สารนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี 2565

– สาร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 วันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2565

เด็กและเยาวชนเป็นทรัพยากรมนุษย์ของประเทศที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคม และนำพาประเทศชาติสู่อนาคต ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้าสู่สังคมดิจิทัล โรคอุบัติใหม่ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โลก เด็กและเยาวชนจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อให้มีความพร้อมและมีภูมิคุ้มกันที่ดีในการดำเนินชีวิตในสังคมวิถีใหม่อย่างมีคุณภาพและมีความสุข

วันเด็กแห่งชาติปีนี้ ผมได้มอบคำขวัญว่า “รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการคิดและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างสร้างสรรค์ รู้หน้าที่และมีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง สังคม ประเทศชาติ และสังคมโลก ควบคู่กับการมีคุณธรรมและจริยธรรมอันดี ดังนั้น เด็กและเยาวชนจึงต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง หมั่นแสวงหาความรู้และฝึกฝนทักษะให้มีความหลากหลาย เพื่อใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวิจารณญาณและใช้เหตุผลในการตัดสินใจด้วยความรอบคอบ เปิดกว้าง และยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างและหลากหลาย เพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างมีความสุข ผมเชื่อมั่นว่าเด็กและเยาวชนไทยจะยึดมั่นและเคารพใน 3 สถาบันหลัก อันประกอบด้วย ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดีของสังคม และร่วมใช้พลังของคนรุ่นใหม่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมไทยให้เจริญรุ่งเรือง

เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 ผมขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล อีกทั้งเดชะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้เด็กและเยาวชนไทยทุกคน พร้อมทั้งครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีกำลังสติปัญญาที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์และขับเคลื่อนชาติบ้านเมืองให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

สาร นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2565

รัฐบาลกำหนดให้วันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติ เพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก เอาใจใส่ในการเลี้ยงดู อบรม สั่งสอน กล่อมเกลาจิตใจให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสาธารณะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น เพราะเด็กและเยาวชนเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติ รัฐบาลจึงส่งเสริมให้มีพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

วันเด็กแห่งชาติ ประจำพุทธศักราช 2565 ตรงกับวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2565 ดิฉันจึงมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาและใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต เนื่องจากปัจจุบันเป็นโลกของการใช้เทคโนโลยีและการสื่อสาร เด็กและเยาวชนสามารถแสวงหาความรู้ด้วยตนเองอย่างไม่มีขีดจำกัด จึงต้องเลือกรับและใช้เทคโนโลยีการสื่อสารให้เกิดประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ มีทักษะที่จำเป็นที่ทันต่อโลกและเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะทักษะทางเทคโนโลยี ตั้งแต่การใช้ประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิต ตลอดจนถึงการสร้างรายได้ รวมทั้งได้รับการปลูกฝังหลักคิดที่ถูกต้องควบคู่กับการพัฒนาทักษะการใช้ชีวิต ทักษะการทำงานและการอยู่ร่วมกับผู้อื่น บ่มเพาะวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต การทำงานและการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างพลเมืองโลกที่พึงประสงค์

ดิฉันขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังเด็ก ๆ และเยาวชน ขออวยพรให้เด็กและเยาวชนไทยทุกคนมีความสุข ดูแลสุขภาพของตนเองให้สมบูรณ์แข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นเด็กไทยวิถีใหม่สู่ความยั่งยืน และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศสืบไป

นางสาวตรีนุช เทียนทอง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดให้เด็ก ๆ ได้ร่วมสนุกผ่านระบบออนไลน์ ชิงรางวัลส่งถึงบ้าน พร้อมแบ่งของขวัญส่งตรงถึงมือเด็กด้อยโอกาส-พิการ หลังเลื่อนจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ปี 2565 หนีโควิด 19

จึงขอเชิญชวนเด็กและเยาวชนร่วมงาน #วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 ผ่านระบบออนไลน์ Zoom หรือทางสื่อออนไลน์ FACEBOOK ศธ.360 องศา ในวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2565 เวลา 9.00-15.00 น. มีของรางวัลมากมาย

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถเข้าร่วม Join Zoom Meeting ที่ลิงก์
https://us02web.zoom.us/j/86568404538
Meeting ID: 865 6840 4538

