เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ลงนามความร่วมมือกับสถานประกอบการ 7 แห่ง กลุ่มอาชีพพลังงานและพลังงานทดแทน ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดย นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ตามนโยบาย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “เรียนดี มีความสุข” ที่ให้ความสำคัญกับการเรียนสายอาชีพ สร้างโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา มีทักษะตรงความต้องการของภาคธุรกิจ มีรายได้ระหว่างเรียน (Learn to Earn) จบแล้วมีงานทำ และขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอาชีวศึกษายุคใหม่ที่มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ตามแนวทาง “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” วันนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ลงนามความร่วมมือกับสถานประกอบการ 7 แห่ง กลุ่มอาชีพพลังงานและพลังงานทดแทน ได้แก่ บริษัท 89 พลัส เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด บริษัท ทีวายเค ฟิลเตอร์ส จำกัด (สำนักงานใหญ่) บริษัท โกลบอลกรีนโฮลดิ้ง จำกัด บริษัท เอชเคเค อินสตรูเมนเทชั่น เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเชีย จำกัด มหาชน บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรีโซน เอ็นเนอร์ยี่ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด
เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา โดยมีเป้าหมายสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน รวมถึงร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการทั้งในห้องเรียนและสถานประกอบการจริงด้วยการจัดการศึกษาในระบบทวิภาคี ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะวิชาชีพที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมด้านพลังงานและพลังงานทดแทนทั้งในปัจจุบันและอนาคต พัฒนาทักษะครูและครูฝึกให้เกิดความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงาน และสร้างโอกาสในการมีงานทำที่มั่นคงหลังจบการศึกษา ซึ่งระยะแรกจะมีการพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเข้าใจในระบบเทคโนโลยีด้านพลังงานมากยิ่งขึ้น และวางแผนนักศึกษาสาขาเทคนิคพลังงานและพลังงานทดแทนในการเข้าฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพร่วมกับสถานประกอบการในลำดับต่อไป
“สอศ. พร้อมเดินหน้าผลิตกำลังคนคุณภาพสูง สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของประเทศ ซึ่งจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน สำหรับความร่วมมือภายใต้ คณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ.) กลุ่มอาชีพพลังงานและพลังงานทดแทน ที่ผ่านมา สอศ. ได้ดำเนินการร่วมกับ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ในการจัดการเรียนการสอนนวัตกรรมระบบ AI และ IoT ในสถานศึกษาแล้วกว่า 20 แห่ง”นายยศพลกล่าว



รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เปิดเผยว่า วันที่ 2 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา สถาบันวิจัยแฟชั่นแห่งประเทศไทย (inFASH) ภายใต้คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)กรุงเทพได้จัดการประชุมระดมสมองเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “แนวโน้มสีและวัสดุไลฟ์สไตล์ 2027/1” เพื่อวิเคราะห์และกำหนดทิศทางของแนวโน้มสีและวัสดุไลฟ์สไตล์ เพื่อสามารถแข่งขันในเวทีระดับโลก โดยสถาบันวิจัยแฟชั่นฯ เป็นตัวแทนประเทศไทย ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนระดมสมองร่วมกับนานาชาติ ในเวที Intercolor ซึ่งเป็นองค์กรวิเคราะห์แนวโน้มสีไลฟ์สไตล์สร้างสรรค์ ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 17 ประเทศ ได้แก่ จีน เดนมาร์ก อียิปต์ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร ฮังการี อินโดนีเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น โปรตุเกส สเปน สวิสเซอร์แลนด์ ตุรเกีย สหรัฐอเมริกา และ ประเทศไทย
อธิการบดี มทร.กรุงเทพ กล่าวต่อไปว่า การประชุมนี้นำโดย ดร.สุธินี ตันอังสนากุล รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแฟชั่นแห่งประเทศไทย อาจารย์สาขาออกแบบสิ่งทอและแฟชั่น คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ มทร.กรุงเทพ และดำรงตำแหน่ง Vice President of Intercolor ที่ทำหน้าที่ผลักดันอิทธิพลความคิดสร้างสรรค์แบบไทย และแรงบันดาลจากซีกโลกใต้ที่มีบทบาทสำคัญกับกระแสโลก นอกจากนี้ในการประชุมยังมีผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและวิเคราะห์แนวโน้มสีและวัสดุในอุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของประเทศไทยในอนาคต ได้แก่ อาจารย์อ้อยใจ เลิศล้ำ หัวหน้านักวิจัยของ inFASH อาจารย์รวินพัทธ์ กีรติพัฒนธำรง นักวิจัยของ inFASH พร้อมด้วย พันธมิตรจากภาครัฐและเอกชนชั้นนำของประเทศ อาทิ Ideacolor by TOA , กรมหม่อนไหม, บริษัท ไลอ้อนประเทศไทย จำกัด, บริษัท เจมแมกซ์ อินเตอร์เทรด จำกัด, คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, CEA สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์, แบรนด์ kanzbythaitor, แบรนด์ Ordinary Jun, บริษัท 10 fingers factory and design, บริษัท Highest Textile จำกัด และบริษัท Moreloop จำกัด เป็นต้น
“การประชุมดังกล่าวไม่เพียงแต่กำหนดแนวทางสำหรับอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในผู้นำเทรนด์สีระดับสากล โดย inFASH จะนำข้อสรุปจากการระดมสมองนี้ไปใช้ในการประชุม Intercolor Trend 2027 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2568 ณ เมือง Lewes สหราชอาณาจักร ด้วย”รศ.ดร.พิชัยกล่าว
เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2568 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยถึงการดำเนินงาน ศูนย์ อาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน เทศกาลสงกรานต์ 2568 กระทรวงศึกษาธิการ โดย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ห่วงใยประชาชนที่เดินทางช่วงเทศกาล มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดตั้งจุดบริการประชาชน จำนวน 150 จุด ระหว่างวันที่ 11 ถึง 17 เมษายน 2568 เวลา 06.00 – 18.00 น. บนถนนสายหลักและสายรอง ทั่วประเทศ ว่า จากการรายงานยอดผู้ใช้บริการพักรถ 3 วันแรก (11–13 เมษายน) มีประชาชนเข้ารับบริการแล้ว 22,828 คน รับบริการพักรถกว่า 8,913 คัน โดยการบริการรถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์ ไส้กรองอากาศ และน้ำมันเครื่อง ส่วนรถจักรยานยนต์ ตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง และเปลี่ยนถ่ายมีผู้ใช้บริการมากที่สุด รองลงมาเช็คสภาพยางรถ และระบบเบรค นอกจากนี้ ยังมีประชาชนกว่า 13,915 คน รับบริการพักคน อาทิ รับเครื่องดื่มฟรี ผ้าเย็น นั่งพักผ่อน และบริการสอบถามเส้นทาง แหล่งท่องเที่ยว
“มีหลายเหตุการณ์ที่นักศึกษาอาชีวะได้ให้ความช่วยเหลือ เช่น รถพ่วง 18 ล้อแบตหมด ทีมจากวิทยาลัยการอาชีพพนมทวนเข้าให้ความช่วยเหลือจนเดินทางต่อได้ และชาวบ้านขี่จักรยานยนต์พวงข้างมาขอความช่วยเหลือ ทีมจากวิทยาลัยการอาชีพสองพี่น้อง ได้ตรวจเช็คระบบเบรก ยางรถ และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้ พร้อมคำแนะนำใช้งานอย่างปลอดภัย ซึ่งต้องขอชื่นชมและขอบคุณนักศึกษาและครูทุกคนที่ร่วมออกศูนย์อาชีวะอาสาในครั้งนี้ โดย 3 วันแรก พบว่ามีประชาชนใช้บริการอย่างต่อเนื่อง น้องๆ อาชีวะไม่เพียงให้บริการด้วยทักษะวิชาชีพ แต่ยังทำให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจในการเดินทางเพิ่มขึ้นด้วย” เลขาธิการ กอศ. กล่าวและว่า ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือค้นหาจุดบริการใกล้บ้านได้ทาง Application / LINE / Facebook / Website “อาชีวะอาสา”
เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 บาทหลวง ผศ.ดร.อภิสิทธิ์ กฤษเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณาราชบุรี ให้สัมภาษณ์ถึงการรับนักเรียนของโรงเรียนดรุณาราชบุรี ปีการศึกษา 2568 ว่า ปีนี้ เป็นอีกปีหนึ่งที่มีนักเรียนสนใจมาสมัครเข้าเรียนชั้น ม.1 เป็นจำนวนมาก ซึ่งจริง ๆ แล้ว โรงเรียนเราไม่ใช่โรงเรียนเบอร์ 1 ที่เด็กจะเลือกเข้ามาเรียน เพราะเด็กส่วนใหญ่จะไปโรงเรียนของรัฐก่อน เพราะโรงเรียนเอกชนมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เมื่อเด็กสอบเข้าไม่ได้ก็จะมาเรียนโรงเรียนเอกชน ทั้งนี้จากการสัมภาษณ์ผู้ปกครอง อยากเอาลูกมาเข้าโรงเรียนดรุณาราชบุรีมาก แต่เขาก็จะมีข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่าย ก็ต้องไปสอบเข้าโรงเรียนของรัฐบาลก่อน ทั้งที่ใจอยากให้ลูกมาเรียนกับเรา และเท่าที่สัมภาษณ์เด็ก ทุกคนอยากมาเรียนที่นี่ เพราะเรียนแล้วมีความสุข ได้ทำกิจกรรม ซึ่งเป็นผลมาจากที่เราจัดการเรียนการสอนด้วยรูปแบบ Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูง GPAS 5 Steps เด็กได้เรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติไม่ได้เรียนเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น อีกทั้งที่โรงเรียนยังมีกิจกรรมเสริมให้เด็กได้เรียน ทำให้เด็ก ๆ มีความสุขกับเพื่อนและมีความสุขในการเรียน
“ประเด็นสำคัญคือเด็กเรียนแล้วมีความสุข ไม่ต้องกดดัน ไม่ได้หมายความว่าเราไม่เน้นวิชาการ แต่ Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูง GPAS 5 Steps ช่วยให้เด็กคิดเป็นกระบวนการ พอเด็กคิดเป็นกระบวนการได้ ก็สามารถต่อยอดได้ ขณะเดียวกันก็มีครูที่เอาใจใส่ ทำให้เด็กได้รับความอบอุ่น มีครูเป็นเพื่อนร่วมทางไปกับเขาด้วย อีกอย่างคือโรงเรียนมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพราะเด็กเรียนโดยการปฏิบัติ ซึ่งโรงเรียนในเครือเราทั้งหมดใช้แนวทางเดียวกันในการจัดการเรียนการสอนมานานแล้ว แต่ในช่วงสามปีที่พ่อเข้ามารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนเราใช้ Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูง GPAS 5 Steps เต็มรูปแบบมาตลอด โดยมีสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.)เข้ามาช่วยแนะนำ อบรมครู และ เปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนการสอนใหม่ โดยผลที่ออกมา คือ ห้องปัญญาประดิษฐ์ที่เด็กเรียนด้วยโปรเจคทำให้เด็กสามารถคิดได้เอง”ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณาราชบุรี กล่าว
บาทหลวง ผศ.ดร.อภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ภาพรวมปีนี้ถือว่าเด็กมาสมัครเรียนน้อยลง เพราะจำนวนประชากรช่วงวัยลดลงโดยเฉพาะในระดับประถมศึกษาและอนุบาล แต่ระดับมัธยมศึกษายังค่อนข้างคงที่พอ ๆ กับทุกปี ทำให้ปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งที่ มีเด็ก มาสมัครชั้น ม.1 เกือบ 1,000 คน แต่รับได้แค่ห้องละ 50 คน ในห้องปกติจำนวน 9 ห้อง และห้อง AI อีก 1 ห้อง ๆละ 35 – 40 คน ซึ่งเด็กจะต้องสอบให้ได้คะแนนตามเกณฑ์ที่เราวางไว้ โดยเอาคะแนนมาเรียงลำดับรับได้จำนวนเท่าไหร่ก็เท่านั้น อย่างไรก็ตามในกรณีที่เด็กระดับปฐมวัยลดจำนวนลงทางโรงเรียนได้มีการปรับตัว โดยเตรียมการใช้การเรียนรู้แบบ Montessori มาปรับวิธีการเรียนการสอนเพื่อปูฐานให้เป็น Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูง GPAS 5 Steps ในอนาคต เพราะฉะนั้นถ้าเด็กเข้าโรงเรียนในเครือได้ตั้งแต่อนุบาลก็จะอยู่ยาวไปจนถึง ม.ปลาย และทางโรงเรียนก็ได้เตรียมแผนการเรียนระดับ ม.ปลาย โดยมีการ ทำ MOU อยู่กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศไว้แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเด็กเรียนที่นี่ก็มีโอกาสเรียนต่อมหาวิทยาลัยชั้นนำจนจบการศึกษาระดับสูงสุด

