
ที่กระทรวงศึกษาธิการ — วันที่ 14 พ.ค.2569 เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่ เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์ และภาคีเครือข่ายด้านเด็กและเยาวชนกว่า 60 คน รวมตัวเข้าพบ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแสดงจุดยืนผลักดัน “สถานศึกษาปลอดบุหรี่ไฟฟ้า 100%” พร้อมยื่น 4 ข้อเสนอเร่งด่วนปกป้องเด็กและเยาวชนไทยจากภัยบุหรี่ไฟฟ้า หลังสถานการณ์ระบาดในกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาน่าวิตก โดยเฉพาะการขายผ่านออนไลน์ที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และแพร่กระจายหนักผ่านโซเชียลมีเดีย

นางฐาณิชชา ลิ้มพานิช ประธานเครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่ เปิดเผยว่า ข้อมูลการสำรวจการบริโภคยาสูบของเยาวชนไทย (GYTS) ปี 2565 ของกรมควบคุมโรค พบว่า เด็กอายุ 13-15 ปี ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 5.3 เท่า จาก 3.3% ในปี 2558 เป็น 17.6% ในปี 2565 ขณะที่ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มจาก 78,742 คน ในปี 2564 เป็น 900,459 คน ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 11 เท่า สะท้อนปัญหาที่กำลังรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าภาครัฐจะมีมาตรการเข้มงวด และมีกฎหมายห้ามนำเข้า ครอบครอง และจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างชัดเจน แต่ปัญหาสำคัญยังอยู่ที่ “ตลาดออนไลน์” ซึ่งยังเป็นช่องโหว่ใหญ่ที่ทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะการขายผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และโซเชียลมีเดีย

ด้าน น.ส.ศุภัทรา ภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า จากผลเฝ้าระวังของสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่าย ในช่วงไตรมาสแรกปี 2569 พบการขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านออนไลน์มากถึง 83 ช่องทาง แบ่งเป็นเว็บไซต์ 54 ช่องทาง และบัญชีผ่านแอปพลิเคชันอีก 29 บัญชี นอกจากนี้ ยังพบการโฆษณาผ่านกลุ่มปิดบนเฟซบุ๊ก 44.8% ผ่าน X หรือ Twitter 34.5% และ Instagram 20.7% โดยใช้ Micro Influencers สร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้บุหรี่ไฟฟ้า พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านภายใน 180 นาที

ขณะที่ นายบดินทร์ชัย บุญปก แกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และอดีตผู้เคยใช้บุหรี่ไฟฟ้าจนเสียโอกาสสอบเข้ารับราชการตำรวจจากปัญหาสุขภาพ กล่าวว่า เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก วันที่ 31 พฤษภาคม นี้ ทางเครือข่ายขอยื่นข้อเสนอ 4 ข้อสำคัญต่อกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ สนับสนุนมาตรการสถานศึกษาปลอดบุหรี่ไฟฟ้า 100% ให้ทุกโรงเรียนใช้วันปฐมนิเทศและประชุมผู้ปกครองสร้างความรู้เท่าทันพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า ส่งเสริมบทบาทผู้ปกครองและชุมชนร่วมกันเฝ้าระวัง รวมถึงยืนยันให้บุหรี่ไฟฟ้ายังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายต่อไป เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไทยจากการตกเป็น นักสูบหน้าใหม่ ในอนาคต

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังรับหนังสือจาก แกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงว่า จากการได้รับฟังรายงาน ได้มองเห็นโทษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างมาก และจากที่ตนได้รับมอบหมายจากนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ดูแล ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะดูเรื่องความปลอดภัยต่าง ๆ ของเด็ก เยาวชนและบุคลากรทางการศึกษา ขอยืนยันว่าจะทำให้พื้นที่ของเด็กและเยาวชนเป็นที่เซฟโซนที่ไม่ใช่แค่เรื่องของจิตใจแต่รวมถึงเรื่องของสุขภาพด้วย โดยหลังจากนี้กระทรวงศึกษาธิการจะออกแนวมาตรการให้ครูช่วยปรามเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้าด้วย และให้ทุกโรงเรียนสามารถใช้มาตรการเด็ดขาดได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องผิดกฎหมายเกี่ยวข้องกับสุขภาพของเด็กและเยาวชน ซึ่งเราจะไม่ปล่อยไว้ ยืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการจะเข้มงวดเรื่องนี้ให้มากขึ้น โดยตนจะประสานกับทาง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักนายกรัฐมนตรี และ กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยดูแลเรื่องนี้อย่างเข้มงวด

“การที่บุหรี่ไฟฟ้าเข้าถึงเด็กและเยาวชน ทำให้ส่งผลกระทบหลายอย่าง สุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญมากคนที่ไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้าก็ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย สถานศึกษาซึ่งถือเป็นพื้นที่เซฟโซนจะต้องไม่ปล่อยผ่าน ขอให้ทุกท่านสบายใจได้กระทรวงศึกษาธิการจะเข้มงวดกับเรื่องนี้ ทุกโรงเรียนก็ต้องเข้มงวดกับเรื่องนี้ และขอย้ำกับผู้ปกครองว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ถ้าไม่ดูแลลูกหลานเมื่อกระทำผิด ผู้ปกครองก็ต้องรับผิดชอบ”นายอัครนันท์กล่าว


รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)กรุงเทพ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะบริหารธุรกิจ มทร.กรุงเทพ นำโดย ผศ.ชูพรรค แพงไธสง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ พร้อมด้วย ผศ.ดร.นิติรัฐ มาลีวัตร รองคณบดีฝ่ายบริหาร และนายแวววิเชียร ม่วงคง เจ้าหน้าที่ชำนาญการฝ่ายวิชาการ ได้เข้าพบดร.ปรารถนา ศรีสุข ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยโกลบอลบริหารธุรกิจ (TGBC) เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการจัดทำหลักสูตรความร่วมมือภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership) อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการหารือเพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และวางกรอบความร่วมมือทางวิชาการ ทั้งในระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา โดยเน้นการเชื่อมโยงศักยภาพของทั้งสองสถาบัน เพื่อสร้างเส้นทางการศึกษาแบบไร้รอยต่อจากระดับสายอาชีพสู่ระดับอุดมศึกษา ที่จะรองรับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล

ดร.




เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) มอบหมายให้ ดร.โยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดี สกร.เข้าพบ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ณ สำนักงานองคมนตรี ทำเนียบองคมนตรี พระราชอุทยานสราญรมย์ เพื่อนำเสนอแนวทางการดำเนินงานด้านการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้และมีอาชีพอย่างยั่งยืน









