หยอก หยอก วันที่ 19 มีนาคม 2569 *** “นกไม่เคยกลัวกิ่งไม้หัก ไม่ใช่เพราะมั่นใจในกิ่งไม้ แต่มันมั่นใจในปีกของตัวเอง” ***ใกล้คลอดเต็มทีแล้วสินะกับรัฐบาลอนุทิน 2  ทราบมาว่า หลังโหวตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 19 มีนาคม จะมีการนำรายชื่อนายกรัฐมนตรี ขึ้นทูลเกล้าฯ และหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรีแล้ว จะมีการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรี หลังจากนั้นจึงจะนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่ ขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งคาดว่า จะได้ ครม.ชุดใหม่ช่วงวันสงกรานต์ *** สำหรับกระทรวงศึกษาธิการ เป็นที่แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นโควตาของพรรคสีแดง “เพื่อไทย” โดยมือวางอันดับหนึ่งที่จะมาเป็นเจ้าของรหัส “เสมา 1” ก็มีการสับขาหลอกไปมาอยู่ 2 คน คือ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ในฐานะหัวหน้าพรรค และ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ผู้อาวุโสของพรรค ที่เคยมีชื่อว่าจะมานั่งเป็นเสนาบดีกระทรวงศึกษาธิการหลายครา และคราวนี้ก็มีรายชื่อส่งเข้าประกวดอีกครั้ง … แต่ไม่ว่าบทสรุปสุดท้ายรายชื่อจะออกที่ใคร หยอก หยอก ว่า ขอเพียงให้มีความจริงใจที่จะเปลี่ยนประเทศไปในทางที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้ได้เท่านี้ก่อนก็ดีใจแล้ว เพราะการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจาก “การศึกษา” อย่าใช้เด็กเป็นหนูทดลองระบบ ก็หวังว่า พรรคเพื่อไทย มารอบนี้จะมาปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาไทย เรียนรู้เพื่อมีรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สู่ระบบ “Digital Education” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา *** ไม่ใช่ตั้งเป้ามาตัดงบโครงการต่าง ๆ 20-25% โดยอ้างว่าเป็นงานนโยบาย ซึ่งตอนนี้ยังเรียกเก็บกันอยู่ในบางหน่วยงาน ก็ไม่รู้ว่าเงินจำนวนนี้โอนให้ใคร แบบนี้ ถ้าภาษาชาวบ้านเขาเรียกกันว่า “ทุจริตเชิงนโยบาย”…เด้อค่า *** ประเด็นที่เป็น เผือกร้อน ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือ สอศ.ตอนนี้ก็คือการจัดซื้อครุภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการเรียนการสอน ให้เด็กอาชีวะฝึกปฏิบัติประจำปีงบประมาณ 2569 ยังจัดซื้อจัดจ้างกันไม่ได้ เพราะตอนนี้มีบริษัทหนึ่งยื่นฟ้องไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)และศาลปกครอง ว่า มีการล็อคสเปกเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบางบริษัท งานนี้ก็ได้แต่สงสารนักเรียน นักศึกษา ที่รออุปกรณ์การฝึกปฏิบัติ … ถ้าเป็นแบบนี้คุณภาพการศึกษาของประเทศจะยังเหลืออยู่มั้ย จะตอบโจทย์พรรคเพื่อไทยที่วางไว้ว่า “เรียนรู้เพื่อมีรายได้” ได้หรือเปล่า? ใครทำอะไรไว้อย่าคิดว่าคนอื่นเค้าไม่รู้เด้อ … หยอก ไม่อยากพูดเยอะ.. เจ็บคอ …  อย่าให้เด็กต้องเดือดร้อนไปด้วย … สปอร์ตไลท์ส่องถึง..นะจ๊ะนะจ๊ะ *** อ้อ..วันนี้ขออนุญาตพูดถึงประเด็นของ สอศ.เยอะหน่อยนะ เมื่อวาน หยอก หยอก ได้รับบัตรสนเท่ห์มาฉบับหนึ่งร่ายยาว 4-5 หน้า ซึ่งก็เป็นเจ้าเดิมนั่นแหละ แต่จะหยิบยกเฉพาะที่ หยอก หยอก รู้มาก่อนหน้านี้มาเล่าละกัน …  ตอนนี้ต้องยอมรับว่า บรรยากาศภายใน สอศ.วุ่นวาย โกลาหลซะเหลือเกิน  แว่วว่า ผู้บริหารแบ่งค่ายกันชัดเจน แม้แต่เด็ก ๆ ที่ผู้ใหญ่ให้แสงก็หลงตัวเองจนเกินงาม ว่ากันว่า ขณะนี้สำนัก ในสอศ.ว่างอยู่ 3 สำนัก คือ สำนักอำนวยการ สำนักนโยบายและแผน และ สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา กำลังอยู่ในขั้นการรับสมัครคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสม แต่มีพรายกระซิบให้แซดว่า รายชื่อทั้ง 3 ตำแหน่ง เสนอให้ผู้มีอำนาจพิจารณาแล้ว ส่วนจะเข้าตาหรือไม่ ต้องรอฟังกันนะจ๊ะ … อีกเรื่อง ก็การเช่าซื้อรถตู้ให้วิทยาลัย 400 คัน ดำเนินการเปิดตัวไปแล้ว 200 คัน เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของการบริหาร แต่มันมีอะไรที่ไม่ปกตินี่สิ ได้ยินว่า พรรคเพื่อไทย เตรียมจะเข้ามาสอบถามเรื่องเหล่านี้ด้วยนะ … ก็เตรียมตอบคำถามกันเด้อ …ว่าแต่งานนี้ จะสงสาร ยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ อาชีวศึกษา ที่จะเกษียณอายุราชการอีกไม่กี่เดือน หรือ จะสงสารใครดี … ไม่รู้ว่าที่อยู่ใกล้ตัวน่ะ เป็นงูพิษ หรือ งูน่ารัก  555 … รอลุ้นได้เลยมีโอกาสสูงที่เจ้ากระทรวงจากค่ายสีแดงจะมาล้างไพ่ใน ศธ.