เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ว่า พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาไม่ได้หยุดหรือเงียบลงตามที่หลายฝ่ายอาจเข้าใจ แต่มีความมั่นคงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้การดำเนินงานระยะแรกสิ้นสุดลงแล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่ระยะที่ 2 ซึ่งจะต้องปรับกลไกและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องหลายชุด โดยได้เสนอและผ่านความเห็นชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญในระยะต่อไปคือการทำให้พื้นที่นวัตกรรมแต่ละแห่งมีความโดดเด่นตามบริบทของตนเอง เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีสภาพปัญหาและความต้องการแตกต่างกัน แม้จะเป็นอำนาจให้พื้นที่และโรงเรียนสามารถบริหารจัดการได้มากขึ้น แต่ต้องมีวิสัยทัศน์ รูปแบบการดำเนินงาน และแผนงานที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบและนำไปปฏิบัติได้จริงขณะเดียวกัน จะต้องเร่งถอดบทเรียน จากการดำเนินงานในระยะแรก ว่า นโยบายหรือแนวทางใดเมื่อนำไปสู่การปฏิบัติแล้วเกิดผลสำเร็จจริง อะไรสามารถขยายผลต่อได้ และส่วนใดจำเป็นต้องปรับปรุง โดยเฉพาะต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนและผลลัพธ์ของผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม
“ช่วงนี้ถือเป็นระยะเก็บเกี่ยวผลจากการดำเนินงานช่วงแรก เราต้องดูว่าอะไรประสบความสำเร็จ แล้วนำผลเหล่านั้นมาต่อยอดและขยายไปสู่เรื่องอื่น เพราะพื้นที่นวัตกรรมต้องเห็นความเปลี่ยนแปลง ต้องตอบได้ว่าโรงเรียนทำแล้วเกิดอะไรขึ้น และผลสัมฤทธิ์ของเด็กเปลี่ยนแปลงอย่างไร” ดร.ภูธร กล่าวและว่า สำหรับการติดตามประเมินผล จะมีทั้งการประเมินจากภายนอกโดยผู้ทรงคุณวุฒิหรือคณาจารย์มหาวิทยาลัย และตั้งคณะกรรมการลงพื้นที่ติดตามโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อพิจารณาว่าสิ่งใดสร้างความแตกต่างและเกิดประโยชน์สูงสุด สิ่งใดควรดำเนินการต่อ และสิ่งใดควรปรับปรุง โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นการติดตามประเมินที่ชัดเจนในช่วงเดือนพฤศจิกายน หลังโรงเรียนเปิดภาคเรียน
ดร.ภูธร กล่าวอีกว่า ตนได้มอบหมายให้หน่วยงานและผู้รับผิดชอบจัดทำแผนระยะยาวของพื้นที่นวัตกรรมให้มีทิศทางชัดเจน ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้การขับเคลื่อนในระยะที่ 2 มีระบบและเป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมสนับสนุนให้โรงเรียนรวมกลุ่มสร้างเครือข่าย รวมถึงใช้มหาวิทยาลัยหรือผู้เชี่ยวชาญเป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาในการพัฒนา ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าพื้นที่นวัตกรรมไม่มีการดำเนินงาน แต่เป็นเพราะขาดการประชาสัมพันธ์ยังไม่ได้ถูกนำมาเผยแพร่สู่สาธารณะมากพอ จึงทำให้หลายฝ่ายมองว่าภาพว่าการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเงียบไป






