เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ข่าวกันในโซเชียล ข้อความว่า กระทรวงศึกษาธิการเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … นั้น จริง ๆ แล้ว เรื่องนี้เกิดจากเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตนได้ประชุมร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ถึงประเด็นการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธาน ซึ่งได้ประชุมถึงปัญหาบุหรี่ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมและแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเจตนารมณ์ของ ศธ.ต้องการให้อำนาจผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือครูฝ่ายปกครองที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสถานศึกษาได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าได้ตามข้องกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ โดย ศธ.ได้ย้ำว่าการให้อำนาจผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือครูฝ่ายปกครองที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสถานศึกษาได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้านั้น จะดำเนินการเฉพาะภายในขอบเขตของสถานศึกษาเพียงอย่างเดียว ซึ่ง พณ.มีความเข้าใจและเห็นชอบในหลักการที่จะปรับแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพราะมีช่องทางที่สามารถแก้ไขระเบียบข้อบังคับตามประกาศ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557
“ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงประเด็นการจัดทำร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …กระทรวงศึกษาธิการก็ได้ให้ความเห็นไปว่า การจัดทำร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ แต่ทั้งนี้จะต้องกำหนดเงื่อนไขป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้ไปสุ่มเสี่ยงกับกับการพนันด้วย ซึ่งเป็นการให้ความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ได้ขัดข้องในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ด้วยกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานที่ให้การศึกษา แก่เด็กและเยาวชน จึงต้องมีเงื่อนไข ในการดำเนินการตามกฏหมายเดิม เพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน อย่างเคร่งครัดด้วย”ปลัด ศธ.กล่าวและว่า ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่านักข่าวต้นฉบับนี้แปลความหมายการสัมภาษณ์ตนอย่างไร เพราะมีนักข่าวหลายสำนักมาสัมภาษณ์ แต่ก็ไม่เห็นมีฉบับไหนลงเหมือนกับที่เป็นข่าว ซึ่งทำให้กระทรวงศึกษาธิการเสียหายเป็นอย่างมาก



พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบในวันนี้ พบว่าโรงเรียนได้ดำเนินการจัดสนามสอบตามแนวปฏิบัติที่กำหนด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกรณีเกิดแผ่นดินไหวอย่างมีประสิทธิภาพมาตรการที่ดำเนินการ ได้แก่ การตรวจสอบความมั่นคง แข็งแรง และความปลอดภัยของอาคารสถานที่ โดยเลือกใช้อาคารที่มีโครงสร้างแข็งแรง ปลอดภัย และไม่สูงมาก นอกจากนี้ ภายในโรงเรียนยังมีการกำหนดจุดรับ-ส่ง จุดพักคอย อาคารสอบ ทางออกฉุกเฉิน และจุดรวมพลไว้อย่างชัดเจน พร้อมประสานงานกับโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือและส่งต่อผู้ที่ต้องการการดูแลได้อย่างทันท่วงทีสำหรับสถานที่จัดสอบ ไม่ว่าจะเป็นห้องเรียนหรืออาคารอเนกประสงค์ ได้มีการเตรียมทางออกฉุกเฉิน เคลียร์สิ่งกีดขวางบนทางเดินและบันได รวมถึงห้ามวางสิ่งของบนที่สูง เพื่อลดความเสี่ยงในการร่วงหล่น โดยทุกขั้นตอนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ก่อนถึงวันสอบโรงเรียนทุกโรงที่เป็นสนามสอบได้จัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุแผ่นดินไหวแบบเสมือนจริง และในวันสอบจริงได้มีการแจ้งให้นักเรียนทราบถึงแนวปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุก่อนเริ่มการสอบ โดยภาพรวม โรงเรียนสามารถดำเนินการจัดสอบได้อย่างเรียบร้อยดี จึงขอส่งกำลังใจให้แก่นักเรียนทุกคนที่เข้าสอบในวันนี้

พร้อมกันนี้ เลขาธิการ กพฐ. ได้มอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบในพื้นที่อื่นๆ ด้วย ได้แก่ นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนวัดเขียนเขต (สพป.ปทุมธานี 2) โรงเรียนธัญรัตน์ (สพม.ปทุมธานี), นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ ณ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี (สพม.นนทบุรี) นางสาวพัชรกันย์ เมธาอัครเกียรติ รักษาการที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา และโรงเรียนสุราษฎร์ธานี (สพม.สุราษฎร์ธานี ชุมพร) รวมทั้งคณะที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญ สพฐ. ที่กระจายลงพื้นที่ ณ โรงเรียนต่าง ๆ พร้อมกันในแต่ละภูมิภาค


“ครูปฐมวัย”คาทอลิก12แห่งกว่าร้อยคนแห่อบรมปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพ พลิกโฉมเรียนรู้แนว Montessori เชื่อมโยง Active Learningพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
บาทหลวง ผศ.ดร.อภิสิทธิ์ กฤษเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณาราชบุรี ประธานฝ่ายอบรมศึกษาสังฆมณฑลราชบุรี กล่าวว่าการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการครูปฐมวัยในสังกัดโรงเรียนคาทอลิก 12 แห่งไม่ใช่แค่กิจกรรมพัฒนาครูเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการวางรากฐานใหม่ให้กับอนาคตเด็กไทย ผ่านพลังของครูที่เราเชื่อว่าเด็กเล็ก ๆ ทุกคนมีศักยภาพ และเราเชื่อมั่นว่าภายใต้การสนับสนุนของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ที่มีองค์ความรู้ในการเรียนรู้แบบ Montessori จะเชื่อมโยงสู่ Active Learning และ การพัฒนาทักษะ แห่งศตวรรษที่ 21 เช่น การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานร่วมกันทั้งหมดนี้เท่ากับเริ่มต้น จาก “การเปลี่ยนห้องเรียน” ด้วยหัวใจของครูปฐมวัยของเราที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับที่อื่น ๆ ด้วย
ด้าน บาทหลวงเดชา อาภรณ์รัตน์ หัวหน้าเขตการศึกษาที่ 6 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ กล่าวว่า ครูปฐมวัยไม่ได้แค่สอนหนังสือ แต่กำลังทำหน้าที่หล่อหลอมเด็กด้วยความเข้าใจ โดยโรงเรียนเราแม้จะเน้นวิชาการแต่ก็ไม่เคยมองข้ามการปลูกฝังคุณธรรม เมื่อนำมาเชื่อมกับ Montessori ซึ่งเน้นการพัฒนาองค์รวมของมนุษย์ ก็จะเป็นพลังที่สมดุลเกิดขึ้นระหว่างจิตใจ สติปัญญา และคุณค่าของมนุษย์คนหนึ่งได้อย่างดี ซึ่งครูปฐมวัยโรงเรียนคาทอลิกที่เข้ารับการอบรมก็กำลังเริ่มต้นเส้นทางของการเป็นแม่แบบผู้นำทางชีวิตอย่างแท้จริง เพราะการอบรมครั้งนี้จะเป็นรากฐานสู่การเรียนการสอนแบบ Active Learning เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (hands-on activities) เด็กเรียนรู้ตามความสนใจของตนเอง ครูจะมีบทบาทเป็นผู้สังเกตและให้คําแนะนํา เพื่อให้เด็กได้พัฒนาทักษะ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า ขอชื่นชมโรงเรียนในเครือคาทอลิก ที่มีการพัฒนา คุณภาพการศึกษา ถึงขั้นยกระดับการศึกษาเข้าสู่มาตรฐานโลก


พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ทำให้อาคาร สตง.ถล่ม โดยมีนักศึกษาฝึกงานจากวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด 2 ราย คือ นายศักดิ์ชัย สุมาลี และนายวรวุฒิ ตรีวุฒิ นักศึกษา ระดับชั้น ปวช.2/4 แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง สูญหายภายในอาคารพร้อมทีมช่างไฟฟ้าอีก 4 คน ยังมีความหวังในการช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุ เนื่องจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจพบสัญญาณชีพจรจากบริเวณที่คาดว่าผู้สูญหายติดอยู่
นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) กล่าวว่า ทีมกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้ประสบเหตุอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องทำงานอย่างระมัดระวังเนื่องจากโครงสร้างอาคารยังเสี่ยงต่อการถล่มซ้ำ นักศึกษาทั้งสองกำลังฝึกงานกับห้างหุ้นส่วนจำกัด สมใจ เจ้บุ๋ม การไฟฟ้า มีกำหนดฝึกงาน 1 ภาคเรียน (มีนาคม-กันยายน 2568) โดยดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วน ทั้งใบคำร้อง หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง และหนังสือตอบรับจากสถานประกอบการ โดยนักศึกษาได้ติดต่อฝึกงานผ่านญาติที่ทำงานในสถานประกอบการดังกล่าว ในการนี้วิทยาลัยได้ทำประกันอุบัติเหตุหมู่ให้กับนักศึกษาทุกคน ครอบคลุมการเสียชีวิตทุกกรณี วงเงิน 100,000 บาท โดย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) พร้อมให้การสนับสนุนทุกด้านเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วที่สุด
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) นายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) นายเกิดศักดิ์ ยะโสธร รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายขจิตพันธ์ สุวรรณสิริภักดิ์ ผอ.โรงเรียนสตรีวิทยา และเจ้าหน้าที่ ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารต่าง ๆ หลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา โดย





“จากการสำรวจรอยแตกร้าวอาคารในโรงเรียนนั้น ถือว่ามีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก เพราะความแข็งแรงของอาคารถือเป็นเรื่องสำคัญ และทำให้เกิดความมั่นใจว่าโรงเรียนของเรามีความแข็งแรง มั่นคงปลอดภัย นอกจากนี้หากพบ ครู บุคลากรทางการศึกษา หรือ นักเรียน ได้รับผลกระทบจากการเกิดแผ่นดินไหวก็ให้รีบรายงานเข้ามาทันที เพื่อที่กระทรวงศึกษาธิการจะได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุดต่อไป” รมช.สุรศักดิ์ กล่าว
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)กรุงเทพ เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา วันนี้คณาจารย์จากสาขาวิชาต่าง ๆ ของ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้แก่ วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสำรวจ วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมอุตสาหการ และวิศวกรรมไฟฟ้า ร่วมกันดำเนินการตรวจสอบอาคารสูงภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการประเมินเบื้องต้นในด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของอาคาร รวมถึงสร้างความมั่นใจให้กับนักศึกษา บุคลากร และผู้มาใช้บริการภายในมหาวิทยาลัย


