เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)เปิดเผยว่า ด้วยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และสถาบันการเงินกว่า 19 แห่ง จะจัดงาน “มหกรรมแก้หนี้สินครัวเรือน และยุติธรรมพบประชาชน ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “ร่วมใจแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม เพื่อคุณภาพชีวิตครูไทย”ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาสิทธิและช่วยเหลือพี่น้องข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีปัญหาหนี้สิน หรือต้องการปรับโครงสร้างหนี้ (ลดดอกเบี้ย/ขยายเวลาชำระ) ตนจึงได้ขอความร่วมมือไปยังผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตพื้นที่ ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้คุณครูในสังกัดได้รับทราบและเข้าร่วมงานตามกำหนดการในแต่ละภูมิภาค
รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวว่า สำหรับตารางจัดงานมีดังนี้ จังหวัดเชียงราย (กลุ่มภาคเหนือตอนบน 2) วันที่ 3-4 เม.ย. 2569 ณ โรงแรมเฮอริเทจ จังหวัดขอนแก่น (กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)วันที่ 17-18 เม.ย.2569 ณ โรงแรมอวานี และ จังหวัดเชียงใหม่ (กลุ่มภาคเหนือตอนบน 1)วันที่ 24-25 เม.ย.2569 ณ โรงแรมแกรนด์วิว ทั้งนี้ผู้ที่สนใจขอให้เตรียมบัตรประชาชนและเอกสารหนี้สินไปด้วย โดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ สายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ ไฮไลท์สำคัญสำหรับครู จะเป็นเรื่องการไกล่เกลี่ยหนี้ทั้งก่อนฟ้องและหลังคำพิพากษา คลินิกแก้หนี้ครูโดยเฉพาะ และปรึกษากฎหมายฟรี


เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อมด้วย ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการ กพฐ.และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2–3 เมืองทองธานี โดย ดร.พิเชฐ กล่าวว่า วันนี้โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้จัดการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประจำปีการศึกษา 2569 ซึ่งปีนี้มีผู้เข้าสอบจำนวน 13,895 คน จากทุกภูมิภาคของประเทศ สามารถรับนักเรียนได้จำนวน 1,520 คน คิดเป็นอัตราการแข่งขัน 1 : 9.14 แบ่งเป็น 8 แผนการเรียน ได้แก่ แผนการเรียนวิทยาศาสตร์–คณิตศาสตร์ รับจำนวน 1,000 คน ผู้สมัคร 10,220 คน / แผนการเรียนภาษา–คณิตศาสตร์ รับ 120 คน ผู้สมัคร 1,245 คน / แผนการเรียนภาษา–ฝรั่งเศส รับ 80 คน ผู้สมัคร 431 คน / แผนการเรียนภาษา–เยอรมัน รับ 80 คน ผู้สมัคร 387 คน / แผนการเรียนภาษา–ญี่ปุ่น รับ 80 คน ผู้สมัคร 466 คน / แผนการเรียนภาษา–จีน รับ 80 คน ผู้สมัคร 668 คน / แผนการเรียนภาษา–สเปน รับ 40 คน ผู้สมัคร 228 คน และแผนการเรียนภาษา–เกาหลี รับ 40 คน ผู้สมัคร 250 คน
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมสนามสอบในวันนี้ พบว่า ภาพรวมการจัดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีการบริหารจัดการสถานที่สอบที่เมืองทองธานีอย่างเป็นระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักเรียนและผู้ปกครอง พร้อมเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญและกำชับให้การจัดสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมกันสำหรับนักเรียนทุกคน ดังนั้น ขอให้ผู้ปกครองและนักเรียนทุกคนมั่นใจว่า สพฐ. มีที่เรียนเพียงพอสำหรับเด็กทุกคน ตามนโยบายของ สพฐ. โดยมุ่งเน้นการกระจายโอกาสและรักษามาตรฐานทางการศึกษา เพื่อปั้นเยาวชนให้มีความรู้คู่คุณธรรมในอนาคต
ทั้งนี้ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จะประกาศผลสอบภายในวันที่ 17 มีนาคม นี้ สำหรับนักเรียนที่พลาดโอกาสในครั้งนี้ สามารถสมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อชั้น ม.4 ในรอบการสอบห้องเรียนปกติของโรงเรียนทั่วประเทศได้






เมื่อวันที่ 2 มีนาคม นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 81 ปี วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา 2 มีนาคม ได้พิธีประกาศเกียรติคุณยกย่องครูผู้เสียสละ และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ โดยมอบรางวัล “ครูถิรคุณ” แด่ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ซึ่งมี นายเจษฎา สินสโมสร สามี เป็นผู้รับมอบ และมอบรางวัล “ครูถิรคุณ” แก่ คณะผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่ธุรการ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ได้แก่ นายคมคาย แก้วพรหม น.ส.สุวรรณา รัตนบุรี รองผู้อำนวยการโรงเรียน นางสาวขนิษฐา เครือวัลย์ ครู และ นางทิพวรรณ เพชรหนู เจ้าหน้าที่ธุรการ ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง รอบคอบ และเปี่ยมด้วยความรับผิดชอบสูงสุด