หรือที่เพจ ศธ.360 องศา
https://www.facebook.com/MOE360degree

สอศ.เตือนอย่าเชื่อพวกแอบอ้างช่วยสอบผ่านผู้บริหารอาชีวะ จับได้เอาผิดทั้งวินัยและอาญาถึงที่สุด

 

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2565 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)มีประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับผู้อำนวยการสถานศึกษา และก่อนหน้านั้น ได้มีประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับรองผู้อำนวยการสถานศึกษา รวมถึงการสอบแข่งขันครูผู้ช่วยอาชีวศึกษา จึงขอแจ้งให้ผู้สมัครสอบ และผู้ที่เข้ารับสมัครคัดเลือกฯ ทราบว่าอย่าได้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของผู้ที่แอบอ้างว่าจะช่วยเหลือใด ๆ ที่จะให้ผ่านการสอบผู้บริหารได้ เพราะมีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจนในทุกการสอบ ยึดหลักธรรมภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ หากพบเบาะแสการทุจริต หรือส่อไปในทางไม่สุจริต หรือดำเนินการผิดพลาดอันอาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งมาได้ที่ สอศ. เพื่อดำเนินการตรวจสอบ และดำเนินการทางกฏหมาย เอาผิดทั้งวินัย และอาญาทันที

เลขาธิการ กอศ.  กล่าวต่อไปว่า วันนี้ อ.ก.ค.ศ. สอศ. ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอนาทวี ) จำนวน 1 อัตรา และประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสอศ. ยกเว้นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอนาทวี ) จำนวน 50 อัตรา กำหนดการสมัครคัดเลือก ให้ผู้ประสงค์สมัครเข้ารับการคัดเลือกยื่นสมัครสอบด้วยตนเอง ในระหว่างวันที่ 1-10 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดที่ตนเองสังกัดเท่านั้น โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ สำหรับวิธีการสมัคร ให้ผู้สมัคร ดาวน์โหลดใบสมัคร ได้ที่เว็บไซต์กลุ่มงานจัดการงานบุคคล 2 สำนักบริหารงานบุคคลและนิติการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ http://ipa.vec.go.th

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรมวันเด็กแห่งชาติ ปี 2565

 

เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ พุทธศักราช 2565 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า

“แม้กระแสโลกหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปไม่มีถอยหลังกลับเลยแม้สักวินาทีเดียว หากแต่สัญชาตญาณและพฤติกรรมอันสะท้อนกิเลสตัณหาของมนุษย์ กลับวนเวียนซ้ำรอยเดิมอยู่อย่างมิรู้หยุดหย่อน ด้วยเหตุนี้ ความเดือดร้อนวุ่นวายจึงยังคงบังเกิดมีขึ้นอยู่ร่ำไปในทั่วทุกหนทุกแห่ง เด็กและเยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติและของโลกนี้ พึงตั้งปณิธานที่จะเป็นผู้ช่วยกันสรรค์สร้าง “อารยธรรม” ให้บังเกิดขึ้นแก่ตน และสังคมทุกระดับ นับแต่ครอบครัว ชุมชน ตลอดถึงประเทศชาติ เพื่อช่วยกันกำจัดความเสื่อมทรามที่เรียกว่าอนารยธรรมให้เบาบางจางหายไปได้ในเร็ววัน

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประทานหลัก “อารยวัฑฒิ” อันเป็นหลักการสร้างสรรค์ความเจริญของอารยชนไว้ 5 ประการ ได้แก่ ศรัทธา หมายถึง เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ เชื่อด้วยความรู้ความเข้าใจในเหตุผลอย่างถ่องแท้, ศีล หมายถึง รักษากายและวาจาให้เรียบร้อยดีงามเป็นปรกติ, สุตะ หมายถึง เพิ่มพูนความรู้ด้วยการสดับตรับฟัง ใฝ่ใจศึกษาอบรมตามวิถีทางที่ถูกต้องเหมาะสม, จาคะ หมายถึง เสียสละประโยชน์ตนเพื่อประโยชน์ผู้อื่นกับทั้งส่วนรวมอยู่เสมอ และ ปัญญา หมายถึง รู้รอบ รู้ทั่ว รู้ชัดเจน และรู้จริงทั้งในทางโลกและในทางธรรม

ขอให้เด็กและเยาวชน รวมถึงผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการเลี้ยงดูประคับประคองเด็กและเยาวชน มีกำลังใจที่จะอบรมพัฒนาตนเองให้ถึงพร้อมด้วยอารยวัฑฒิทั้ง 5 ประการ และขอจงเร่งเพิ่มพูนคุณลักษณะความเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อนำพาความเจริญก้าวหน้ามาสู่ตน ชุมชน ตลอดทั้งประเทศชาติอันเป็นรักยิ่งของเราทุกคน”

