เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ดร.คมกฤช จันทร์ขจร ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.สัมนาการณ์ บุญเรือง ศึกษาธิการภาค 7 ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามและขับเคลื่อนการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และเป้าหมายของผู้เรียน ตามนโยบายของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริงและพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน รวมถึงแนวทางอาชีวศึกษา ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ

ดร.คมกฤช กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายต้องไม่จบเพียงการประชุมหรือจัดกิจกรรม แต่ต้องตอบให้ได้ว่าเด็กได้รับอะไร มีทักษะอะไร และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดสู่การประกอบอาชีพและสร้างรายได้อย่างไร โดยทุกหน่วยงานต้องรู้บทบาทของตนเองและเร่งทำให้เกิดผล ขณะเดียวกันภารกิจที่เกี่ยวข้องกันต้องประสานและสนับสนุนกัน ภายใต้หลัก ทำงานคนละหน้าที่ แต่เป้าหมายเดียวกัน โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนวิธีคิดจาก ทำงานตามภารกิจสู่ทำงานเพื่อผลลัพธ์ โดยมองการศึกษาเป็น สะพานเชื่อมผู้เรียนจากห้องเรียนไปสู่โลกการทำงาน สถานศึกษาต้องรู้จักผู้เรียนและบริบทชุมชน ออกแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงทักษะอาชีพและความต้องการของตลาดแรงงาน ไม่ใช่เพียงมุ่งให้เด็กเรียนจบหรือทำกิจกรรมครบตามตัวชี้วัด

“ทั้งนี้การทำงานในพื้นที่มีการแบ่งบทบาทของผู้บริหารการศึกษา ทั้งผู้ตรวจราชการกระทรวง   ศึกษาธิการภาค/จังหวัดและเขตพื้นที่การศึกษาอย่างชัดเจน โดยศธภ.7 จะทำหน้าที่เชื่อมโยงนโยบาย กำหนดทิศทาง ประสานความร่วมมือและติดตามภาพรวม ส่วนผู้ตรวจราชการทำหน้าที่ตรวจติดตามและประเมินผลตามนโยบาย ขณะที่ ศธจ.นราธิวาส เป็นกลไกบูรณาการหน่วยงานทุกสังกัดและภาคีเครือข่าย ส่วนสำนักงานเขตพื้นที่และหน่วยงานการศึกษาทำหน้าที่สนับสนุนและพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา และสถานศึกษาเป็นหน่วยปฏิบัติที่ต้องทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นกับเด็กจริง“ดร.คมกฤชกล่าว

ด้าน ดร.สัมนาการณ์ กล่าวว่า การจัดการศึกษาต้องมองไกลกว่าแค่การทำให้ผู้เรียน เรียนจบแต่ต้องทำให้เรียนรู้แล้วใช้เป็น มีทักษะ มีอาชีพ และสามารถมีงานทำได้ โดยการศึกษาเพื่อการมีงานทำไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนต้องเข้าสู่สายอาชีพ แต่เด็กทุกคนควรได้รับทักษะที่ใช้ได้จริง และมีทางเลือกในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพตามศักยภาพของตนเอง สำหรับการลงพื้นที่ได้มีการเยี่ยมและให้กำลังใจครูและนักเรียนในสถานศึกษาหลายสังกัดในพื้นที่ตากใบและนราธิวาส พบว่ามีการพัฒนาทักษะอาชีพที่หลากหลาย ตั้งแต่งานตัดเย็บ ผ้าบาติก ผ้ามัดย้อม งานช่างปูน ช่างทาสี ช่างปูกระเบื้อง ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ช่างเชื่อม ช่างตัดผม ไปจนถึงการแปรรูปอาหาร ปลากุเลา ข้าวหอมกระดังงา เบเกอรี่ น้ำสมุนไพร ข้าวเกรียบมันเทศ และไข่เค็มสมุนไพร ซึ่งสะท้อนการนำการเรียนรู้ไปเชื่อมกับอาชีพและเศรษฐกิจของชุมชน

”จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้วาง “ตากใบ–นราธิวาส” เป็นพื้นที่สะท้อนรูปธรรมการจัดการศึกษา เพื่อนำข้อมูลไปเชื่อมโยงการขับเคลื่อนในนราธิวาส ปัตตานี และยะลา โดยมีเป้าหมายให้เด็กและเยาวชนชายแดนใต้มีเส้นทางชัดเจนจาก “การเรียนรู้ → มีทักษะ → มีอาชีพ → มีงานทำ → มีรายได้” และใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน“ศธภ.ภาค 7 กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here