เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงมาตรการป้องกันเหตุความรุนแรงและการรับมือข้อการข่มขู่ในสถานศึกษาที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า เนื่องจากขณะนี้พบปัญหาการเผยแพร่ ข่าวปลอมหรือข้อความที่สร้างความสับสนและความกังวลแก่สถานศึกษา จนบางแห่งต้องตัดสินใจปิดโรงเรียน ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน ครู นักเรียน และบุคลากรในวงกว้าง กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ยกระดับระบบรับแจ้งเหตุ โดยเปิดช่องทาง Traffy EDU ( Traffy Fondue for Education)พร้อม QR Code ให้สามารถแจ้งเหตุได้โดยตรงตลอด 24 ชั่วโมง และจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการและแก้ไขปัญหาได้ทันทีเมื่อได้รับแจ้ง
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ข่มขู่ล่าสุดที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนในเขตประเวศ จนเป็นเหตุให้โรงเรียนต้องประกาศหยุดเรียนฉุกเฉิน 2 วัน คือวันนี้และพรุ่งนี้ ก็อยู่ระหว่างตรวจสอบต้นตอของการเผยแพร่ข้อมูล โดยประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงแล้ว เบื้องต้นพบผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลบางส่วนแล้ว และมีกรณีที่เป็น บุคคลภายนอกสถานศึกษา ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนหาที่มา อย่างไรก็ตามหากพบข้อความหรือโพสต์ที่มีลักษณะข่มขู่อีก กระทรวงจะไม่ละเลย แม้ยังไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ แต่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงและเจตนาของผู้โพสต์ก่อน หากพบว่าเป็นภัยจริงจะเข้าสู่กระบวนการรับมือทันที แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น ข้อความเท็จ จะดำเนินการปิดกั้นข้อความ พร้อมติดตามตัวผู้โพสต์และดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ต่อไป
“เราสืบได้ว่าใครเป็นคนโพสต์ มาจากไหน และหาต้นตอได้ หากพบว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง เราจะดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะสร้างความวุ่นวายและความไม่สงบ” นายประเสริฐกล่าว พร้อมขอความร่วมมือประชาชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ อย่าส่งต่อข้อความข่มขู่หรือข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ แต่ให้แจ้งผ่านช่องทางของกระทรวงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแทน โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลของสถานศึกษา เพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ด้านความปลอดภัยให้โรงเรียน ไม่ให้ข้อความบนโลกออนไลน์สร้างความตื่นตระหนกจนกระทบกับการจัดการเรียนการสอน เพราะการหยุดเรียนเพียงวันเดียวก็มีความหมายต่อเด็ก จึงไม่ต้องการให้โรงเรียนต้องปิดเพราะข้อมูลที่สร้างขึ้นโดยผู้ไม่หวังดี ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยและน่าอยู่ ไม่ใช้โซเชียลมีเดียสร้างความหวาดระแวงหรือความเข้าใจผิด กระทรวงศึกษาธิการจะพัฒนามาตรการด้านความปลอดภัยจากประกาศและแนวทางที่ใช้อยู่ไปสู่กลไกทางกฎหมายในอนาคต