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

“ตรีนุช”ย้ำ สพฐ.สร้างห้องเรียนคุณภาพ เร่งสร้างแพลตฟอร์มการศึกษาใหม่เปิดทางครูนักเรียนห่างไกลเข้าถึงองค์ความรู้มากขึ้น

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)  ผ่านระบบประชุมทางไกล (Video Conference) ว่า ตนเน้นย้ำนโยบายการศึกษาหลายเรื่อง โดยเฉพาะการสร้างห้องเรียนคุณภาพ แต่เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีโรงเรียนกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ การที่จะสร้างห้องเรียนคุณภาพให้ได้ทั้งหมด ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่จำกัด อาจไม่สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้มีความท้าทายในการสร้างคุณภาพการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น ตนมอบให้ที่ประชุมไปหารือว่าจะทำอย่างไรที่สร้างโรงเรียน หรือห้องเรียนคุณภาพให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เช่น อาจจะสร้างโรงเรียนแม่ข่าย ให้โรงเรียนโดยรอบสามารถเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกัน เป็นต้น

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้กระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งพัฒนาครู เพราะวิธีการจัดการเรียนการสอนต้องเปลี่ยนไปเนื่องจากปัจจุบันองค์ความรู้อยู่ทุกที่ ครูจะต้องสามารถจัดการเรียนการสอนเพื่อช่วยให้เด็กนำองค์ความรู้ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ มาเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาและเกิดสมรรถนะให้ได้มากที่สุด ซึ่งต้องยอมรับว่าวันนี้เด็กมีความรู้บางเรื่องมากกว่าเรา แต่บางเรื่องเด็กก็อาจไม่รู้ว่าจะนำเรื่องที่รู้มาใช้ให้เหมาะสมอย่างไร   ดังนั้นครูจะต้องเป็นโค้ช และเป็นผู้ช่วยมาให้ข้อแนะนำเด็ก เพื่อให้เด็กสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์ และเกิดกระบวนการเรียนรู้ได้  นอกจากนี้เราต้องเร่งสร้างแพลตฟอร์มทางการศึกษา เพื่อให้เด็กและครูที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงความรู้ สามารถเรียนรู้วิชาต่าง ๆ ได้ ที่มีมาแขวนไว้ให้เด็กและครูได้เรียนรู้ตามความต้องการที่หลากหลายด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้แพทย์ออกมาเตือนว่าจะมีการแพร่ระบาดในเด็กเกิดขึ้นแน่นอนเพราะเด็กยังไม่ได้รับวัคซีน น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ตนมีความเป็นห่วงใยเรื่องดังกล่าว จึงได้กำชับให้สถานศึกษาปฏิบัติตามมาตรการ 6-6-7 ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด  และขอให้ปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ด้วย ทั้งนี้ ศธ.ได้ออกประกาศไปแล้วว่าขอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณาว่าโรงเรียนในพื้นที่ควรจะการเรียนการสอนรูปแบบบไหน อย่างไรก็ตามแม้จะเกิดเหตุการณ์เด็กจะติดเชื้อแต่จะมีความรุนแรงน้อยมาก  ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะสามารถควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดได้

“ธนพร”มีสิทธิ์ร้องขอความเป็นธรรมจากนายกฯ  “ตรีนุช-บัณฑิตย์”ปัดตอบเรื่องหลุดจากเลขาฯสกสค.เพราะไม่ส่งผลงาน

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณี นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)​ ไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานเลขาธิการ สกสค.ว่า สกสค.ถือว่าเป็นหน่วยงานสำคัญที่ดูแลสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นหลักเกณฑ์ที่จะนำมาใช้ในการชี้วัดการปฏิบัติงานของ เลขาธิการ สกสค. ก็ต้องเป็นเกณฑ์ที่ได้มาตรฐาน  ซึ่งก็ได้นำเกณฑ์จากหน่วยงานอื่น ๆ ที่เป็นมาตรฐานมาเป็นแบบอย่างในการประเมินฯ โดยมอบให้ทางคณะกรรมการประเมินการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค. เป็นผู้พิจารณา เพราะถือว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญและเป็นตำแหน่งของผู้บริหารเพราะฉะนั้นการประเมินก็ต้องได้มาตรฐาน แต่ถ้าเลขาธิการ สกสค. จะร้องก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถร้องได้