“รางวัลครูถิรคุณ มิได้เป็นเพียงโล่ประกาศเกียรติคุณ หากแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งการเชิดชูเกียรติคุณ ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความมั่นคงในจิตวิญญาณแห่งวิชาชีพครู อันเป็นคุณค่าที่สังคมไทยให้ความเคารพยกย่องอย่างสูงสุด ซึ่งทุกท่านได้แสดงออกโดยมิได้คำนึง ถึงความปลอดภัยของตนเอง หากแต่คำนึงถึงชีวิตและความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ยืนหยัดปกป้องนักเรียนและบุคลากรด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครูอย่างแท้จริง แม้ต้องประสบอันตรายถึงชีวิตการกระทำของท่านสะท้อนให้เห็นถึงความหมายอันลึกซึ้งของคำว่า “ครู” ผู้เป็นทั้งผู้นำ ผู้เสียสละ และผู้พิทักษ์ศิษย์อย่างแท้จริง เกียรติคุณและความดีงามของท่านจะคงอยู่ในความทรงจำของวงการศึกษาไทยตราบนานเท่านาน“ นายองอาจ กล่าว
หลังจากนั้น รมช.ศธ. ได้มอบรางวัลผู้มีคุณูปการต่อสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จำนวน 30 คน รางวัลผู้บริหารภารกิจคุรุสภา ส่วนภูมิภาค ดีเด่น จำนวน 17 คน รางวัลผู้บริหารการศึกษาที่ส่งเสริม สนับสนุนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาดีเด่น ประจำปี 2568 จำนวน 34 คน และรางวัล “คนดี ศรีคุรุสภา” จำนวน 8 คน เพื่อเป็นการยกย่องแก่ผู้สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา รวมทั้งเป็นกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน
ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า นับตั้งแต่จัดตั้งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2488 ถึงปัจจุบัน การดำเนินงานของคุรุสภาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่กำหนดมาตรฐานและควบคุมวิชาชีพครูเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยสร้างครูที่มีคุณภาพ ซึ่งงานในวันนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการสืบทอดประวัติศาสตร์และเจตนารมณ์ของการจัดตั้งคุรุสภาให้เป็นสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มุ่งมั่นดำเนินการด้านการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ และจรรยาบรรณของวิชาชีพให้มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบวิชาชีพและสังคม
“ก้าวต่อไปของคุรุสภาจะมุ่งมั่นพัฒนาและขับเคลื่อนพันธกิจเพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ และพัฒนาวิชาชีพ ให้เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับในระดับสากลพร้อมพัฒนาศักยภาพ “ครูยุคใหม่” ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมและจรรยาบรรณของวิชาชีพ มีจิตวิญญาณความเป็นครู เพื่อสร้างคนดี คนเก่ง มีคุณธรรม และพัฒนาการศึกษาไทยให้มั่นคง และยั่งยืนสืบไป” เลขาธิการคุรุสภากล่าว.
ในโอกาสอันทรงเกียรตินี้ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้รับการคัดเลือกเป็น “ศิษย์เก่าดีเด่น” คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จากผลงานอันเป็นคุณูปการต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “ผู้นำที่สร้างโอกาสทางการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม” โดยตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ ได้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา อาทิ การผลักดันโครงการ DOLE Zero Dropout เพื่อลดปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยพัฒนาระบบติดตาม ดูแล และสนับสนุนให้กลับเข้าสู่การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ และศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงทักษะที่จำเป็นในยุคดิจิทัล
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะการบูรณาการความร่วมมือกับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน การสนับสนุนการจัดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอาชีพให้กับนักเรียนในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ทุรกันดาร รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนบนพื้นที่สูง เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างศักยภาพเยาวชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน




