หยอก หยอก วันที่ 25 สิงหาคม 2569***แล้วแบบไหนถึงเรียกว่า “เหมาะ”? *** จัดทัพใหญ่ ศธ.รอบนี้ พอ ครม.ไฟเขียว 3 เก้าอี้ ซี 11 เสียงวิจารณ์ก็ตามมาติด ๆ เริ่มตั้งแต่ ประวิต เอราวรรณ์ จากเลขาธิการสภาการศึกษา ขึ้นปลัด ศธ. ก็ถูกถามว่า มาจากสายมหาวิทยาลัย จะคุมกลไกราชการทั้งกระทรวงไหวหรือ? … ธนู ขวัญเดช จากเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา( ก.ค.ศ.)ขึ้นเป็นบิ๊กการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการ กพฐ. ก็ถูกถามว่า ไม่เคยบริหารโรงเรียน ไม่เคยบริหารเขตพื้นที่การศึกษา ไม่เคยเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา จะเข้าใจความซับซ้อนของ สพฐ.และจะคุมโรงเรียนเกือบ 3 หมื่นแห่งได้อย่างไร? … ส่วน พิเชฐ โพธิ์ภักดี นั่งเลขาธิการ กพฐ.ยังไม่ครบปี ก็ถูกโยกไปเป็นเลขาธิการสภาการศึกษา ยิ่งทำให้คนสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้น? ทั้งหมดนี้ ถามได้ และ ควรถาม แต่ “หยอก หยอก” ก็อยากถามกลับอีกมุมว่า…ถ้าคนนี้ก็ไม่เหมาะ คนนั้นก็ไม่ใช่ แล้วคนแบบไหนถึงจะเหมาะ … เลขาธิการ กพฐ.จำเป็นต้องเคยเป็น ผอ.โรงเรียน และ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาเท่านั้นหรือ? ปลัด ศธ.จำเป็นต้องเติบโตจากสายราชการส่วนภูมิภาคเท่านั้นหรือ? ถ้าตั้งเงื่อนไขว่าต้องผ่านทุกอย่าง ทั้งโรงเรียน เขตพื้นที่ จังหวัด ส่วนกลาง งานบุคคล งบประมาณ กฎหมาย นโยบาย และต้องเข้าใจการเมืองอีกต่างหาก…เห็นทีกระทรวงศึกษาธิการคงต้องประกาศหา “ยอดมนุษย์พันธุ์ครบเครื่อง” มานั่งซี 11 แล้วล่ะ! *** ก็เข้าใจแหละ เมื่อไม่ถูกใจ คำถามก็ตามมา ติได้สารพัด ไม่มีอะไรดีซักอย่าง …เฮ่อ…. ความจริง คนเก่งไม่จำเป็นต้องเดินมาจากเส้นทางเดียว คนจากส่วนกลางก็บริหารพื้นที่ได้ ถ้ารู้จักฟังพื้นที่ นักวิชาการก็เป็นผู้บริหารที่ดีได้ ถ้านำนโยบายไปทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติ และคนที่ผ่านโรงเรียนหรือเขตพื้นที่มาก็ไม่ได้มีใบรับประกันว่าจะบริหารองค์กรระดับชาติได้ดีที่สุดเสมอไป เพราะฉะนั้นจุดสำคัญของการจัดทัพครั้งนี้ ไม่ควรหยุดอยู่ที่ “ใครมาจากไหน” แต่ต้องถามว่า “เอาใครมาทำอะไร?” ประเสริฐ จันทรรวงทอง ผู้กุมบังเหียน ศธ. บอกว่า ผู้บริหารแต่ละคนเก่งคนละด้าน จึงจัดวางตาม “ความเหมาะสม” ก็ต้องบอกได้เหมือนกันว่า ตั้ง “ประวิต” ขึ้นปลัด ศธ. โจทย์คืออะไร? ตั้ง “ธนู” คุม สพฐ. ต้องการเปลี่ยนอะไร? ให้ “พิเชฐ” ไปสภาการศึกษา ต้องการให้ไปทำอะไรให้สำเร็จ? ก็ต้องประกาศเป้าหมายออกมาให้ชัด แล้วให้ผลงานเป็นคำตอบ โดยเฉพาะ “ธนู ขวัญเดช” เมื่อถูกตั้งคำถามว่าไม่มีประสบการณ์ตรงในโรงเรียนและเขตพื้นที่ ก็ไม่ต้องเถียงด้วยประวัติ แต่ต้องพิสูจน์ด้วยผลงาน ส่วน “ประวิต” เมื่อถูกถามว่ามาจากสายมหาวิทยาลัย จะคุมกระทรวงได้หรือไม่ ก็เช่นกัน เก้าอี้ปลัดจะเป็นคำตอบเอง สำหรับ “พิเชฐ” การถูกโยกหลังนั่ง สพฐ.ยังไม่ครบปี ฝ่ายการเมืองก็ควรอธิบายให้ชัดว่า เป็นการใช้คนให้เหมาะกับงาน หรือมีเหตุผลอื่น … บอกมาเลยชัด ๆ ไม่ต้องให้นั่งเดากันแล้ว เดี๋ยวงานจะไม่เดิน *** ท้ายที่สุด การเป็นข้าราชการระดับสูงย่อมต้องตอบสนองนโยบายรัฐบาล แต่จำไว้ให้ดีว่า…“ตอบสนองนโยบาย” กับ “ตอบสนองคนการเมือง” เป็นคนละเรื่องกัน คนที่ ศธ.ต้องการ จึงไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ประวัติ “ครบทุกช่อง”แต่ควรเป็นคนที่ รู้จริง บริหารเป็น กล้าตัดสินใจ ฟังพื้นที่ และทำให้นโยบายไปถึงห้องเรียน ส่วนใครจะเหมาะหรือไม่เหมาะ…อย่าเพิ่งตัดสินกันจากเก้าอี้ตัวเก่า ดูผลงานบนเก้าอี้ตัวใหม่ดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้ว “ความเหมาะสม” ไม่ได้วัดจากว่า ใครเป็นคนตั้ง แต่วัดจากว่า…ตั้งแล้ว การศึกษาไทยได้อะไร?*** จัดทัพ ศธ.รอบนี้เกมยังไม่จบเพราะยังเหลือเก้าอี้สำคัญอย่าง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ที่ยังไม่ได้แต่งตั้ง และน่าจะเป็นอีกตำแหน่งที่ต้องจับตาแบบไม่กะพริบ ชื่อที่ถูกจับตามองอยู่ในสนามขณะนี้ หนีไม่พ้น วิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการ กอศ.กับ เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.)ว่าใครจะได้ขึ้นคุมอาชีวะ หรือ เกมจะพลิกไปทางอื่น ยังต้องรอดูว่า “ประเสริฐ จันทรรวงทอง”เสมา1 จะวางหมากตัวต่อไปอย่างไร เพราะเก้าอี้เลขาธิการ กอศ.ไม่ใช่เพียงตำแหน่งบริหารระดับสูง แต่เป็นหัวใจของนโยบายผลิตกำลังคน เชื่อมการศึกษาเข้ากับตลาดแรงงาน และเป็นหนึ่งในองค์กรหลักที่ฝ่ายการเมืองต้องใช้ขับเคลื่อนนโยบายให้เห็นผลงาน ดังนั้น รอบนี้จึงไม่ได้วัดแค่ว่า “ใครอาวุโสกว่าใคร”แต่ต้องดูว่า ใครตอบโจทย์งาน และใครตอบโจทย์การเมือง สองอย่างนี้ ถ้าไปด้วยกันได้ก็สวย *** จับตาอย่ากระพริบ *** และอย่าจับตาเฉพาะเก้าอี้ซี 11 เพราะหลังจัดหัวกระดานแล้ว คิวต่อไปคือระดับ 10 ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานและเป็นฐานสำหรับการขึ้นสู่ซี 11 ในอนาคต ตรงนี้ต่างหากที่น่าดู ใครจะขึ้น ใครจะขยับ ใครจะถูกวางไว้ตรงไหน และกระดานใหม่จะสะท้อน “ความเหมาะสมกับงาน” หรือ “ความลงตัวทางการเมือง” มากกว่ากัน โดยเฉพาะกระแสเรื่องการจัดวางข้าราชการระดับ 10 ที่ถูกจับตาว่า หลักเกณฑ์ความเหมาะสมที่ “เสมา1” พูดถึง จะถูกใช้มาตรฐานเดียวกับการตั้งซี 11 หรือไม่ เพราะการจัดทัพไม่ได้จบตอนตั้งแม่ทัพ ต้องดูด้วยว่าใครถูกจัดมาเป็นนายกอง ดังนั้น 3 เก้าอี้ที่ผ่าน ครม.ไปแล้ว อาจเป็นเพียง ยกแรก เก้าอี้เลขาธิการ กอศ. คือ ยกต่อไป ส่วนการจัดระดับ 10 คือ การวางกระดานระยะยาวรอบนี้จึงต้องจ้องกันให้ดี ว่า เมื่อหมากทุกตัวลงครบ…“ประเสริฐ” กำลังจัดทัพเพื่อเดินงานการศึกษา หรือกำลังจัดกระดานให้ลงตัวกับการเมือง อีกไม่นาน…น่าจะได้เห็นกัน *** พอหอมปาก หอมคอ ไปละเด้อ…

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here