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไป ส่วนการส่งผลการปฏิบัติงาน ของเลขาธิการ สกสค.ต่อคณะกรรมการประเมินฯ นั้น ไม่แน่ใจว่าพ้นกำหนดเวลาส่งผลงานหรือยัง เรื่องนี้ต้องไปถามคณะกรรมการประเมินฯ อย่างไรก็ตามหากเลยกำหนดแล้วยังไม่ได้ส่งจะมีผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ตนไม่สามารถตอบได้ ต้องไปดูสัญญาและข้อกฎหมายก่อน

ด้าน นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร ประธานคณะกรรมการประเมินฯ กล่าวว่า คณะกรรมการประเมินฯ ได้ส่งหนังสือแจ้งให้เลขาธิการ สกสค. ส่งผลการปฏิบัติงานเพื่อเข้ารับการประเมินอย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ซึ่งโดยหลักการผู้เข้ารับการประเมินจะต้องส่งผลการปฏิบัติงานให้คณะกรรมการประเมินภายใน 15 วันหลังจากได้รับหนังสือแจ้ง แต่จนถึงขณะนี้นายธนพรก็ยังไม่ได้ส่งผลการปฏิบัติงานมาให้คณะกรรมการประเมินฯ ดังนั้นหากครบกำหนดแล้ว ยังไม่สามารถประเมินผลงานเลขาธิการสกสค.ได้ ก็ต้องเสนอให้ที่ประชุม สกสค.พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

“สำหรับกรณีที่นายธนพร ร้องขอความเป็นธรรมจากนายกฯนั้น ถือเป็นสิทธิ สามารถทำได้ หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนการที่นายธนพร ยังไม่ส่งผลงาน ก็กระทบกับการประเมิน ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ ส่วนจะมีผลให้ต้องหลุดจากตำแหน่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบอร์ด สกสค.คณะกรรมการประเมินดำเนินการทุกอย่างตามมติบอร์ดสกสค.”นายบัณฑิตย์กล่าว

“ในหลวง” พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 โดยในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2565 ความว่า

“คนเราทุกคน ย่อมมีหน้าที่ที่ต้องทำ หน้าที่ของเด็กนั้น สำคัญที่สุด ก็คือการศึกษาเล่าเรียน เพื่อให้มีวิชาความรู้ และคุณธรรมความดี จะได้สามารถพึ่งตนเองได้ สร้างความสุขความเจริญให้แก่ตนแก่ส่วนรวมได้ในอนาคต เด็กทุกคนจึงต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ด้วยความอดทน และพากเพียรอยู่เสมอ”

พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
วันที่ 23 ธันวาคม พุทธศักราช 2564

ศธ.พลิกวิกฤติเป็นโอกาสจัดงาน ”วันเด็กออนไลน์” ชวนน้อง ๆ ร่วมกิจกรรม-เล่นเกมผ่านระบบออนไลน์  

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565  น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้แจ้งเลื่อนการจัดฉลองวันเด็กแห่งชาติ ปี 2565 รวมถึงกิจกรรมการมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรแก่เด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ปี 2565 ออกไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จะคลี่คลาย นั้น ตนได้หารือกับ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานกรรมการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 เพื่อคงความสำคัญของวันเด็ก ซึ่งปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 8 มกราคม  2565 ได้ข้อสรุปว่า วันที่ 8 มกราคมนี้ กระทรวงศึกษาธิการ จะจัดกิจกรรมวันเด็กและถ่ายทอดให้เด็ก ๆ ได้ร่วมสนุกผ่านระบบออนไลน์ ด้วยโปรแกรม Zoom https://us02web.zoom.us/j/86568404538 Meeting ID: 865 6840 4538 และทาง Facebook Fanpage ศธ.360 องศา ตั้งแต่เวลา 9.30 น.-15.00 น.

“สรุปว่า ปีนี้กระทรวงศึกษาธิการจะจัดงานวันเด็กในรูปแบบออนไลน์ ในวันที่ 8 ม.ค. ด้วยโปรแกรม Zoom และ ทาง Facebook Fanpage ศธ.360 องศา โดยเด็ก ๆ จะได้พบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี   รมว.ศึกษาธิการ.  รมช.ศึกษาธิการ  และกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมเด็กอยากถามผู้ใหญ่อยากตอบ  การแสดงมินิคอนเสิร์ต การแสดงมายากล เป็นต้น ทั้งนี้ ระหว่างการจัดกิจกรรมต่าง ๆ จะมีการเปิดให้เด็กเข้ามาร่วมเล่นเกม และจะส่งของรางวัลให้ถึงบ้าน ซึ่งในวันนี้นอกจากกระทรวงศึกษาธิการแล้วยังมีหน่วยงานอื่น ๆ อีกกว่า 10 หน่วยงาน เช่น ทำเนียบรัฐบาล กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ เป็นต้น ที่จะจัดกิจกรรมวันเด็กแบบออนไลน์ โดยใช้ช่องทางต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสที่เด็ก ๆ จากทั่วประเทศ แม้จะอยู่ห่างไกลก็ได้เข้ามาร่วมสนุกและรับของรางวัล โดยไม่ต้องเดินทางออกจากบ้าน” รมว.ศึกษาธิการกล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการ จะมีการนำของขวัญวันเด็กไปให้เด็ก ๆ ในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนการศึกษาพิเศษ และในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กยากจน ขาดโอกาส และอาจไม่มีอุปกรณ์ในการร่วมสนุกแบบออนไลน์ให้ได้มีโอกาสรับของขวัญวันเด็กด้วย อย่างไรก็ตามตนขอกำชับหน่วยงานในส่วนภูมิภาคที่จะจัดกิจกรรมวันเด็กแบบออนไซต์ ให้ประเมินสถานการณ์เป็นรายพื้นที่ ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด โดยถ้าจัดกิจกรรมแบบออนไซต์ต้องเป็นไปตามมาตรการและข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ และผู้ปกครองทุกคน.

 

สอศ. เป็นปลื้มประชาชนใช้บริการ อาชีวะจิตอาสา พักรถ-พักคน สร้างความเชื่อมั่นให้เด็กอาชีวะ

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เปิดศูนย์บริการประชาชนจุดพักรถ-พักคน บนถนนสายหลักและสายรองจำนวน 241 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความปลอดภัยในการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2564 ถึง 4 มกราคม 2565 รวมระยะเวลา 7 วัน  พบว่า มีประชาชนเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยมีรถที่เข้าใช้บริการ จำนวน 24,807 คัน แบ่งเป็น รถจักรยานยนต์ จำนวน 17,645 คัน รถกระบะ / รถปิกอัพ จำนวน 3,820 คัน รถตู้ / รถแวน จำนวน 278 คัน รถยนต์ / รถเก๋ง จำนวน 3,005 คัน และอื่น ๆ จำนวน 59 คัน

สำหรับประชาชนเข้ารับบริการ จำนวน 29,826 คน ใช้บริการดังนี้ สอบถามข้อมูลเส้นทาง / การท่องเที่ยว จำนวน 3,591 คน สอบถามข้อมูลร้านอาหาร จำนวน 851 คน ข้อมูลโรงแรม / ที่พัก จำนวน 358 คน ข้อมูลรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ศูนย์บริการอู่ซ่อมรถ จำนวน 7,069 คน นั่ง / นอนพักผ่อน จำนวน 7,149 คน เครื่องดื่ม (น้ำชา กาแฟ น้ำเย็น ฯลฯ) จำนวน 8,422 คน นวดผ่อนคลาย จำนวน 357 คน และชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ / กล้องถ่ายรูป จำนวน 2,029 คน

“กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาเป็นผู้ให้ ผู้เสียสละ บริการและช่วยเหลือสังคมในเรื่องที่ตรงกับสาขาวิชาชีพของตนเอง รวมถึงได้แสดงออกในการมีส่วนร่วมต่อสังคมในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจนักเรียน นักศึกษา อาชีวศึกษา ในการเข้ารับบริการดังกล่าว เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เด็กอาชีวะ และในทุกเทศกาล หน่วยงานอาชีวะจะออกมาปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเหลือประชาชนในทุกๆพื้นที่ทั่วประเทศต่อไป”เลขาธิการ กอศ. กล่าว

“ธนพร”สุดทนเกณฑ์ประเมินผลงานไม่เป็นธรรม บุกทำเนียบขอความเป็นธรรมนายกฯ

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564 นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)​ เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานเลขาธิการ สกสค. ว่า ส่อไม่เป็นธรรม และเหตุที่ต้องมาร้องต่อนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ก็เนื่องจากเคยร้องคัดค้านถึงความไม่เป็นธรรมต่อบอร์ด สกสค. ที่มี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน หลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังคงไม่ได้รับความเป็นธรรมอยู่

