เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติสถานศึกษาอาชีวศึกษาที่ผ่านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (Integrity & Transparency Assessment : ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา แผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและเกียรติบัตรแก่สถานศึกษาที่ผ่านเกณฑ์ ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ
นายยศพล กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้ง 272 แห่ง ที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ITA ด้วยคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 85 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นต้นแบบที่ดีให้กับสถานศึกษาอื่น ๆ โดยกิจกรรมนี้เป็นการดำเนินงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยนำเครื่องมือ ITA มาประยุกต์ใช้กับสถานศึกษาอาชีวศึกษาให้เหมาะสม ครอบคลุมทั้งการวัดผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน การวัดผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก และการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งด้านธรรมาภิบาลในสถานศึกษาอาชีวศึกษาอย่างต่อเนื่อง สร้างระบบบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ทนต่อการทุจริตในสถานศึกษาอาชีวศึกษา ให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและปลอดการทุจริตในทุกมิติ สอดคล้องกับบริบทการจัดการศึกษาอาชีวศึกษา
“การขับเคลื่อนคุณธรรมและความโปร่งใสในสถานศึกษา ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการ แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม และเป็นรากฐานสำคัญในการผลิตกำลังคนอาชีวะที่มีคุณภาพ ควบคู่คุณธรรม ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน” เลขาธิการ กอศ. กล่าว


เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) และ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกำแพงเพชร จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเดินหน้าลดภาระทางการเงินให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างจริงจัง โดยความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญภายใต้นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตครูให้ “สอนอย่างมีความสุข” โดยสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านสวัสดิการครูได้ผนึกกำลังกับสหกรณ์ฯ ซึ่งมีสมาชิกเป็นครูโดยตรง เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาอย่างตรงจุด โดยมี ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. และ ดร.รมย์ พะโยม ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกำแพงเพชร จำกัด ร่วมลงนามเพื่อผลักดันภารกิจช่วยเหลือครูให้หลุดพ้นจากวงจรหนี้สิน
ดร.พีระพันธ์ กล่าวว่า สกสค. และ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกำแพงเพชร เห็นพ้องว่าการแก้หนี้สินครูไม่ใช่แต่เพียงการ “ลดภาระ” แต่ต้อง “สร้างภูมิคุ้มกัน” ทางการเงินควบคู่กัน จึงได้เกิดเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและองค์กรของครู เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา สาระสำคัญของความร่วมมือ มุ่งเน้น 3 ด้านหลัก คือ 1.การให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2.การส่งเสริมการออมและสวัสดิการที่เหมาะสม และ3.การให้คำปรึกษาทั้งด้านการเงินและกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน
นางอาทิตยา กล่าวว่า ในที่ประชุมได้มีการพิจารณาร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานภาคี พร้อมวาง roadmap การดำเนินงานระยะ 3 ปีต่อเนื่อง ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาผ่าน 3 โครงการย่อย ได้แก่ โครงการส่งเสริมการอ่านอย่างมีวิจารณญาณผ่านหนังสือภาพ (Picture Book): ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) เพื่อสร้างรากฐานการคิดวิเคราะห์ตั้งแต่ระดับอนุบาล – ประถมศึกษาตอนต้น


ดร.พิเชฐ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือนโยบายสำคัญเพื่อเดินหน้ายกระดับการศึกษาไทย โดยมีผู้อำนวยการเขตตรวจราชการเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อรับฟังข้อเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแนวทางที่สำนักงบประมาณกำหนด รวมถึงประเด็นสำคัญอื่นๆ เช่น การบริหารงานบุคคล การสอบครูผู้ช่วย มาตรการ/แนวทางการดูแลและส่งเสริมด้านความปลอดภัยให้กับนักเรียน เป็นต้น
ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้มอบหมายให้ ผศ.ดร.พลรพี ทุมมาพันธ์ รองเลขาธิการคุรุสภา เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการในการดำเนินงานอบรมหลักสูตรมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูภาคภาษาจีนกับสมาคมครูจีน (ประเทศไทย) โดยมีดร.วรรณา ลอลือเลิศ นายกสมาคมครูจีน (ประเทศไทย) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สมาคมครูจีน (ประเทศไทย) และคณะผู้บริหารและพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาสภา เข้าร่วมในพิธี โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภากับสมาคมครูจีน (ประเทศไทย)ได้กำหนดระยะเวลาความร่วมมือเป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 – มีนาคม 2572 โดยคุรุสภาจะสนับสนุนบทเรียนและสื่อประกอบที่เกี่ยวข้องในหลักสูตรอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู จำนวน 7 หน่วยการเรียนรู้ และสนับสนุนแพลตฟอร์มสำหรับใช้ในการจัดอบรมหลักสูตรอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู จำนวน 7 หน่วยการเรียนรู้ ภาคภาษาจีน รวมทั้งสนับสนุนและดำเนินการอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูสำหรับครูที่ใช้ภาษาจีน ส่วนสมาคมครูจีนก็จะดำเนินการแปลบทเรียนและสื่อประกอบที่เกี่ยวข้องในหลักสูตรการอบรม และประสานงานกับหน่วยงานในประเทศจีน และสนับสนุนบุคลากรในการแปลบทเรียนและสื่อประกอบที่เกี่ยวข้อง












