบัติเหตุ ค่าอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ ค่าครูต่างชาติ เป็นต้น ขณะที่โรงเรียนเอกชนจะรวมทุกอย่างอยู่ในค่าเทอมทั้งหมด เพราะฉะนั้นถ้าจะให้การศึกษาเท่าเทียมกัน รัฐจะต้องปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณใหม่ไม่ให้โรงเรียนไปจัดเก็บยิบย่อย

“โรงเรียนเอกชนที่ไปไม่ไหว มีตั้งแต่โรงเรียนขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็ก เช่น โรงเรียนไผทอุดมศึกษา เป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนเยอะ เขาคงเบื่อในหลาย ๆ เรื่อง ประกอบกับที่ดินมีมูลค่าสูง ถ้าไปทำอย่างอื่นอาจจะได้มากกว่าก็ได้ และยังมีข้อติดดขัดเรื่องของกฎระเบียบ เช่น เรื่องเกี่ยวกับการโอนทรัพย์สิน เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่า ทุกวันนี้โรงเรียนนานาชาติ เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคนผิดหวังกับการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย จึงหันมาส่งลูกเรียนนานาชาติที่มีหลักสูตรรับรองจากต่างประเทศ ทำให้เอกชน ธุรกิจใหญ่ ๆ หันมาลงทุนโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้น เพราะค่าตอบแทนเริ่มสูงกว่าโรงพยาบาลเอกชนแล้วด้วย มีโอกาสเจริญเติบโตเยอะ แต่ผมเป็นห่วงโรงเรียนเอกสามัญ เพราะโรงเรียนเหล่านี้เป็นรากฝอยที่อยู่ตามอำเภอและเข้ามาช่วยรัฐจัดการศึกษา จึงอยากให้รัฐบาลมาทบทวนช่วยเหลือด้วย เพราะแม้เราจะพยายามช่วยให้เขาอยู่ แต่บางครั้งผู้บริหารรุ่นใหม่ก็ถอดใจไปแล้ว ซึ่งผมก็บอกกับผู้บริหารโรงเรียนเอกชนหลายคนเช่นกันว่า ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องสู้ เพราะมันจะจม ไปทำธุรกิจอื่นดีกว่า สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาระยะยาวที่ต้องแก้ไขต่อไป” ผศ.ดร.ศุภเสฏฐ์ กล่าว

นายก ส.ปส.กช. กล่าวด้วยว่า ต้องยอมรับว่า การเกิดขึ้นของโรงเรียนนานาชาติ สร้างผลกระทบให้กับทั้งโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนรัฐ เช่น โรงเรียนรัฐเปิดห้องเรียนพิเศษค่าเรียน 6-7 หมื่นบาท ซึ่งเพิ่มอีกนิดก็สามารถเรียนนานาชาติได้แล้ว โดยวันนี้โรงเรียนนานาชาติที่เข้ามาเปิดในไทยจำนวนไม่น้อยเลยที่มาจากประเทศจีน และยังมีนักธุรกิจ กลุ่มทุนใหญ่ๆของไทย ก็มาลงทุนเปิดโรงเรียนนานาชาติเช่นกัน เพราะเขาคิดว่าได้ตอบแทนสังคม และมองว่าซื้อลิขสิทธิ์มาสอนลูกหลานยตัวเองไม่ต้องเสียเงินส่งไปเรียนต่างประเทศก็ได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้โรงเรียนนานาชาติได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ก็พยายามควบคุมเรื่องของคุณภาพ เพราะที่ผ่านมาได้รับเรื่องร้องเรียนพอสมควร เช่น บางโรงเรียนไม่ได้ขออนุญาตให้ถูกต้อง แต่ปัจจุบันระเบียบข้อกฎหมายอาจจะไม่ครอบคลุม จึงได้แต่งตั้ง ดร.อรรถพล ตรึกตรอง อดีตเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.)และตน เป็นคณะกรรมการพัฒนากฎหมายเพื่อควบคุมดูแลโรงเรียนนานาชาติต่อไป

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here