ก่อนกันยายนนี้ *** พูดถึงงาน สอศ.ถ้าไม่พูดถึง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)เดี๋ยว ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. จะน้อยใจ จริง ๆ แล้ว เรื่องของ สพฐ.มีให้เล่าไม่น้อยกว่า สอศ. ถ้าจะมาเล่าวันนี้คอลัมน์จะยาวเกินไป วันนี้ขอแค่แตะพอหอมปากหอมคอกันไปก่อน …  การแต่งตั้งผู้บริหารระดับต้น และ ผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ ใน สพฐ.ที่เพิ่งผ่านมาหมาด ๆ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวง สพฐ.อยู่ไม่น้อย ซึ่ง “เลขาฯพิเชฐ”ก็คงรู้ตัว จึงพยายามคุมเกมให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งได้แสดงความสามารถเต็มที่ อย่าให้เสียชื่อคนการันตี … จริง ๆ ก็ยอมรับว่าวางตัวกันได้ดีทีเดียว แต่ก็แอบเป็นห่วงหน่อย ๆ กับงานในสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน หรือ สทร. ที่ต้องดูโครงการ Anywhere Anytime (เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา) ซึ่งเป็นนโยบายหลักของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพการศึกษา ด้วยงบประมาณกว่า 22,000 ล้านบาท (ระยะเวลา 5 ปี) เพื่อเช่าอุปกรณ์แท็บเล็ต/โน้ตบุ๊กให้นักเรียนและครู ซึ่งมีการวางแผนใช้ช่วงปี 2568-2572 ก็ไม่รู้ว่า ตั้งคนที่มีความรู้เรื่องนี้มาคุมหรือเปล่า? ก็เท่านั้นเอง ***พูดถึงงานพิมพ์หนังสือเรียนของ องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)ปีนี้ ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.ได้มอบหมายให้  ชนนิกานต์ สืบชนะ รองเลขาธิการ สกสค.เป็นหัวหอกในการดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ จนได้ 5 สำนักพิมพ์มาพิมพ์หนังสือแบบเรียนขององค์การค้าฯปีการศึกษา 2569 แล้ว ซึ่ง 1 ใน 5 สำนักพิมพ์ มีชื่อบริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์(1977)จำกัด คู่พิพาท องค์การค้าฯ รวมอยู่ด้วย โดยจะมีการกำหนดลงนามสัญญาและลงนามข้อตกลงคุณธรรมโครงการจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียน จำนวน 150 รายการ ในวันที่ 20 มีนาคมนี้ ที่องค์การค้าฯลาดพร้าว แต่ที่น่ากังวลคือ ปีนี้การดำเนินการจ้างพิมพ์หนังสือองค์การค้าฯล่าช้ากว่าปีที่ผ่านมา นักเรียนก็จะเปิดเทอมในวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นี้ จะพิมพ์หนังสือแบบเรียนเสร็จส่งทันก่อนเปิดเทอมหรือไม่ เพราะมีบางโรงพิมพ์ได้พิมพ์หนังสือจำนวนมาก กำลังพิมพ์เพียงพอหรือไม่ ซึ่งสกสค.และองค์การค้าฯจะต้องลงพื้นที่ดูโรงพิมพ์ทั้ง 5 แห่ง เพื่อติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด อย่าให้เหมือนปีที่ผ่าน ๆ มาว่าส่งหนังสือแบบเรียนล่าช้า แล้วมาปกปิดกัน … อ้อ แล้วก็อย่าอ้างเรื่องการรบกันระหว่าง อเมริกา-อิสราเอล กับ อิหร่าน ทำให้น้ำมันแพงจนกระทบต้นทุนนะจ๊ะ เพราะถ้าบริหารจัดการดีจริง ควรได้ลงมือพิมพ์หนังสือก่อนเค้ารบกันแล้ว …จริงมั้ย*** อย่างไรก็ตามตอนนี้มีสื่อเสรีก็น่าจะคลายความกังวลกันไปมาก เพราะหนังสือเรียนเอกชนดี ๆ มีให้เลือกเยอะ เว้นแต่ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)จะขอความอนุเคราะห์ให้โรงเรียนซื้อหนังสือจากองค์การค้าฯ แต่เท่าที่สอบถามจาก ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการ กพฐ. ที่กำกับดูแลงานวิชาการ ยืนยันว่าไม่มีหนังสือขอความอนุเคราะห์ใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าเขตพื้นที่ฯได้รับหนังสือก็บอกเลยว่า ปลอม จ้า 555 *** อีกไม่ถึงเดือนก็จะเข้าเทศกาลสงกรานต์แล้ว ประเมินจากสถานการณ์ปีนี้ การเดินทางน่าจะลดลงมากเลยทีเดียว เพราะสภาวะการขาดแคลนน้ำมันและมีแนวโน้มว่าน้ำมันจะราคาพุ่งสูงขึ้น หลายคนคงตัดสินใจแล้วว่าปีนี้เที่ยว ณ ที่ตั้ง ไม่เดินทางอย่างน้อยก็ประหยัดค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะน้ำมันไปได้โข แต่สำหรับใครที่ยังมุ่งมั่นที่จะเดินทางก็ขอให้เดินทางด้วยความระมัดระวัง ปลอดภัยทุกคน ***

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here