นายธนพร กล่าวต่อไปว่า สำหรับสาระสำคัญของข้อร้องเรียน มีดังนี้ 1. ความผิดปกติที่คณะกรรมการประเมินชุดเดิมลาออกทั้งชุด เมื่อตั้งคณะกรรมการชุดใหม่มีกรรมการประเมินบางคนที่มีอดีตที่ส่อถึงความไม่เป็นกลางและมีอคติต่อผู้ถูกประเมิน 2.คัดค้านเกณฑ์การประเมินที่จะนำมาใช้ เพราะแม้ทำได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค. ซึ่งได้อนุมัติ​จากบอร์ด สกสค.แล้ว จะได้คะแนนเพียงร้อยละ 60 ซึ่งถ้าจะผ่านการประเมินกลับต้องได้คะแนนรวมถึงร้อยละ 65 ขึ้นไป จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถผ่านการประเมิน​ตั้งแต่ยังไม่ได้ทำการประเมิน อีกทั้งเกณฑ์​ประเมินนี้ถูกกำหนดขึ้นหลังจากเลขาธิการ สกสค.ได้ปฏิบัติ​งานเสร็จภารกิจตามระยะเวลาของการประเมินไปแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับมาทำตามเกณฑ์​ใหม่ได้  3.คัดค้านการนำหัวข้อด้านสมรรถนะผู้บริหารซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ในสัญญาจ้างและแผนปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค.มาใช้เป็นตัวชี้วัดในการประเมินเพราะเป็นใช้ดุลยพินิจ ของบุคคลคือกรรมการประเมินในการให้คะแนนโดยปราศจากตัวชี้วัดที่เป็นวิทยาศาสตร์  4.ตัวชี้วัดหลายงาน ถูกผลกระทบจากภาวะ covid-19 เช่น โรงแรมครู โรงพยาบาลครูและการตรวจสุขภาพครู ซึ่ง เลขาธิการ สกสค. ได้ร้องขอให้มีการปรับลดเกณฑ์ประเมินผ่านในหัวข้อเหล่านี้ เนื่องจากสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค.และกระทรวงศึกษาธิการแต่กลับไม่ได้รับการพิจารณา 5.มีการประชุม​เปลี่ยนแปลงมติ กลับไปกลับมา ว่าจะใช้เกณฑ์แบบใดในการประเมินของบอร์ด​ สกสค.จนส่อถึงความผิดปกติ และ 6. คณะกรรมการ สกสค. มีมติให้ เกณฑ์การประเมินล่าสุดเป็นที่ยุติ จึงไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกประเมินได้มีโอกาสคัดค้านหากเกณฑ์ประเมินยังคงไม่เป็นธรรม ซึ่งไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในระบบราชการ จึงต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรมข้างนอก

“คณะกรรมการประเมินฯ ส่งเกณฑ์การประเมินผลงานของเลขาธิการ สกสค. มาให้ที่ห้องทำงานของผมและส่งมาทางไปรษณีย์ด้วย ซึ่งในทางกฎหมายต้องถือว่าผมได้รับทราบเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้เซ็นรับทราบก็ตาม และที่สำคัญได้มีการลงท้ายด้วยว่ามติของบอร์ด สกสค.ได้ตัดสินว่าเกณฑ์ดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว อย่างไรก็ตาม ผมยืนยันว่าเกณฑ์ดังกล่าว เป็นเกณฑ์เดิม คือ ถ้าปฏิบัติงานได้ตามแผนจะได้คะแนน 60% แต่ถ้าจะผ่านเกณฑ์จะต้องได้ 65% ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะผมไม่สามารถย้อนเวลามาทำให้ได้ตามกติกาใหม่ได้ เพราะกติกาก็เพิ่งจะออก ที่สำคัญคือ เรื่องการประเมินสมรรถนะซึ่งเป็นเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม ไม่มีตัวชี้วัดที่เป็นวิทยาศาสตร์ คะแนนขึ้นอยู่กับปากกาของคนประเมิน ซึ่งคิดว่าไม่เป็นธรรมและไม่มีการระบุในสัญญาจ้างด้วย ฉะนั้น การที่ผมมายื่นร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และเป็นการแสดงให้สังคมรู้ และเป็นอุทาหรณ์ว่าถ้าการเมืองมายุ่งกับระบบราชการคนที่ได้รับผลกระทบคือครู บุคลากรทางการศึกษา เด็ก และเยาวชน”นายธนพร กล่าว

