เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2568 ที่กระทรวงศึกษาธิการ ทีมโค๊ชและทีมนักเตะโรงเรียนหมอนทองวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)ฉะเชิงเทรา ได้เข้าพบ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ คณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้ร่วมชื่นชมและให้กำลังใจ พร้อมมอบเกียรติบัตรและของที่ระลึกจากรมว.ศึกษาธิการ โดย ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ในนามกระทรวงศึกษาธิการ ต้องขอขอบคุณ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ ผู้นำทีมหมอนทองวิทยา สร้างประวัติศาสตร์สร้างความสุข สร้างปรากฏการณ์ ให้กับน้อง ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเป็นความทุ่มเทของทุกคน พวกเราก็ติดตามข่าวสารกันอยู่ อย่างไรก็ตาม ยังมีโรงเรียนอีกหลายโรงเรียนที่มีความโดดเด่นทั้งเรื่องกีฬา และดนตรี ซึ่งศธ.จะขยายไปยังโรงเรียนอื่นๆที่มีศักยภาพ ซึ่งทาง สพฐ.มีข้อมูลอยู่ และขอให้ อาจารย์ สกล มาเป็นที่ปรึกษาของเลขาธิการ กพฐ.มาวางแผนดำเนินการว่าจะทำอะไรร่วมกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นำทรัพยากรมาทำร่วมกันเพื่อที่จะทำให้เกิดโรงเรียนกีฬาขึ้นให้ได้ โดยให้โรงเรียนหมอนทองเป็นต้นแบบ
นายอรรถกร กล่าวว่า ตนในฐานะ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ขอขอบคุณน้อง ๆ และผู้บริหารโรงเรียนหมอนทองวิทยาที่นำความสุขมาให้คนไทย และสร้างความภาคภูมิใจให้คนบางน้ำเปรี้ยว สิ่งหนึ่งที่ตนตั้งใจจะทำมาตั้งแต่ก่อนนัดชิง คืออยากมอบของขวัญที่ไม่ใช่สิ่งของที่ใช้แล้วหมดไป แต่เป็นสิ่งที่น้อง ๆ จะเก็บไว้ระลึกได้ตลอดไป ว่าครั้งหนึ่งพวกคุณคือฮีโร่ของคนฉะเชิงเทราและประเทศไทย จากนี้จะได้ทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการพัฒนากีฬาในระดับเยาวชน ผมขอขอบคุณทีมหมอนทองวิทยาจากใจ และขอให้น้อง ๆ ทุกคนประสบความสำเร็จและมีความสุขมาก ๆ
นอกจากนี้ ศ.ดร.นฤมล ก็ได้เปิดโอกาสให้โรงเรียนหมอนทองวิทยาขอสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับทีมนักเตะ ซึ่งทางโรงเรียนหมอนทองวิทยาได้ขอความอนุเคราะห์จาก ศธ.10 ข้อ ดังนี้ 1.ซ่อมปรับปรุงอาคารที่ถูกไฟไหม้ ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์พร้อมอุปกรณ์ครบชุด 2.เพิ่มขนาดหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งาน จำนวน 1 ชุด 3.ปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในอาคารเรียน จำนวน 3 อาคาร 4.ซ่อมปรับปรุงห้องสุขานักเรียน จำนวน 28 ห้อง 5.สร้างลานอเนกประสงค์พื้นคอนกรีตพร้อมหลังคาโดม จำนวน 1 หลัง 6.ห้องออกกำลังกาย จำนวน 1 ห้อง 7.สร้างสนามแบดมินตัน จำนวน 2 สนาม 8.สร้างสนามหญ้าเทียม ฟุตบอล 7 คน พร้อมหลังคาโดม จำนวน 1 สนาม และปรับปรุงสนามฟุตบอล จำนวน 1 สนาม 9.สร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามคลอง 18 เชื่อมถนนหมอนทอง1 กับถนนหมอนทอง 3 และ10.ถนนคอนกรีต กว้าง 4.00 เมตร ยาว 800 เมตร ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ มอบหมายให้ ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไปดำเนินการ ในปีงบประมาณ 2569 นี้
จากนั้น ทีมหมอนทองก็ได้ลงสนามหน้ากระทรวงศึกษาธิการโชว์ทักษะฟุตบอล ร่วมกับ โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ.



“ศธ.ให้ความสำคัญกับการศึกษาพิเศษอย่างต่อเนื่อง โดยวานนี้ได้เดินทางไปที่จังหวัดตรัง และได้รับฟังข้อเสนอแนะจากคนในพื้นที่ โดยนโยบายของ รองนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องการให้ ศธ. ให้ความสำคัญในการดูแลน้อง ๆ เด็กพิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการส่งเสริมศักยภาพของเด็กพิเศษให้สามารถมีอาชีพ มีรายได้ และได้รับการพัฒนาในด้านต่าง ๆ เช่น กีฬา โดยรองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า มีความยินดีที่จะสนับสนุนการดำเนินงานต่าง ๆ และอาจารย์ ก็ยินดีที่จะช่วยเหลือในทุกด้านอย่างเต็มที่เช่นกัน หากมีข้อเสนอแนะแนวทางที่เป็นประโยชน์ เพื่อผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ยินดีรับมาปฏิบัติเพื่อช่วยกันส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการให้รุดหน้ามากขึ้น“ศ.ดร.นฤมล กล่าวและว่า นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการ ยังได้มอบหมายให้ นายชาญวิทย์ มุนิกานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกันผลักดันเรื่องการเรียนร่วมระหว่างเด็กปกติกับเด็กพิการ โดยให้คัดเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อมในการเปิดห้องเรียนร่วมระหว่างเด็กปกติและเด็กพิการ เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการศึกษาให้แก่เด็กพิการ และสร้างความคุ้นเคยในการอยู่ร่วมกันระหว่างเด็กนักเรียนทุกคน รวมทั้งให้ขับเคลื่อนการบูรณาการความร่วมมือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (กระทรวง พม.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการสนับสนุนและช่วยเหลือด้านงบประมาณกองทุน ทรัพยากร สื่อการเรียนการสอน และบุคลากร เพื่อส่งเสริมให้การจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการ มีความครอบคลุมและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกพื้นที่
โดย นายยศพล กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบชีวิตความเป็นอยู่และบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีความห่วงใย มอบหมาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ และมอบหมายต่อให้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัด Fix it – อาชีวะจิตอาสา เข้าช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น และซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งที่ผ่านมา สอศ. ได้ให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวในสถานศึกษา จัดครัวอาชีวะบริการอาหาร น้ำดื่ม และซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า โดย สอศ. บูรณาการการดำเนินงานระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ และสถานศึกษาในพื้นใกล้เคียง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน
เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า วันนี้ สอศ. ได้ดำเนินกิจกรรม Fix it – อาชีวะจิตอาสา เรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งมอบบ้านเรือนที่ซ่อมแซมแล้ว 24 หลัง พร้อมมอบถุงยังชีพ 570 ชุด ที่เป็นเครื่องอุปโภค บริโภค และอาหารกล่องพร้อมเครื่องดื่ม 500 ชุด ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งจัดครู นักเรียน นักศึกษาอาชีวะให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลการเกษตร และยานพาหนะ มอบพันธ์ุไม้-สอนตอนกิ่ง และฝึกอาชีพระยะสั้นให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเหล่ากาชาดศรีสะเกษ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินการนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยอื่นๆ เป็นค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งในและนอกพื้นที่
นายยศพล กล่าวทิ้งท้ายว่า กิจกรรม Fix it – อาชีวะจิตอาสา ในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งสร้างความมั่นคงในชีวิต และอาชีพของประชาชน Fix it – อาชีวะจิตอาสา คือ Soft Power อาชีวะ ที่แสดงพลังของน้องๆ นักเรียนอาชีวะ พร้อมเสียสละ นำความรู้และทักษะช่วยเหลือสังคม และมั่นใจได้ว่าฝีมือนักเรียน นักศึกษา ได้มาตรฐานวิชาชีพทางด้านช่าง มีคุณภาพ 100 % และเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ สอศ. ที่มุ่งสร้างสังคมแห่งการให้ ที่ไม่เพียงสร้างช่างฝีมือ แต่ยังสร้างพลังอาชีวะจิตอาสาเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
เลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ จากการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ร่วมกับคณะ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเยี่ยมชมสภาพจริงในพื้นที่ และรับทราบข้อมูลปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโอกาสและคุณภาพการศึกษาซึ่งเป็นเรื่องที่ได้เรียนรู้สิ่งดี ๆ หลายอย่างกลับมาว่าเราควรปรับปรุงแก้ไขอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาคารบ้านพักครู การสะท้อนปัญหาขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษา อาคารสำนักงาน ซึ่งการสะท้อนปัญหาเหล่านี้ สพฐ.จะนำมาพิจารณาเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตามนโยบาย รองนายกฯและรมว.ศึกษาธิการ ต่อไป ส่วนการจัดทำคำของบประมาณปี 2570 สพฐ.ได้เชิญสำนักงบประมาณมาหารือ เพื่อวิเคราะห์การจัดทำงบประมาณว่าเรื่องไหนควรลด และเรื่องไหนควรเพิ่ม เพราะเราให้ความสำคัญกับนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยจะดำเนินการให้เรียบร้อยภายในเร็ว ๆ นี้ ตามนโยบายของรัฐบาล
ดร.พิเชฐ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สพฐ.ยังได้หารือถึงการปรับหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาและหลักเกณฑ์การสอบบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ(ว.16) ที่เป็นอัตราจ้างในโรงเรียนเกิน 3 ปีแต่ปรากฏว่าคนมีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์สอบไม่ผ่าน ซึ่งเป็นประเด็นที่เราจะต้องมาดูว่าปัญหาเกิดจากอะไร รวมถึงขบวนการคัดเลือกเนื่องจาก สพฐ.ได้รับเสียงสะท้อนว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีข้อจำกัดหลายประเด็น จึงได้ตั้งคณะทำงานไปยกร่างปรับหลักเกณฑ์จากร่างเดิมและจะส่งให้ผู้เกี่ยวข้องประชาพิจารณ์ว่าจะต้องปรับแก้เกณฑ์ตรงจุดไหนบ้าง เพื่อให้ได้หลักเกณฑ์ที่สมบูรณ์ก่อนเสนอให้ ก.ค.ศ.พิจารณาต่อไป นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พูดถึงความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก สพฐ. ร่วมกับภาคเอกชนภายใต้โครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน หรือ CONNEXT ED ซึ่งมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการกว่า 7,000 โรงเรียน และมีบริษัทร่วมกว่า 400 แห่ง มีการใช้เทคโนโลยีระบบ Cloud เข้ามาช่วยเก็บรวบรวมสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว พร้อมนำเสนอเรื่องราวดีๆ โดยในวันที่ 19 พ.ย.นี้ สพฐ.จะจัดงาน CONNEXT ED EUCATION FORUM 2025 Thailand’s Education Future อนาคตการศึกษาไทย อนาคตประเทศไทย ณ ห้องประชุมแกรนด์ฮอลล์ ชั้น 3 อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค (ฝั่ง West) โดยในงานจะมีการจัดกิจกรรม บูธนิทรรศการจากองค์กรภาคเอกชนและโรงเรียน พิธีมอบเกียรติบัตร “โรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีที่มีผลสัมฤทธิ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง” เวทีเสวนา แบ่งปันต้นแบบความสำเร็จโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี ด้วย 5 ยุทธศาสตร์มูลนิธิ และบรรยายพิเศษ “พลเมืองดิจิทัลและทักษะแห่งอนาคตเพื่อเด็กไทย