ผศ.ดร.กิตติพงษ์ กล่าวว่า คอร์สการบอบรมครั้งนี้เป็นการอบรมทางการเงิน การลงทุนอย่างเข้มข้น โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมจะได้ความรู้ทั้งทฤษฎีการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ และวิธีการสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้น่าสนใจในรูปแบบต่างๆ และยังมีโอกาสได้เข้าร่วมแข่งขัน เพื่อชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท พร้อมโอกาสในการร่วมงานกับพันธมิตรชั้นนำของผู้จัดกิจกรรมอีกด้วย โดยการแข่งขันจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ที่มีผู้ติดตามไม่เกิน 5,000 คน และ 2.Micro Influencer ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 5,000-100,000 คน ทั้งนี้ เกณฑ์การตัดสิน คือ 1.ผู้แข่งขันต้องเข้าอบรมครบ 100% 2.ส่งการบ้านตามที่กำหนด 3.ความถูกต้องของการบ้านที่ส่ง 4.รอบแรกเราจะคัดคะแนนจาก Popular Vote และ5.รอบสุดท้ายเป็นคะแนนตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
“เนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมการวางแผนการเงินและการลงทุนในทุกสินทรัพย์ ทั้งหุ้น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ และสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงเทคนิคการสร้างตัวตนออนไลน์ การทำคอนเทนต์ และการเล่าเรื่องให้น่าดึงดูด โดยจัดการอบรมระหว่างวันที่ 26 เมษายน – 28 มิถุนายน 2568 เวลา 9.00 – 16.00 น. ที่ True Digital Park โดยมีทั้งคลาสเรียน Onsite และ Online นับต่อเนื่องทุกเสาร์ไป 9 ครั้ง สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ทาง 


รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)กรุงเทพ เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 30 และการแข่งขันฝีมือคนพิการครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 22-23 มีนาคม 2568 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันในสาขาวิชาชีพที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาเยาวชนในการยกระดับฝีมือแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล ซึ่งผู้เข้าร่วมแข่งขันในแต่ละสาขาจะต้องผ่านการแข่งขันในรอบการคัดเลือกระดับภาคก่อนที่จะเข้าสู่การแข่งขันในรอบระดับประเทศ จากนั้นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในแต่ละสาขาในระดับประเทศ จะได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับอาเซียน เอเชีย และนานาชาติต่อไป
รศ.ดร.พิชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ทางสาขาเทคโนโลยีเครื่องเรือนและการออกแบบ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.กรุงเทพ ได้ร่วมกับบริษัท เคหะพลัส จำกัด สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ในการแข่งขัน และได้ส่งนักศึกษาสาขาเทคโนโลยีเครื่องเรือนและการออกแบบ เข้าร่วมการแข่งขันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ในกลุ่มสาขาอาชีพเทคโนโลยีก่อสร้างและอาคาร (Construction and Building Technology) และสาขาไม้เครื่องเรือน (Cabinetmaking) ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ผลปรากฏว่า นายสุรศักดิ์ รัตนถาวร นักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 ภาคสมทบ สาขาเทคโนโลยีเครื่องเรือนและการออกแบบ สามารถคว้ารางวัลชมเชย ได้รับเหรียญฝีมือยอดเยี่ยมสาขาไม้เครื่องเรือน ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัย และเป็นความร่วมมือในการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการกับการทำงานระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กับภาคเอกชน ในอีกทางหนึ่งด้วย



