เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการยานนาเวศ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “โครงการอบรมการสร้างวิดีโอสื่อการสอนด้วย AI + AI-Powered Content” เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลและกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบให้แก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม 91 คน ในการนี้ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “AI-Enhanced GPAS 5 Steps พลิกโฉมการสอน สร้างพลังการคิด พัฒนาผู้เรียนสู่อนาคต” โดย ดร.ศักดิ์สิน กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2569 ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อีกต่อไป แต่โจทย์สำคัญของการศึกษาคือ จะใช้ AI อย่างไรให้ผู้เรียนฉลาดคิด ไม่ใช่เก่งคัดลอก ทั้งนี้ การนำ AI เข้ากับกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps โดยกำหนดบทบาทของ AI ให้เป็น “คู่คิดประลองปัญญา” (Thinking Partner) ซึ่ง AI จะช่วยลดเวลาในการสืบค้นและประมวลผลข้อมูลเชิงสถิติและข้อเท็จจริงในขั้น Gathering & Processing เพื่อเปิดพื้นที่ให้ครูและนักเรียนมีเวลามากขึ้น ซึ่งการเรียนรู้แบบ Active Learning จะเป็นการคิดวิเคราะห์ วางแผน ออกแบบ ลงมือปฏิบัติ และร่วมกันสร้างนวัตกรรม

S__61497428_0-300x225 พว.เปิดโมเดล “AI-Enhanced GPAS 5 Steps” ปั้นเด็กคิดเป็น ไม่ใช่เก่งลอก ด้าน “เตรียมพัฒน์ฯ ยานนาเวศ” หนุนขยายผลพลิกครูเป็นโค้ช ปั้นเด็กคิดเป็น–ทำเป็น–แก้ปัญหาเป็น

ดร.ศักดิ์สิน กล่าวต่อไปว่า  โมเดล AI-Enhanced GPAS 5 Steps ยังมุ่งทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำด้วยแนวคิดพหุปัญญา (Multiple Intelligences) โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นสะพานเชื่อมให้เด็กทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพตามความถนัด ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการ ศิลปะ เทคโนโลยี หรือดนตรี และใช้ AI สนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงานระดับมืออาชีพ เพื่อต่อยอดไปสู่เส้นทางอาชีพในอนาคต ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการสร้างทักษะการกำกับตนเอง (Self-Regulation) ผ่านการบันทึกสะท้อนคิดในรูปแบบดิจิทัล (Digital Journaling) เพื่อให้ผู้เรียนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีวิจารณญาณและมีจิตสาธารณะต่อชุมชนด้วย

S__61497431_0-300x225 พว.เปิดโมเดล “AI-Enhanced GPAS 5 Steps” ปั้นเด็กคิดเป็น ไม่ใช่เก่งลอก ด้าน “เตรียมพัฒน์ฯ ยานนาเวศ” หนุนขยายผลพลิกครูเป็นโค้ช ปั้นเด็กคิดเป็น–ทำเป็น–แก้ปัญหาเป็น

“สำหรับการอบรมครั้งนี้ ครูจะได้ลงมือปฏิบัติจริงผ่าน 6 โมดูล ตั้งแต่การทำความเข้าใจภูมิทัศน์ AI และกระบวนการผลิตคอนเทนต์ การเขียนพรอมต์ (Prompt) การใช้ AI วิเคราะห์เนื้อหาและสร้างสคริปต์กับสตอรีบอร์ด (Script–Storyboard) การผลิตภาพ ตัวละคร ฉาก แอนิเมชัน และเสียงประกอบวิดีโอ ไปจนถึงการสร้าง AI-Powered Content ที่เปลี่ยนผู้เรียนจาก “ผู้รับชม” (Passive Learner) เป็นผู้มีส่วนร่วม (Active Learner) และ ช่วงสุดท้ายเป็น Final Production Challenge ให้ผู้เข้าอบรมผลิตสื่อการสอนดิจิทัลขนาดสั้น หรือ Mini Learning Content โดยต้องอ้างอิงองค์ความรู้และศาสตร์พระราชาอย่างเทิดทูนและถูกต้องตามหลักวิชาการ”ดร.ศักดิ์สินกล่าวและว่า การอบรมครั้งนี้สะท้อนมิติใหม่ของการพัฒนาวิชาชีพครูในปี 2569 ที่ไม่ได้มุ่งให้ครูเพียง ใช้ AI เป็น แต่ต้องสามารถนำ AI มาใช้ภายใต้การควบคุมของความคิดและหัวใจของมนุษย์ เพื่อ ลดภาระครู พลิกห้องเรียนจากการรับความรู้สู่การลงมือคิดและสร้างสรรค์ และพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

S__61497430_0-300x225 พว.เปิดโมเดล “AI-Enhanced GPAS 5 Steps” ปั้นเด็กคิดเป็น ไม่ใช่เก่งลอก ด้าน “เตรียมพัฒน์ฯ ยานนาเวศ” หนุนขยายผลพลิกครูเป็นโค้ช ปั้นเด็กคิดเป็น–ทำเป็น–แก้ปัญหาเป็น

ด้าน นายประวิทย์ มิ่งขวัญ ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการยานนาเวศ กล่าวว่า การนำโมเดล “AI-Enhanced GPAS 5 Steps” มาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ว่า ถือเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์การศึกษาในยุค AI เพราะไม่ได้มุ่งให้ครูและนักเรียนเพียงรู้จักใช้เทคโนโลยี แต่เป็นการนำ AI มาเสริมกระบวนการเรียนรู้และการคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้ คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น การอบรมครั้งนี้ทำให้ครูมีความรู้ ความเข้าใจ และมั่นใจมากขึ้นในการนำ AI ไปใช้กับกระบวนการ GPAS 5 Steps อย่างถูกต้อง โดยบทบาทของครูจะเปลี่ยนจากผู้ถ่ายทอดความรู้เพียงฝ่ายเดียว ไปสู่การเป็น “โค้ช” ที่ออกแบบการเรียนรู้ ตั้งคำถาม กระตุ้นการคิด และช่วยให้นักเรียนสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือในการพัฒนาการเรียนรู้ ไม่ใช่ปล่อยให้ AI คิดหรือทำงานแทน

“ที่ผ่านมาโรงเรียนได้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนและนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และยิ่งได้รับการอบรมครั้งนี้เชื่อว่าจะทำให้โรงเรียนมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเติมเต็มความรู้และแสดงให้เห็นถึงวิธีนำ AI ไปใช้กับกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ จึงคาดว่าในปีการศึกษาหน้าและปีต่อ ๆ ไป จะสามารถขยายผล AI-Enhanced GPAS 5 Steps ไปสู่การจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เพราะจุดเด่นของโมเดลดังกล่าว คือ การนำ AI เข้ามา “เสริม” กระบวนการ GPAS 5 Steps ตั้งแต่การรวบรวมและคัดกรองข้อมูล การคิดวิเคราะห์และประมวลผล การลงมือปฏิบัติและสร้างองค์ความรู้ การสื่อสารและนำเสนอ ไปจนถึงการประเมินและกำกับตนเอง ทำให้นักเรียนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความรู้ แต่ต้องมีส่วนร่วมในการคิด ลงมือทำ ตรวจสอบข้อมูล และแก้ปัญหาด้วยตนเอง”นายประวิทย์กล่าวและว่า ถึงเวลาที่ทุกโรงเรียนควรตื่นตัวและเรียนรู้การใช้ AI อย่างจริงจัง เนื่องจากภาคเอกชนและหลายประเทศได้นำ AI ไปใช้ประโยชน์แล้ว

S__61497429_0-300x225 พว.เปิดโมเดล “AI-Enhanced GPAS 5 Steps” ปั้นเด็กคิดเป็น ไม่ใช่เก่งลอก ด้าน “เตรียมพัฒน์ฯ ยานนาเวศ” หนุนขยายผลพลิกครูเป็นโค้ช ปั้นเด็กคิดเป็น–ทำเป็น–แก้ปัญหาเป็น

ผอ.รร.เตรียมอุดมพัฒนาการ ยานนาเวศ กล่าวด้วยว่า แม้ปัจจุบันครูจะได้ยินเรื่อง AI กันอย่างกว้างขวาง แต่สิ่งที่ยังขาดคือ ผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยต่อยอดจาก “รู้จัก AI” ไปสู่ “ใช้ AI เพื่อจัดการเรียนรู้ได้จริง” ซึ่งการอบรมโมเดล AI-Enhanced GPAS 5 Steps ช่วยให้ครูเห็นกระบวนการและมีความมั่นใจในการนำไปใช้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโมเดลและระบบการเรียนรู้ดังกล่าวเป็นผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติแล้ว จึงเห็นว่าควรนำไปขยายผลให้กว้างขวาง เพื่อยกระดับห้องเรียนให้ก้าวทันยุค AI เพราะ หัวใจของ “AI-Enhanced GPAS 5 Steps” ไม่ใช่การให้ AI มาแทนครูหรือคิดแทนนักเรียน แต่เป็นการใช้ AI “เสริมพลังการคิด” ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นระบบ โดยครูทำหน้าที่โค้ช ขณะที่นักเรียนยังคงเป็นเจ้าของกระบวนการคิด ลงมือทำ และแก้ปัญหาด้วยตนเอง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here