“กรณีโรงเรียนหมอนทองวิทยา จ.ฉะเชิงเทรา ได้สร้างปรากฎการณ์วงการฟุตบอลเยาวชนให้เป็นกระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลนักเรียนจนประชาชนทั่วประเทศต่างชื่นชมนั้น สพฐ.ต้องขอชื่นชมผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงโค้ช ที่ได้มีจิตอาสาพัฒนานักเรียนจนเป็นนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สอดคล้องกับนโยบาย สพฐ.ที่ได้ทำตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ไม่ว่าจะห้องเรียนกีฬา ดนตรี ซึ่งเป็นโครงการที่เน้นพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านกีฬาควบคู่กับการเรียนวิชาการ มีหลายโรงเรียนโดดเด่น ซึ่งร้อยเอกธรรมนัส และ ศ.ดร.นฤมล ต้องการให้ทำเรื่องนี้ให้ครอบคลุมทุกแห่งทั่วประเทศ ซึ่งสพฐ.ก็จะรับมาดำเนินการให้งบฯสนับสนุน เพื่อส่งเสริมให้เด็กไปทิศทางที่เขาชอบ มองเห็นอนาคตตัวเอง นอกจากนี้เราจะสนับสนุนให้มีการแข่งขันระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด และในระดับสพฐ.ต่อไป เพราะเรามี สพฐ.เกมส์อยู่แล้ว”เลขาธิการกพฐ.กล่าวทิ้งท้าย
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ลงพื้นที่จังหวัดตรัง เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบาย “เรียนดี มีคุณธรรม” ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดตรัง โรงเรียนบ้านควนสวรรค์ และโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง โดย ดร.พิเชฐ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามผลการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ครู และบุคลากร ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนให้ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและตรงตามศักยภาพ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)พร้อมเดินหน้านโยบายสำคัญ ได้แก่ การลดภาระและเพิ่มสวัสดิการครู การส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม รวมถึงการปรับหลักสูตรให้ทันสมัยตอบโจทย์โลกยุคใหม่
ทั้งนี้ในช่วงเช้า เลขาธิการ กพฐ. ยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนลำภูราเรืองวิทย์ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ซึ่งมีนักเรียนรวม 379 คน พร้อมรับฟังปัญหา อุปสรรค และสำรวจพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นบ้านพักครูในอนาคต


เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2568 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.)เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ร่วมกับคณะ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมผู้บริหารระดับสูงจาก 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อตรวจราชการและติดตามภารกิจด้านการเกษตร การศึกษา การพัฒนาสังคม และการท่องเที่ยว ณ ลานอเนกประสงค์ (ลานคนเดิน) อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส โดย กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้ร่วมจัดนิทรรศการ “การส่งเสริมการเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่การสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” นำเสนอผลงานเด่นจากพื้นที่จังหวัดนราธิวาส อาทิ สกร.ระดับอำเภอสุไหงโก-ลก นำเสนอการทำขนมไทยโบราณพื้นถิ่น “ปูตูฮาลือบอ”การแปรรูปแป้งสาคูต้น ชนิดผงและชนิดเม็ด ครองแครง ลอดช่องสิงคโปร์ ขนมสาคูเปียกมะพร้าวอ่อน ครองแครงกะทิสด ลอดช่องสิงคโปร์กะทิสดมะพร้าวอ่อน และการสาธิตการทำริบบิ้นถวายความไว้อาลัย สกร.ระดับอำเภอสุไหงปาดี นำเสนอการทำขนมไทยโบราณ “ขนมคนที” หรือที่บางท้องถิ่นเรียกว่า “ขนมตานี” ซึ่งเป็นขนมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและมีคุณค่าทางภูมิปัญญา และการทำน้ำอัญชันโซดามะนาว และในโอกาสนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้เยี่ยมชมและกล่าวชื่นชมการดำเนินงานของ สกร. ที่สามารถต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นเครื่องมือในการสร้างอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้เรียนรู้ตามบริบทของตนเองและพื้นที่อันมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมโครงการเร่งรัดผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว ภายใต้โครงการ “สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า” การมอบโฉนดที่ดินและปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร รวมถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากในพื้นที่เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ สนับสนุนอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนให้มีต้นทุนทางสังคมและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง การเรียนรู้จากฐานชีวิตจริงและภูมิปัญญาชุมชน คือแนวทางสำคัญของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการขับเคลื่อนการเรียนรู้เพื่อชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืนของประชาชนทุกช่วงวัย ดังนั้นการลงพื้นที่ตรวจราชการของรองนายกรัฐมนตรีฯในครั้งนี้ ถือเป็นพลังสำคัญที่สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่หน่วยงานในระดับจังหวัดและภาคีเครือข่าย โดยกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมสานต่อภารกิจ “เสริมงานเดิม สร้างงานใหม่ ให้เท่าทันสังคมโลก”เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่อย่างแท้จริง
“ในการลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสครั้งนี้ ดิฉันได้พบปะกับทีมงานนิเทศจิตอาสาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต่างเป็นผู้ที่เคยร่วมทำงานกันด้วยมิตรภาพที่อบอุ่นคุ้นเคยและเป็นกันเองมาเป็นเวลานาน มีทีมงานกว่า 50 คน ได้ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรับประทานอาหารร่วมกัน สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ดี ความร่วมมือ และความตั้งใจในการขับเคลื่อนงานจิตอาสา เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของประชาชนในพื้นที่ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน”ดร.เกศทิพย์ กล่าว
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราคุยกันตลอดว่า ปัญหาของพี่น้องครูโรงเรียนเอกชนในพื้นที่ภาคใต้ที่เกิดขึ้นต้องช่วยกันแก้ โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการครู ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ตนไปที่ไหนก็จะพูดเรื่องนี้เสมอ เพราะการที่เราจะเป็น พ่อคนที่สอง แม่คนที่สอง ของลูกหลานเยาวชน ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนของประเทศไทย เราทุกคนคือคนไทย และต้องได้รับการดูแลอย่างดี ถ้าพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติไม่สมบูรณ์ จะให้หล่อหลอมต้นกล้าให้เป็นเยาวชนที่ดี มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญของประเทศได้อย่างไร การสร้างชาติให้มั่นคงจึงเป็นไปไม่ได้เลย
ขณะที่ ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า หลายคนยังเข้าใจผิดว่า เด็กโรงเรียนเอกชนคือเด็กมีฐานะ ทั้งที่ความจริงไม่ใช่ โรงเรียนเอกชนการกุศลและโรงเรียนศาสนาหลายแห่งมีเด็กยากจนจำนวนมาก จึงควรได้รับสิทธิ์อาหารกลางวันเช่นเดียวกับโรงเรียนของรัฐ เพราะหลักการคือเด็กทุกคนต้องเข้าถึงอาหารกลางวันอย่างเท่าเทียม ซึ่งจากข้อมูลพบว่า เด็กในพื้นที่ชายแดนใต้จำนวนมากไม่ได้รับประทานอาหารเช้า ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญต่อพัฒนาการและสติปัญญาของเด็ก ซึ่งกระทรวงจะพิจารณาแนวทางให้เด็กในพื้นที่ได้เข้าถึงโภชนาการครบถ้วน ในส่วนของบ้านพักครู ศ.ดร.นฤมล เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติหลักการพัฒนาบ้านพักครูทั่วประเทศ โดยจะให้การเคหะแห่งชาติเข้ามาช่วยดำเนินการสร้างและปรับปรุง ซึ่งจังหวัดปัตตานีจะถูกบรรจุเป็นจังหวัดนำร่องเพิ่มเติมหลังจากดำเนินการใน 8 จังหวัดแรกแล้ว นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนในพื้นที่ รวมถึงแนวทางสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็กให้มีที่พักนอนเพียงพอสำหรับนักเรียน
จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส และ ศ.ดร.นฤมล พร้อมด้วยคณะ เดินทางต่อไปยังหอประชุมใหญ่คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี เพื่อเยี่ยมชมนิทรรศการด้านการศึกษา และกิจกรรม Fix it Center ของสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอกะพ้อ อำเภอปานาเระ ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพอำเภอยะรัง อำเภอมายอ และอำเภอแม่ลาน สาขาวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี

