
เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) พร้อมทีมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ประกาศเจตนารมณ์การต่อต้านการทุจริต ภายใต้แนวคิด “สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการทุจริต (OVEC Together Against Corruption)” ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีผู้บริหาร บุคลากรในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หน่วยงานส่วนกลาง สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด สถาบันการอาชีวศึกษา ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีวศึกษาภาค และสถานศึกษาอาชีวศึกษาทุกแห่ง ภายในการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ครั้งที่ 1 / 2568 ณ ห้องประชุม 5 ชั้น 1 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และผ่านระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting / Facebook Live และ Youtube Live

นายยศพล กล่าวว่า สอศ.ขานรับนโยบาย ต้านทุจริต วางรากฐานภาครัฐที่โปร่งใส ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้ “การแก้ไขปัญหาการทุจริต” เป็น “วาระแห่งชาติ” เดินหน้า No Gift Policy ปรับปรุงกฎหมายและระบบการทำงานของภาครัฐ เพื่อขจัดค่านิยมอุปถัมภ์ ลดผลประโยชน์ทับซ้อน และดำเนินคดีทั้งในด้านวินัยและอาญาอย่างจริงจัง สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผ่านระบบการทำงานภาครัฐที่มีคุณธรรมและความโปร่งใส ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล และเป็นไปตามนโยบายของ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การบริหารโดยยึดถือนโยบายเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต และการไม่เรียก ไม่รับ หรือไม่ยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด และยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ด้านที่ 6 ด้านการปรับสมดุล และพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อไปว่า กิจกรรมประกาศเจตนารมณ์การต่อต้านการทุจริต เป็นการแสดงพลังร่วมของ สอศ. ในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส ต้านการทุจริตอย่างจริงจัง และมีธรรมาภิบาล โดยยึดหลัก 3 ป ได้แก่ ปลูกฝัง ป้องกัน และปราบปราม ส่งเสริมบุคลากรให้ตระหนักปลุกจิตสำนึกถึงการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ โดย สอศ. ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ “จะยึดมั่นในสถาบันหลักอันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะเป็นคนดี มีคุณธรรมประพฤติปฏิบัติตนในสัมมาอาชีพด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นหลักสำคัญมั่นคง ดำรงตนอยู่ด้วยความมีเกียรติและศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์กล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง ปฏิบัติงานราชการอย่างถูกต้อง ชอบธรรม ไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ และไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หาประโยชน์บนความทุกข์ยากของประชาชนและปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถตามค่านิยมในการบริหารงานอันได้แก่ ซื่อสัตย์ สามัคคี มีความรับผิดชอบ ตรวจสอบได้ โปร่งใส มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน กล้าหาญในสิ่งที่ถูกต้องรวมถึงปฏิบัติตนตามมาตรฐานทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้าพเจ้าขอถวายสัจวาจาว่า จะประพฤติตนตามรอยพระยุคลบาท สืบสาน พระราชปณิธาน รักษา ต่อยอดศาสตร์ของพระราชาผู้ทรงธรรม ดำเนินชีวิต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้วยความเพียรอันบริสุทธิ์ยืนเคียงข้างสุจริตชน เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน ของราชอาณาจักรไทยสืบไป”
“คำประกาศนี้ คือความสำคัญของ สอศ. บุคลากรทุกระดับในสังกัดทุกคน ต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบอย่างเคร่งครัด ปฏิเสธการรับของขวัญ ของกำนัล หรือผลประโยชน์อื่นใดที่อาจตีมูลค่าเป็นเงินได้ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการปฏิบัติหน้าที่ยกเว้นกรณีที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ซึ่ง สอศ. โดยกลุ่มงานจริยธรรม ดำเนินการส่งเสริมจริยธรรม คุณธรรม และวินัยข้าราชการ ยกระดับธรรมาภิบาล ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ อีกทั้งยังบูรณาการกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน” เลขาธิการ กอศ. กล่าว



เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และ เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom meeting) จากโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ว่า ต้องการมาพบปะผู้บริหาร สพฐ. ส่วนกลางและเขตพื้นที่ เพื่อขอบคุณที่ทุกฝ่ายช่วยกันขับเคลื่อนนโยบาย เรียนดี มีความสุข เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่มาตรฐานสากล (PISA) ในการร่วมมือร่วมใจเตรียมตัวนักเรียนสำหรับเข้าสอบ PISA ในปีนี้ เชื่อว่าหากผลสอบดีขึ้น ก็จะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวมากขึ้นเช่นกัน






เมื่อวันที่ 29 ม.ค.2568 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยหลังการประชุมประสานภารกิจศธ. ว่า ที่ประชุมรับทราบมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่เห็นชอบโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio: Empowering Educations) โดยอนุมัติงบประมาณ 4,214,738,090 บาท และโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime งบประมาณ ระยะที่ 2 ปี เป็นงบผูกพันตั้งแต่ปี 2569-2573 จำนวน 29,765,253,600 บาทของศธ. สำหรับการแจกอุปกรณ์เสริมการสอนของนักเรียนและครูไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ต แล็บท็อป โน้ตบุค หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ในรูปแบบเช่าใช้งานพร้อมสัญญานอินเตอร์เน็ตคุณภาพสูง โดยในปี 2568 ได้ขอจัดสรรเครื่องอุปกรณ์ดังกล่าวให้แก่นักเรียน จำนวนกว่า 6 แสนคนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ในกลุ่มโรงเรียนคุณภาพชุมชนและโรงเรียนขยายโอกาส ส่วนในปี 2569 ได้ขอจัดสรรงบประมาณไปจำนวน 2.9 หมื่นล้านบาทสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่เหลือทั้งหมด ประมาณ 1.2 ล้านคน ซึ่งในงบประมาณของปี 2569 จะขยายผลไปยังนักเรียนชั้นมัธยมต้นในโรงเรียนคุณภาพ โดยคาดว่า จะมีเด็กและครูได้รับอุปกรณ์เสริมการสอนรวมกว่า 1.8 ล้านคน ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพการศึกษาไทยที่จะได้เห็นภาพอย่างชัดเจน



เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 นายชัยณรงค์ ช่างเรือ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ เป็นประธานเปิดการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 72 ปีการศึกษา 2567 ณ โรงเรียนวิเชียรมาตุ จังหวัดตรัง โดย นายชัยณรงค์ ช่างเรือ ผอ.สพม.ตรัง กระบี่ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ และเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดตรัง โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกซึ่งความสามารถในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านทักษะทางวิชาการ วิชาชีพ ศิลปะดนตรี และการแสดง และยังเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพทางด้านการศึกษา อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจให้นักเรียน ครู ตลอดจนสถานศึกษา ได้มีการพัฒนาตนเองด้วย
ผอ.สพม.ตรัง กระบี่ กล่าวต่อไปว่า การจัดการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมในครั้งนี้ดำเนินตามนโยบายของ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนและส่งเสริม Soft Power ผ่านการศึกษา โดยเชื่อมโยงกับกิจกรรมการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน เพื่อยกระดับศิลปวัฒนธรรมไทยให้กลายเป็นพลังสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศสู่ระดับสากลต่อไป
สำหรับบรรยากาศภายในงานได้รับความสนใจจากนักเรียน ครู และผู้ปกครองเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการผลักดันนโยบาย Soft Power สู่การปฏิบัติจริง ทั้งยังเป็นเวทีที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและศักยภาพให้เด็กและเยาวชนไทยก้าวสู่การแข่งขันในระดับโลก ตามเป้าหมายที่ต้องการให้นักเรียน “เรียนดี มีความสุข จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

