หยอก หยอก วันที่ 16 กรกฏาคม 2569 *** เช้าวันนี้เดินผ่านห้องหนึ่ง เห็นคนเข้าออกไม่ขาดสาย ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครตอบ มีแต่รอยยิ้มบาง ๆ กับคำว่า “เดี๋ยวก็รู้” *** ตอนนี้ชวนให้จับตา…การลาออกของ ดร.พีระพันธ์ เหมะรัตน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา( สกสค.) ซึ่งก็คงไม่มีอะไรตื่นเต้นแล้ว เพราะกระแสข่าวลาออกมีมาเป็นระยะ คราวนี้ก็แค่ชัดเจนว่า จะให้มีผลในเดือนกรกฎาคมนี้ จากที่ก่อนหน้านี้หนังสือลาออกกำหนดให้มีผลในเดือนกันยายน งานนี้อาจเป็นเพียงการเปลี่ยนตัวผู้เล่น ไม่ใช่การจบเกม … ทุกครั้งที่เก้าอี้เลขาธิการ สกสค.ขยับ ไม่ได้มีแค่คนย้ายตำแหน่ง แต่มี “อำนาจ”ที่ขยับตามไปด้วย เป็นการจัดสมดุลอำนาจขององค์กรที่มีทั้งภารกิจดูแลสวัสดิการครู ทรัพย์สินจำนวนมาก และกำกับดูแลองค์การค้าของ สกสค.และที่น่าจับตาคือ ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ เกิดขึ้นพร้อมกับการเดินหน้าสรรหา ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเก้าอี้สำคัญขององค์กร หยอก หยอก จึงอดคิดไม่ได้ว่า…นี่เป็นเพียง “ความบังเอิญ” ของปฏิทินราชการ หรือ เป็นการเปิดกระดานใหม่ เพื่อให้ผู้บริหารชุดใหม่เข้ามาวางทีมของตัวเองตั้งแต่ต้น … คำตอบคงอีกไม่นาน เพราะสิ่งที่คนใน ศธ.จับตาเฝ้าดูไม่ใช่แค่ “ใครจะเป็นเลขาธิการ สกสค.คนใหม่” แต่กระหายอยากรู้ว่า …ใครจะเป็นคนจัดทัพ สกสค.รอบใหม่มากกว่า เพราะคนใหม่ที่จะเข้ามาย่อมต้องมีวาระสำคัญที่ต้องเดิน นั่นคือ จะเลือก “สะสาง” ปัญหาเดิม หรือ “สานต่อ” วิธีเดิม … นี่ต่างหาก คือ คำตอบที่ครูทั้งประเทศรอฟัง *** นี่ก็ลุ้น!ไม่แพ้กันกับ ตำแหน่งศึกษาธิการภาค ที่ต้องแต่งตั้งให้ครบอีก 6 ภาค … คณะกรรมการสรรหาฯทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว รายชื่อส่งไปวางอยู่บนโต๊ะหลายวัน แต่โต๊ะยังนิ่ง คนลุ้นก็เลยต้องลุ้นต่อไป …หยอก หยอก สอบถามมากับเสมา 1 ทั่นประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แบบไม่มีอ้อมค้อม ถามกันตรง ๆ เลยล่ะ … คำตอบชัดเจน ไม่นานจะรีบแต่งตั้ง อดใจรออีกนิด … 555 ไม่นาน ที่มาจากคำพูดของนักการเมือง บางครั้งก็ สั้นกว่าที่คิด หรือ อาจจะยาวกว่าที่หวัง นะจ๊ะนะจ๊ะ … ว่าแต่รายชื่อ 6 คน ที่มีลุ้นที่สุดก็เป็นที่รู้กันในหมู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกันเองอยู่แล้วว่าใครตัวจริง ตัวเทียบ ออกมากี่โผ อย่างน้อยตรงกัน 5 รายชื่อแล้วหละ … คนที่คิดว่ามาแน่อาจจะยังน้าาาา ไม่ต้องถามว่าใครบ้าง รู้ ๆ กันอยู่ *** โกงสอบท้องถิ่น…สัญญาณเตือนถึง ศธ. …คดีโกงสอบท้องถิ่นที่กำลังขยายผล ไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะกับผู้สอบหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่กำลังสั่นคลอน “ความเชื่อมั่น” ที่ประชาชนมีต่อระบบคัดเลือกข้าราชการทั้งประเทศ เพราะเมื่อสังคมเริ่มเชื่อว่า “ข้อสอบอาจซื้อได้” หรือ “ตำแหน่งอาจมีราคา” ผู้ที่เสียหายที่สุดไม่ใช่ผู้สอบตก แต่คือผู้สอบผ่าน เพราะต้องแบกรับคำถามว่า “สอบได้เพราะเก่งจริง หรือเพราะมีเส้น *** ศธ.ควรมองคดีนี้เป็นมากกว่าข่าวของอีกกระทรวงหนึ่ง เพราะ ศธ.เป็นหน่วยงานที่จัดสอบบรรจุบุคลากรจำนวนมากที่สุด แม้การสอบครูผู้ช่วยในแต่ละปีจะไม่ได้มีข้อเท็จจริงเหมือนกัน และหลายกรณียังไม่มีข้อยุติ แต่ทุกครั้งที่มีข้อร้องเรียน สิ่งที่ถูกกระทบก่อนเสมอคือ “ศรัทธา”ที่หายไปตั้งแต่วินาทีที่คนเริ่มสงสัยว่าระบบการสอบยุติธรรมหรือไม่….เพราะที่ผ่านมา.. ศธ.เองก็เคยเผชิญข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบครูผู้ช่วยหลายครั้งในหลายพื้นที่ แม้ว่าแต่ละกรณีจะมีข้อเท็จจริงแตกต่างกัน และหลายคดียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ทุกครั้งที่เกิดข้อร้องเรียน ความเชื่อมั่นของครูรุ่นใหม่ก็ลดลงทันที *** วันนี้ คำถามอาจไม่ใช่ว่า “มีการโกงหรือไม่” แต่คือ ระบบป้องกันการโกงแข็งแรงพอหรือยัง การออกข้อสอบ การเก็บรักษาข้อสอบ การตรวจข้อสอบ การประกาศผล รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสอบตรวจสอบคะแนน ล้วนต้องถูกออกแบบให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะความโปร่งใสไม่ใช่ภาระของหน่วยงาน แต่เป็นเกราะป้องกันหน่วยงานเอง หากปล่อยให้ข้อสงสัยค้างคา แม้สุดท้ายจะพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการทุจริต ความเสียหายต่อความเชื่อมั่นก็เกิดขึ้นแล้ว คดีโกงสอบท้องถิ่นจึงควรเป็น “บทเรียน” ไม่ใช่เฉพาะมหาดไทย แต่รวมถึงทุกหน่วยงานที่จัดสอบบรรจุบุคลากร ก็ขอย้ำอีกครั้งว่าโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีหน้าที่คัดเลือก “คนที่จะไปสร้างคน” เพราะถ้าประตูบานแรกของวิชาชีพครูยังถูกตั้งคำถาม…จะคาดหวังให้สังคมเชื่อมั่นในระบบการศึกษาได้อย่างไร *** อีกหนึ่งกระดานที่เริ่มร้อนขึ้นทุกวัน คือ เก้าอี้ซี 11 ของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่จะว่างลงพร้อมกันในปีนี้ หลายคนเริ่มวิ่ง หลายคนเริ่มวางเกม และหลายคนเลือกที่จะ“เงียบ” แล้ว “ซุ่ม”ดีกว่า เพราะรู้ดีว่า ช่วงเวลานี้ ทุกย่างก้าวถูกจับตา ทำอะไรก็เป็นประเด็นไปหมด …หยอก หยอก อยากเห็นหัวหน้าแท่งคนใหม่ ไม่ใช่แค่เก่งงาน แต่ต้องกล้าตัดสินใจ กล้าปฏิรูป ซื่อสัตย์ ทำงานกับฝ่ายการเมืองได้โดยไม่เสียหลักวิชาการ และที่สำคัญ ต้องเป็นคนที่ข้าราชการพร้อมเดินตามด้วยความสมัครใจและยินดี ไม่ใช่แค่เดินตามคำสั่ง เพราะตำแหน่งซี 11 วันนี้ ไม่ได้ต้องการเพียง “นักบริหาร” แต่ต้องการ “ผู้นำ” ที่จะพาการศึกษาออกจากวังวนเดิม ๆ … ***ท้ายสุด..หยอก หยอก ไม่ได้อยากเห็นใครแพ้ หรือใครชนะ แต่สิ่งที่อยากเห็นคือทุกตำแหน่ง ทุกการแต่งตั้ง และทุกการสอบ ขอให้ได้รับความเชื่อมั่นจากสังคม เพราะเมื่อ “ศรัทธา” ยังอยู่ การปฏิรูปก็ยังมีความหวัง แต่ถ้าวันหนึ่งศรัทธาหายไป ต่อให้เปลี่ยนคนอีกกี่รอบ เกมก็จะวนกลับมาที่จุดเดิม…และผู้ที่แพ้จริง ๆ ก็คือครูและเด็กไทยทั้งประเทศ