ศธ.เดินหน้าทาบทามสหกรณ์ออมทรัพย์ร่วมแก้ปัญหาหนี้ครู  “ตรีนุช”เชื่อ ศธ.รับมือโอมิครอนดีกว่าที่คาด มั่นใจไม่มีปิดเรียน 100%อีกแล้ว

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายว่า ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้ให้ความสำคัญและดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามาบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมากกว่า 100 แห่ง แต่ละแห่งมีนโยบายการทำงานที่แตกต่างกัน ที่ผ่านมา ศธ.เน้นแก้ปัญหาหนี้สินครูในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูก่อน โดยให้ลดดอกเบี้ย เพื่อลดภาระครู  โดยได้ส่งหนังสือไปถึงประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทุกแห่ง ให้สมัครเข้าร่วมโครงการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นฐานซึ่งขณะนี้มีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู กว่า 20 แห่งที่สนใจเข้าร่วมโครงการแล้ว ส่วนมาตรการอื่นๆ อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับระเบียบกฎเกณฑ์ให้สอดรับกันต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนมอบหมายให้นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการ และนายสุทิน แก้วพนา รองปลัด ศธ. ศึกษารายละเอียด เชิญชวนสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นต่อไป ทั้งนี้คาดว่าเชื่อว่าแนวทางนี้จะสอดรับกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่เน้นแก้ปัญหาหนี้สินทั้งระบบได้

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้มอบแนวทางการพัฒนาบ้านพักข้าราชการกระทรวงต่างๆ เพราะรัฐบาลต้องการดูแลสวัดิการและสวัสดิภาพของข้าราชการทุกภาคส่วน ซึ่งในส่วนของ ศธ.มีโครงการพัฒนาบ้านพักครู เพื่อให้ครูได้รับสวัสดิการที่ดี เพราะปัจจุบันบ้านพักครูมีสภาพทรุดโทรม โดย ศธ.ตั้งเป้าไว้ว่าจะนำโรงเรียนที่ถูกควบรวมในพื้นที่ต่าง ๆ มาพัฒนาเป็นบ้านพักครู และศูนย์การเรียนรู้ ซึ่งเบื้องต้นได้วางแผนไว้แล้วว่า จะนำร่องโครงการในอำเภอหรือพื้นที่ใด โดยจะเร่งนำเสนอแผนต่อนายกรัฐมนตรี และ ครม.เพื่อพิจารณาต่อไป

น.ส.ตรีนุช กล่าวด้วยว่า ในส่วนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ตนได้กำชับให้หน่วยงานหลักของ ศธ.เน้นย้ำให้ส่วนราชการและสถานศึกษาปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย 6-6-7 เพื่อลดความเสี่ยงโควิดในสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด ส่วนการเปิดปิดสถานศึกษา และการจัดการเรียนการสอนว่าจะจัดการเรียนการสอนในรูปแบบไหน ขอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเป็นผู้พิจารณา เพราะแต่ละพื้นที่มีบริบทที่แตกต่างกัน

“การรับมือกับการระบาดในครั้งนี้ ถือว่าทำได้ดี เพราะที่ผ่านมาเรารับมือโดยการปิดสถานศึกษาทั้งหมด แต่ครั้งนี้นักเรียนได้รับวัคซีน ทำให้ความรุนแรงการติดโรคน้อยลง และความตื่นตระหนกก็ลดน้อยลงด้วย ดังนั้นจะไม่มีการปิดสถานศึกษาทั้ง 100% เหมือนที่ผ่านมาแล้ว แต่จะจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับพื้นที่ เช่น โรงเรียนขนาดใหญ่ จะจัดการเรียนการสอนในรูปแบบสลับวันมาเรียน หรือเรียนออนไลน์ ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน หรือโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ไม่จำเป็นต้องปิด ส่วนความกังวลเรื่องของคุณภาพการเรียนนั้น ขณะนี้ ศธ.ได้พัฒนาแพลตฟอร์มต่างๆ ให้นักเรียนได้เข้าถึงการศึกษาที่มากขึ้น และจะเร่งพัฒนาให้เด็กเข้าถึงแพลตฟอร์มการศึกษาต่าง ๆ ให้มากขึ้นด้วย” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว