เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 2/2567 ว่า ขอให้คำนึงถึงผู้เรียน ครู บุคลากรในสถานศึกษาทุกคนเป็นสำคัญ ต้องร่วมกันสร้างความปลอดภัย สร้างความสุขในการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาประชาชนไทยในทุกช่วงวัย โดยเน้นย้ำว่าทุกสถานศึกษาต้อง “ปลอดโรค ปลอดภัย เรียนดี มีความสุข”
“ปลอดโรค” การเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียน ศธ. มีความห่วงใยในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรทุกคน ขอให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผน เตรียมการในด้านต่าง ๆ ทั้งเรื่องสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ซึ่งขณะนี้ยังมีฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ในขณะที่บางจังหวัดอุณหภูมิเริ่มลดลง ขอให้สำรวจความพร้อมเรื่องเครื่องนุ่งห่ม อาทิ เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม หรือความพร้อมของห้องเรียนเพื่อเตรียมการรับมือ และการหามาตรการช่วยเหลือต่อไป รวมถึงโรคระบาดตามฤดูกาล หรือการเจ็บป่วยจากสภาพภูมิอากาศ สิ่งที่สำคัญคือต้องให้ความรู้และการฝึกซ้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินให้แก่นักเรียน โดยเฉพาะในด้านการปฏิบัติตัวเมื่อต้องเผชิญกับสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงหรือการระบาดของโรค เพื่อให้นักเรียนมีความรู้และมีความพร้อมในการดูแลตนเอง ในส่วนของสถานศึกษาต้องเตรียมแผนรับมือในการดูแล ปฐมพยาบาล สังเกตอาการของนักเรียนอย่างใกล้ชิด
“ปลอดภัย” ศธ. ได้กำหนดมาตรการสำคัญในการรับมือกับการเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยสถานศึกษาทุกแห่งต้องมีมาตรการและแนวทางการรักษาความปลอดภัยของนักเรียนในสถานศึกษาทุกรูปแบบ อาทิ มาตรการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากอาคารเรียน อุบัติเหตุจากการเดินทางไป – กลับ ระหว่างบ้านและสถานศึกษา อุบัติเหตุจากการพานักเรียนไปศึกษานอกสถานศึกษา และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาทางสังคม โดยใช้มาตรการ 3 ป. ด้านการป้องกัน การปลูกฝังและการปราบปรามเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์นั้นซ้ำ และให้ทุกโรงเรียนตรวจสอบสภาพความพร้อมของอาคารเรียน สภาพความพร้อมของอุปกรณ์การเรียน ระบบระบายน้ำ รวมถึงห้องสุขา และจัดเตรียมพื้นที่ให้มีความปลอดภัยมากที่สุด พร้อมจัดให้มีแผนการป้องกันและการเคลื่อนย้ายกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
“เรียนดี” ขอให้ทุกโรงเรียนมุ่งให้ความรู้ในเรื่องของการส่งเสริมการเรียนรู้ การจัดการพื้นที่เรียนรู้ให้เหมาะสม มีการจัดทำแผนการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่น และมีกิจกรรมเสริมสร้างทักษะเพื่อรองรับการเรียนรู้ในยุคใหม่ ส่งเสริมทักษะทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม และความสามารถทางกีฬา ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้เด็กนักเรียนมีความสุขและสนุกสนานในการเรียน อีกทั้งยังมีการพัฒนาสื่อการสอนและเทคโนโลยีทางการศึกษา เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าถึงข้อมูลและความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือเราจะร่วมมือกันลดภาระครู นักเรียน และผู้ปกครอง และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
“มีความสุข” ขอให้ทุกโรงเรียนสร้างความสุขในการเรียน ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการศึกษาและพัฒนาทักษะที่จำเป็นในอนาคต นักเรียนที่มีความสุขจะมีแรงจูงใจในการเรียนรู้และสามารถรับมือกับความท้าทายได้ดีขึ้น มีการปรับปรุง ปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนให้มีความหลากหลายและสร้างสรรค์ โดยเน้นการเรียนรู้ที่สนุกสนาน เช่น การจัดกิจกรรมที่เน้นการมีส่วนร่วม การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ รวมถึงการให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของนักเรียน รมว.ศธ. เชื่อว่า การส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียน จะช่วยสร้างอนาคตที่สดใสและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ
“การเปิดเทอมในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ ที่กระทรวงศึกษาธิการมุ่งมั่นในการดูแลนักเรียนและบุคลากรในสถานศึกษา พร้อมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองและนักเรียนว่าการเรียนรู้จะดำเนินไปอย่างปลอดโรค ปลอดภัย เรียนดี มีความสุข “Welcome Back to School” ขอให้นักเรียนทุกคนมีความตั้งใจในการเรียนรู้ และเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต”















เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุไฟไหม้รถโดยสารขณะเดินทางไปทัศนศึกษาของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)อุทัยธานี เขต 2 โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายเสริมฤทธิ์ หวายฤทธิ์ธนกุล ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) พร้อมด้วยผู้แทนของผู้ได้รับผลกระทบ ผอ. สพป.อุทัยธานี เขต 2 ผู้บริหาร คณะครูโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ








