เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานเปิดการประชุมวิชาการ ระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ (อกท.) ครั้งที่ 46 ปีการศึกษา 2568 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา โดยมีนายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กราบบังคมทูลรายงาน พร้อมด้วย นาย นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กราบบังคมทูลเบิก คณะกรรมการดำเนินงาน ศิษย์เก่าดีเด่น สมาชิกดีเด่นเข้ารับพระราชทานโล่ที่ระลึก จำนวน 25 ราย และผู้ทำคุณประโยชน์ เข้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึก จำนวน 130 ราย นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ถวายสูจิบัตร และหนังสือที่ระลึก นายณัชพล ฉลูทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย พร้อมกันนี้ นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายทองอาบ บุญอาจ ประธานอำนวยการ อกท.ระดับชาติ ผู้บริหารระดับสูงสุดกระทรวงศึกษาธิการ สมาชิก อกท. 52 หน่วย และประชาชน เฝ้ารับเสด็จฯ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการ ระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (อกท.) ในพระราชูปถัมภ์ฯ ครั้งที่ 46 ความว่า ข้าพเจ้ามาปฏิบัติหน้าที่เปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ขององค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย หรือ อกท. ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 36 ยินดีที่ได้เห็นความก้าวหน้า พัฒนาการ และผลงานของสมาชิก อกท. จากการจัดการประกวดผลงานเกษตร การแข่งขันทักษะ การเชิดชูเกียรตินักเรียน นักศึกษา ทุกครั้งที่ข้าพเจ้ามาร่วมงาน ได้พบนักเรียนและนักศึกษาวิชาการเกษตร ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสามารถสูง มานำเสนอผลงานจากความคิดของตนเอง แสดงถึงพื้นฐานความรู้ที่ดี ความขยันขันแข็ง ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ และความเอาใจใส่ของครูอาจารย์ผู้สอน ตลอดจนได้พบศิษย์เก่าที่นำวิชาความรู้ไปประกอบอาชีพได้รับผลสำเร็จ ทำให้ข้าพเจ้าปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ขอให้นักศึกษาทุกคนมีความอุตสาหะในการเล่าเรียน หมั่นหาความรู้เพิ่มเติม ทั้งในชั้นเรียนและความรู้รอบตัว ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี การตลาด ความต้องการของผู้บริโภค หรือความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก เป็นต้น และสะสมความรู้ไว้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์เมื่อจะไปประกอบอาชีพ เพื่อสร้างตน สร้างครอบครัว พร้อมกับสร้างความเจริญให้แก่ชุมชนที่เป็นที่อาศัย
ได้เวลาอันควรแล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ขององค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 46 ณ บัดนี้ ขอให้การประชุมบรรลุผลสำเร็จดังที่มุ่งหมายไว้ ทั้งขอให้ผู้มาร่วมงานทุกคน มีความผาสุกสวัสดีทุกเมื่อทั่วกัน
จากนั้น กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ ไปยังโดมสัมมนาผลงานทางวิชาการ ทรงทอดพระเนตรนิทรรศการและรับฟังรายงานการสัมมนาผลงานทางวิชาการของสมาชิกองค์การฯ เรื่องการศึกษาเส้นใยจากเปลือกต้นกระถินทดแทนเส้นใหญ่ฝ้ายเพื่อเป็นวัสดุทางเลือกใหม่ในการทำผลิตภัณฑ์สิ่งทอ สมาชิก อกท. ดีเด่น จำนวน 4 ราย สมาชิกพัฒนาสังคมและบริการชุมชนดีเด่น จำนวน 8 ราย สมาชิกศิษย์เก่า อกท. ดีเด่น จำนวน 4 ราย หน่วย อกท. ดีเด่น จำนวน 4 ผลงาน นิทรรศการทางการเกษตรของสมาชิกองค์การฯ จำนวน 12 หน่วย นิทรรศการผลงานสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร นิทรรศการผลงานสมาคมครูอาชีวศึกษาเกษตรแห่งประเทศไทย นิทรรศการผลงานสำนักวิชาการเกษตรนวัต สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา จากนั้น ได้เสด็จออกจากโดมสัมมนาผลงานทางวิชาการ ไปยังพลับพลาพิธี ฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา คณะกรรมการองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ระดับชาติ คณะผู้บริหาร ครู และบุคลากรวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก และ ทรงประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังอาคารสิรินคีรี รถยนต์พระที่นั่งถึงอาคารสิรินคีรี เสด็จลงจากรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ไปทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดคลุมป้ายอาคาร “สิรินคีรี” ทรงปลูกต้นนนทรีป่า ต้นไม้ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา (จำนวน 1 ต้น)
ในการนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้ขอพระราชทานพระราชวโรกาส กราบบังคมทูลรายงานการดำเนินกิจกรรมขององค์การ และกิจกรรมการประชุมวิชาการระดับชาติ โดยสังเขปดังนี้ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ได้ดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นกลไกที่สำคัญในการพัฒนานักเรียน นักศึกษาอาชีวะเกษตร องค์การฯ ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณทรงรับไว้ในพระราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2545 เหล่าข้าพระพุทธเจ้าน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนายุวเกษตรกร เหล่าข้าพระพุทธเจ้าจะมุ่งมั่นให้การส่งเสริมสนับสนุนผู้เรียน ให้ได้เรียนรู้เทคโนโลยีการเกษตร พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และฝึกฝนให้สามารถใช้ทักษะและประสบการณ์ สร้างประโยชน์แก่ตน และแก่วงการเกษตรกรรมของประเทศต่อไป ในปัจจุบัน ปัจจัยแวดล้อมทางการเกษตรได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน การขาดแคลนทรัพยากรน้ำ การแข่งขันทางการตลาดโลก และความจำเป็นในการปรับตัวสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืน การประชุมครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ การพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตร และการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อให้ผู้เรียนและเกษตรกรไทยสามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้อย่างมั่นคง
ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อไปว่า องค์การฯ ได้นำผลสำเร็จในการสร้างสมาชิกผู้นำขององค์การฯ ทั้งในส่วนของสมาชิกปัจจุบัน และสมาชิกศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จ มาจัดแสดงเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการประชุมวิชาการครั้งนี้ และได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายภาคเอกชน ชุมชนในท้องถิ่น และบริษัทห้างร้าน เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรมให้ผู้ร่วมงาน นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และประชาชน ได้รับความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางการเกษตร อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประกอบอาชีพในอนาคต


เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า นักเรียน นักศึกษา ต้องร่วมกันคิดและสร้างสรรค์ โดยมีครูผู้สอนคอยสนับสนุนและส่งเสริมให้นำประสบการณ์จากกิจกรรมต่าง ๆ มาพัฒนาการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง พร้อมความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายและภาคเอกชน เพื่อเปิดเวทีให้ผู้เรียนได้แสดงศักยภาพด้านวิชาชีพและนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง และขอให้สมาชิกทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง สู่การเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรและสังคมภายใต้พลังแห่งความสามัคคีของ อกท. รวมพลังสร้างชาติ ไม่หยุดคิด ไม่หยุดพัฒนา เพื่อประโยชน์ของตนเอง สังคม และประเทศชาติต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานจัดให้มีกิจกรรม อาทิ การสัมมนาผลงานทางวิชาการของนักศึกษาสมาชิก อกท. ที่มีผลงานดีเด่นจากทั้ง 4 ภูมิภาค และครูทั่วประเทศ การจัดนิทรรศการทางวิชาการด้านการเกษตร จำนวน 12 เรื่อง พร้อมการสาธิตการปลูกข้าวโพดด้วยระบบน้ำหยด โดยใช้เทคโนโลยีจากประเทศอิสราเอล (ARAVA) และการปลูกพืชตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การแสดงศิลปวัฒนธรรมและนันทนาการของสมาชิก อกท. จากทั่วประเทศ การแข่งขันทักษะทางวิชาชีพกว่า 8 สาขา ครอบคลุมทักษะสาขาพืชศาสตร์ สัตวศาสตร์ ช่างกลเกษตร ประมง ศิลปะเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร บริหารธุรกิจ ทักษะพื้นฐาน และการประกวดสิ่งประดิษฐ์ทางการเกษตร จากหน่วย อกท. ทั้ง 4 ภูมิภาค
นอกจากนี้ ยังมีการเข้าร่วมกิจกรรมของสมาชิก อกท. จากต่างประเทศ ได้แก่ Future Farmers of Korea (FFK.) สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน และกลุ่มประเทศอาเซียน (Young SEA–TVET) สะท้อนความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาในระดับนานาชาติ โดยการประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-13 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้เข้าร่วมประชุมจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี หน่วย อกท. จำนวน 52 หน่วย นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาเกษตร จำนวน 2,500 คน ครูและคณะกรรมการดำเนินงาน จำนวน 600 คน และประชาชนเข้าร่วม ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เนื่องในโอกาสที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 46 ประจำปีการศึกษา 2568 ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 และในโอกาสนี้ ขอเชิญชวนประชาชน เฝ้ารับเสด็จ เวลา 9.00 น. ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย (มทร.)ครั้งที่ 40 “พระนครเกมส์” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 -15 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิด พระนครเกมส์ Go Green: Game On, Green On. ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานพิธีเปิด โดยมีดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล รักษาราชการแทนอธิการบดีราชมงคลพระนครน พล.ท.ชัยณรงค์ กิจรุ่งโรจน์เจริญ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คณะผู้บริหาร คณาจารย์จากทั้ง 9 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล นักศึกษา และนักกีฬา เข้าร่วมพิธีพร้อมเพรียง
น.ส.วราภรณ์ กล่าวว่า ดิฉันรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งได้มาเป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 “พระนครเกมส์” ในวันนี้ การกีฬาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักศึกษาในทุกสถานศึกษา ทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี ได้เรียนรู้ทักษะการพัฒนาร่างกาย อารมณ์ การอยู่ร่วมกันในสังคม และพัฒนาทักษะด้านกีฬา ให้มีมาตรฐานการแข่งขันกีฬาในระดับที่สูงขึ้น ขอให้นักกีฬาทั้ง 9 ราชมงคล แข่งขันกีฬาด้วยน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ดังคำขวัญการแข่งขันกีฬา “กีฬาสร้างคน 9 ราชมงคลสร้างสัมพันธ์
ด้านดร.ณัฐวรพล กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดการแข่งขัน ว่า การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 “พระนครเกมส์” มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสามารถทางด้านกีฬาของนักศึกษา โดยเฉพาะ ความมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย การสร้างความสามัคคี อันจะมีประโยชน์ในการพัฒนานักศึกษาให้มี สุขภาพกาย สุขภาพจิตใจที่ดี และที่สำคัญ คือ การสร้างมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทั้ง 9 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
“พระนครเกมส์ครั้งนี้ มีความตั้งใจจัดการแข่งขันกีฬาพร้อมไปกับกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม โดยได้รับความร่วมมือจาก ECOLIFE แพลตฟอร์มด้านสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมร่วมสนุกให้สะสมแต้มจากการแยกขยะ การไม่เหลือเศษอาหาร รวมทั้งบริษัท ไทยสมายล์ บัส จำกัด ได้นำรถไฟฟ้ามาใช้ในการรับ-ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน ผมคาดหวังว่า คนรุ่นใหม่ที่ได้เข้าร่วมแข่งกีฬาพระนครเกมส์จะได้รับการปลูกฝังว่า คนกับสิ่งแวดล้อมนั้นแยกจากกันไม่ได้ จากนั้นความคิดนี้จะกลายเป็นนิสัย พร้อมขยายต่อให้กว้างขวางในอนาคตข้างหน้าได้ ที่สำคัญกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมยังสอดคล้องตัวชี้วัดตามเกณฑ์มาตรฐานสากล เช่น ด้านมหาวิทยาลัยสีเขียว (UI Green Metric) และด้านมหาวิทยาลัยยั่งยืน (THE Sustainability Impact Rating) พร้อมทั้งมหาวิทยาลัยมีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) อาทิ การลดปริมาณการปล่อยก๊าซ การลดการใช้กระดาษและพลาสติก การนำกลับมาใช้ใหม่ ดังนั้นการแข่งขันกีฬาครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่จะสร้างความตระหนักรู้เรื่องความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) ให้แก่นักศึกษาและชุมชน” รักษาราชการแทนอธิการบดี ราชมงคลพระนคร กล่าว
สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 “พระนครเกมส์” จัดให้มีการแสดงแสงสี ภายใต้ชื่อชุดการแสดง The Power Of The Unity RMUT Next Lavel : พลังแห่งราชมงคล พลังแห่งโลกอนาคต นอกจากนี้ยังมีการแสดงวงออเคสตร้าเครื่องเป่า ปิดท้ายด้วยพิธีจุด คบเพลิง โดยมีนายปิยพันธุ์ รัตนะ นักกีฬาฟุตซอลทีมชาติไทย นายยุทธจักร ก้อนจันทร์ นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย นายอาทิตย์ ฉ่ำพรหมราช นักกีฬามวยสากลสมัครเล่นแชมป์ประเทศไทย นางสาวพรกมล ทองเผือก นักกีฬามวยไทย นายนพโรจน์ รวีเลิศวรรัฐ นักกีฬาฟุตซอลทีมชาติไทย และนางสาวสุทธิดา ทิศรัตน์ นักกีฬาลอนโบวล์สทีมชาติไทยร่วมวิ่งคบเพลิง


ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติในครั้งนี้นับเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เนื่องจากศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 โดยจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และฝึกทักษะด้านเกษตรกรรมแก่ประชาชน เป็นพื้นที่ต้นแบบการน้อมนำศาสตร์พระราชาไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งในด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล และการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน โดยศูนย์ฝึกฯแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติผ่านกระบวนการฝึกอบรมและการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์พืช การจัดทำแปลงสาธิต การทดลองและสาธิตวิธีการเพาะปลูกที่ปลอดภัย ไปจนถึงการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีพ สร้างอาชีพ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการขยายผลการพัฒนาทักษะอาชีพด้านเกษตรธรรมชาติไปยังศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดเครือข่ายการเรียนรู้และการพัฒนาอาชีพที่เข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง
อธิบดี สกร. ยังกล่าวด้วยว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นพันธกิจสำคัญของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและเตรียมความพร้อมให้ประชาชนสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างมั่นคง พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาในมิติความยั่งยืนที่สอดคล้องกับแนวโน้มของโลกซึ่งให้ความสำคัญกับระบบนิเวศและความร่วมมือแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วน และยังได้เน้นย้ำความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพและสถิติในระดับอำเภอและตำบล เพื่อนำไปสู่การสร้าง “เกราะคุ้มกันด้านสุขภาวะ” ให้แก่ประชาชนอย่างตรงจุด พร้อมส่งเสริมการบริโภคอาหารปลอดภัย สนับสนุนสุขภาพที่แข็งแรง และผลักดันการฝึกอาชีพด้านเกษตรกรรมให้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เพื่อให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้และมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้กล่าวขอบคุณคณะผู้บริหารและบุคลากรจากสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชลบุรี ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมฯ ตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมแรงร่วมใจสนับสนุนการจัดงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ พร้อมเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสานต่อความตั้งใจในการขับเคลื่อนงานครั้งนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เปรียบเสมือนการ “เก็บเกี่ยวผลผลิตแห่งความร่วมมือ” เพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกครัวเรือน และเป็นการสืบสานองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) กรุงเทพ เปิดเผยว่า จากการประกวดมารยาทไทย ครั้งที่ 9 ประจำปี 2569 ระดับอุดมศึกษา ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พระนครศรีอยุธยา หันตรา เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มทร.กรุงเทพ ประกอบด้วย นายพุฒิพงศ์ สุโพธ์ ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร นางสาวปิยะรัตน์ ตาแก้ว ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาการท่องเที่ยว นายธนพิชญ์ เพชรไข่ ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น และ นายณธีพัฒน์ นิธิปภากิตต์ ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น ได้รับรางวัลชนะเลิศ รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
อธิการบดี มทร.กรุงเทพ กล่าวต่อไปว่า ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความมุ่งมั่นตั้งใจของนักศึกษา และการดูแลฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิดจากอาจารย์ผู้ควบคุมทีม ได้แก่ ผศ.ธัญญาภัทร์ เลิศจันทรางกูร ผศ.ดาลัด พุกาธร และ อาจารย์สง่า นามวัตร เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของชาติ ปลูกฝังให้นักเรียนและนักศึกษาตระหนักถึงคุณค่าของมารยาทไทย อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของความเป็นไทย พร้อมทั้งพัฒนาบุคลิกภาพ การวางตน และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข สง่างาม ผ่านท่าบังคับ คือ “การถวายความเคารพแบบสากล” และท่าเลือกตามสถานการณ์ที่กำหนด สะท้อนถึงความงดงามของวัฒนธรรมไทย ควบคู่ความเหมาะสมในบริบทสากล เป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนไทย





