เมือวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้หารือทวิภาคีร่วมกับ นายหวย จิ้นเผิง (H.E. Mr. Huai Jinpeng) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมระดับโลกด้านการศึกษาดิจิทัล ประจำปี 2569 (2026 World Digital Education Conference : WDEC 2026) ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
นายประเสริฐ กล่าวชื่นชมการบริหารงานของรัฐมนตรีจีน ที่นำพื้นฐานด้านวิศวกรรมมาขับเคลื่อนการศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยฝ่ายไทยได้เสนอนโยบายปฏิรูปการศึกษา 5 ด้านหลัก ที่เน้นการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท การปรับปรุงหลักสูตรด้วยดิจิทัล และการสร้างทักษะแห่งอนาคต เช่น AI, Coding และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมเน้นย้ำความประสงค์ที่จะขยายผลโครงการ Luban Workshop ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วไทย เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมจีนในไทย รวมทั้งการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการเรียนภาษาจีนในอาเซียน พร้อมยกระดับมาตรฐานการสอบ HSK และพัฒนาศักยภาพครูไทยให้มีความเชี่ยวชาญสูงขึ้น
นายหวย จิ้นเผิง ได้แสดงความชื่นชมในประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐมนตรีไทย พร้อมเน้นย้ำว่า AI และเทคโนโลยีสมัยใหม่ คือหัวใจสำคัญของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ช่วยสร้างบุคลากรคุณภาพสูง รวมทั้งยินดีแบ่งปันโมเดลความสำเร็จด้านอาชีวะของมหาวิทยาลัย Shenzhen Polytechnic University ที่ร่วมมือกับภาคเอกชนใหญ่ อาทิ Huawei, BYD และ Tencent เพื่อสร้างบุคลากรให้ตรงจุด พร้อมเสนอให้ทั้งสองประเทศจัดทำกรอบความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อประสานงานระหว่างหน่วยงานระดับกรมให้ชัดเจน รวมทั้งการทำ MOU ด้าน AI พร้อมสนับสนุนด้านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้วย


เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ครูจวง ปารมี ไวจงเจริญ ดร.รวีภัทร์ จิรศักดิ์วัฒนา คณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย และ เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีอดีตครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดลพบุรีล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน เพื่อหาข้อสรุปและปิดจ๊อบปัญหาที่ค้างคามานานกว่า 2 ปี ให้จบสิ้นภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ติดตามด้วยตนเองเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา
นายอัครนันท์ เปิดเผยว่า จากการรับฟังความทุกข์ใจของครอบครัวผู้เสียหายที่ต้องเผชิญความกังวลมาอย่างยาวนาน ตนมองว่าเงินเยียวยาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเทียบได้กับความเสียหายทางจิตใจที่เด็กได้รับ เมื่อโรงเรียนเกิดข้อบกพร่องในการปกป้องเด็ก กระทรวงศึกษาธิการในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลจะต้องทำหน้าที่เป็น “ร่ม” ให้กับครอบครัวแทนโรงเรียน โดยตนได้สั่งการให้ สช. ปรับปรุงมาตรการตรวจสอบจรรยาบรรณครูอย่างเข้มข้น และกำชับให้ทุกโรงเรียนติดตั้งกล้องวงจรปิดในมุมอับเพื่อป้องกันเหตุอย่างเด็ดขาด
”ผมยอมรับว่าที่ผ่านมากระทรวงฯ อาจมีความหละหลวมในการสั่งการ แต่ต่อจากนี้เราจะเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด โดยในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ผมจะเปิด ‘ศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและสวัสดิภาพ’ อย่างเป็นทางการ เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานภายในกระทรวงฯ เข้าด้วยกัน ขอยืนยันว่าเราจะไม่ทอดทิ้งเด็ก และจะติดตามการเยียวยาสภาพจิตใจร่วมกับ พม. อย่างต่อเนื่องจนกว่าน้องจะกลับมาเข้มแข็ง” รมช.ศึกษาธิการกล่าวและว่า สำหรับกลไกของศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ตนได้วางระบบการทำงานไว้ 3 มิติหลัก เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ได้แก่ 1. ระบบป้องกันการเกิดเหตุ โดยการสร้างความตระหนักรู้ให้บุคลากรเคารพสิทธิเด็ก เลิกใช้ระบบอำนาจนิยมในโรงเรียน รวมทั้งวางระบบแนะแนวดูแลสุขภาพจิตที่มีประสิทธิภาพ 2. ระบบรับแจ้งเหตุที่ทันสมัย โดยจะนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มอย่าง Traffy Fondue มาใช้เพื่อให้เด็กและผู้ปกครองร้องเรียนตรงมายังศูนย์ฯ ได้ทันที ลดปัญหาการไกล่เกลี่ยหรือปิดข่าวกันเองภายในโรงเรียน และ 3. ระบบการเยียวยา ทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างจริงจัง
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “ส่งเสริมเครือข่ายและการเตรียมความพร้อมก้าวสู่การศึกษาต่อของผู้มีสิทธิ์รับทุน ODOS ไปต่างประเทศ” ณ ห้องประชุมพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ และครูจวง ปารมี ไวจงเจริญ ดร.รวีภัทร์ จิรศักดิ์วัฒนา ร่วมในพิธี และ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมให้โอวาทผ่านระบบออนไลน์ (Zoom)
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนทุนทั้ง 2,445 คน สิ่งสำคัญของการไปศึกษาต่อต่างประเทศ นอกเหนือจากความเก่ง คือ การเป็นพลเมืองที่ดี ขอให้ทุกคนทำหน้าที่เสมือนทูตวัฒนธรรม นำเสน่ห์ความเป็นไทยไปเผยแพร่ พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมสากล สร้างเครือข่ายมิตรภาพด้วยการเป็น “ผู้ให้” และตั้งใจนำองค์ความรู้ระดับโลกกลับมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป
ด้าน นายอัครนันท์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้ผมมาเปิดงาน มาพบปะเยาวชนกลุ่ม “ช้างเผือก” และความหวังของชาติในโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ หรือ ทุน ODOS โครงการนี้ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ผลักดันอย่างเต็มกำลังมาตั้งแต่รัฐบาลของอดีตนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสให้เด็กไทยเข้าถึงการศึกษาในระดับสูง โดยเฉพาะสาขาเทคโนโลยีและ STEM

อธิบดี สกร. กล่าวต่อไปว่า หลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567 เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-based) ที่มุ่งเน้นการคิดเป็น การสื่อสาร การจัดการตนเอง และการเป็นพลเมือง แตกต่างจากหลักสูตรเดิมที่อิงมาตรฐานหรือตัวชี้วัด (Standard-based) โดยยึดแนวคิด New Skill – Reskill – Upskill และ Learn to Earn เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้จริงในโลกยุคดิจิทัล ที่ผ่านมา สกร.ได้ทดลองนำร่องหลักสูตรดังกล่าวใน 10 จังหวัด เป็นระยะเวลา 1 ปี ก่อนขยายผลเพิ่มเติมอีก 12 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 22 จังหวัด และ 1 สถาบันการศึกษาทางไกล เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนขยายใช้ทั่วประเทศในปี 2570
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนา อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา “กิจกรรมเสริมสร้างความรู้การบริหารงานบุคคล” เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้ง 8 เขตในจังหวัดนครราชสีมา โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 230 คน ณ ห้องประชุมเขาใหญ่ สพป.นครราชสีมา เขต 4 โดย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวเน้นย้ำถึงนโยบายสำคัญ 2 ด้านต่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ว่า การคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพผ่านกระบวนการที่เข้มข้น และการสอบคัดเลือกที่โปร่งใสและยุติธรรม โดยประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยินยอมให้มีการทุจริตหรือรับผลประโยชน์ในกระทรวงโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะในการเปิดสอบครูผู้ช่วยที่กำลังจะมีขึ้น ซึ่งได้วางมาตรการป้องกันและตรวจสอบอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้บุคลากรที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า สำหรับนโยบายเร่งด่วนด้านความปลอดภัย โดยจัดสรรงบประมาณปี 2569–2570 เพื่อเร่งซ่อมแซมอาคารเรียนและระบบไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพ ควบคู่กับการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ์เพื่อดูแลบุคลากรและนักเรียน พร้อมมอบ รมช.ศึกษาธิการ เป็นผู้รับผิดชอบหลัก พร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนแบบไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อรับทราบปัญหาและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ส่วนประเด็นชุดลูกเสือขอย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องซื้อชุดเต็มรูปแบบ เพียงหมวกและผ้าพันคอสวมทับชุดนักเรียนหรือชุดพละก็เพียงพอ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ยกเว้นลูกเสือกองเกียรติยศที่ต้องแต่งกายตามระเบียบ พร้อมเดินหน้าโครงการ Smart Room ที่นำ AI มาช่วยจัดการเรียนการสอน และแนวคิด Cloud Kitchen หรือครัวกลาง เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับห้องเรียนได้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการและคณะยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลงานนวัตกรรมทางการศึกษา และติดตามความเรียบร้อยของการรับสมัครสอบครูผู้ช่วย เพื่อกำชับให้กระบวนการสรรหาเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และปราศจากการทุจริตในทุกขั้นตอน โดยมุ่งหวังให้ อ.ก.ค.ศ. ทุกเขตพื้นที่เป็น “กลไกขับเคลื่อนคุณภาพ” ในเชิงยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์การพัฒนาการศึกษาในแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสำคัญที่ว่า “ครูมีความสุข นักเรียนมีอนาคตที่สดใส” อย่างยั่งยืน
หยอก หยอก วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 *** 








นายประเสริฐ กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้ได้เชิญผู้แทนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มาร่วมเวิร์กชอปและหารือร่วมกัน มีทั้งผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนจาก วุฒิสภา ส.ส. ตัวแทนพรรคการเมืองทุกพรรค ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น การศึกษาเอกชน การศึกษาพิเศษ และนักวิชาการ รวมถึงมีการประชุมผ่านระบบออนไลน์ด้วย เพื่อรับฟังความคิดเห็น และเปิดโอกาสให้คนที่มาประชุมไม่ทันวันนี้ สามารถนำเสนอข้อความที่เป็นเอกสารเข้ามาได้ในช่วงเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ แต่เดิมเราได้กำหนดกรอบไว้ 3 ทางเลือก คือ 1 ยืนยันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… ซึ่งเคยเข้า ครม.ไปแล้ว แต่มีเหตุ ต้องหยุดการพิจารณา เนื่องจากยุบสภา ทางเลือกที่ 2 คือ นำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 มาแก้ไขปรับปรุงใหม่ และ ทางเลือกที่ 3 ยกร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ขึ้นมาใหม่ ซึ่งแต่ละแนวทางก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน โดยวันนี้จะเปิดโอกาสให้เสนอทางเลือกอื่น ๆ เพิ่มได้อีกด้วย





