กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 46

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานเปิดการประชุมวิชาการ ระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ (อกท.) ครั้งที่ 46 ปีการศึกษา 2568 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา โดยมีนายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กราบบังคมทูลรายงาน พร้อมด้วย นาย นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กราบบังคมทูลเบิก คณะกรรมการดำเนินงาน ศิษย์เก่าดีเด่น สมาชิกดีเด่นเข้ารับพระราชทานโล่ที่ระลึก จำนวน 25 ราย และผู้ทำคุณประโยชน์ เข้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึก จำนวน 130 ราย นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ถวายสูจิบัตร และหนังสือที่ระลึก นายณัชพล ฉลูทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย พร้อมกันนี้ นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายทองอาบ บุญอาจ ประธานอำนวยการ อกท.ระดับชาติ ผู้บริหารระดับสูงสุดกระทรวงศึกษาธิการ สมาชิก อกท. 52 หน่วย และประชาชน เฝ้ารับเสด็จฯ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการ ระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (อกท.) ในพระราชูปถัมภ์ฯ ครั้งที่ 46 ความว่า ข้าพเจ้ามาปฏิบัติหน้าที่เปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ขององค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย หรือ อกท. ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 36 ยินดีที่ได้เห็นความก้าวหน้า พัฒนาการ และผลงานของสมาชิก อกท. จากการจัดการประกวดผลงานเกษตร การแข่งขันทักษะ การเชิดชูเกียรตินักเรียน นักศึกษา ทุกครั้งที่ข้าพเจ้ามาร่วมงาน ได้พบนักเรียนและนักศึกษาวิชาการเกษตร ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสามารถสูง มานำเสนอผลงานจากความคิดของตนเอง แสดงถึงพื้นฐานความรู้ที่ดี ความขยันขันแข็ง ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ และความเอาใจใส่ของครูอาจารย์ผู้สอน ตลอดจนได้พบศิษย์เก่าที่นำวิชาความรู้ไปประกอบอาชีพได้รับผลสำเร็จ ทำให้ข้าพเจ้าปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ขอให้นักศึกษาทุกคนมีความอุตสาหะในการเล่าเรียน หมั่นหาความรู้เพิ่มเติม ทั้งในชั้นเรียนและความรู้รอบตัว ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี การตลาด ความต้องการของผู้บริโภค หรือความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก เป็นต้น และสะสมความรู้ไว้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์เมื่อจะไปประกอบอาชีพ เพื่อสร้างตน สร้างครอบครัว พร้อมกับสร้างความเจริญให้แก่ชุมชนที่เป็นที่อาศัย

ได้เวลาอันควรแล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ขององค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 46 ณ บัดนี้ ขอให้การประชุมบรรลุผลสำเร็จดังที่มุ่งหมายไว้ ทั้งขอให้ผู้มาร่วมงานทุกคน มีความผาสุกสวัสดีทุกเมื่อทั่วกัน

จากนั้น กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ ไปยังโดมสัมมนาผลงานทางวิชาการ ทรงทอดพระเนตรนิทรรศการและรับฟังรายงานการสัมมนาผลงานทางวิชาการของสมาชิกองค์การฯ เรื่องการศึกษาเส้นใยจากเปลือกต้นกระถินทดแทนเส้นใหญ่ฝ้ายเพื่อเป็นวัสดุทางเลือกใหม่ในการทำผลิตภัณฑ์สิ่งทอ  สมาชิก อกท. ดีเด่น จำนวน 4 ราย สมาชิกพัฒนาสังคมและบริการชุมชนดีเด่น จำนวน 8 ราย สมาชิกศิษย์เก่า อกท. ดีเด่น จำนวน 4 ราย หน่วย อกท. ดีเด่น จำนวน 4 ผลงาน นิทรรศการทางการเกษตรของสมาชิกองค์การฯ จำนวน 12 หน่วย นิทรรศการผลงานสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร นิทรรศการผลงานสมาคมครูอาชีวศึกษาเกษตรแห่งประเทศไทย นิทรรศการผลงานสำนักวิชาการเกษตรนวัต สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา จากนั้น ได้เสด็จออกจากโดมสัมมนาผลงานทางวิชาการ ไปยังพลับพลาพิธี ฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา คณะกรรมการองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ระดับชาติ คณะผู้บริหาร ครู และบุคลากรวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก และ ทรงประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังอาคารสิรินคีรี รถยนต์พระที่นั่งถึงอาคารสิรินคีรี เสด็จลงจากรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ไปทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดคลุมป้ายอาคาร “สิรินคีรี” ทรงปลูกต้นนนทรีป่า ต้นไม้ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา (จำนวน 1 ต้น)

ในการนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้ขอพระราชทานพระราชวโรกาส กราบบังคมทูลรายงานการดำเนินกิจกรรมขององค์การ และกิจกรรมการประชุมวิชาการระดับชาติ โดยสังเขปดังนี้ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ได้ดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นกลไกที่สำคัญในการพัฒนานักเรียน นักศึกษาอาชีวะเกษตร องค์การฯ ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณทรงรับไว้ในพระราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2545 เหล่าข้าพระพุทธเจ้าน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนายุวเกษตรกร เหล่าข้าพระพุทธเจ้าจะมุ่งมั่นให้การส่งเสริมสนับสนุนผู้เรียน ให้ได้เรียนรู้เทคโนโลยีการเกษตร พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และฝึกฝนให้สามารถใช้ทักษะและประสบการณ์ สร้างประโยชน์แก่ตน และแก่วงการเกษตรกรรมของประเทศต่อไป ในปัจจุบัน ปัจจัยแวดล้อมทางการเกษตรได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน การขาดแคลนทรัพยากรน้ำ การแข่งขันทางการตลาดโลก และความจำเป็นในการปรับตัวสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืน การประชุมครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ การพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตร และการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อให้ผู้เรียนและเกษตรกรไทยสามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้อย่างมั่นคง

ศ.ดร.นฤมล  กล่าวต่อไปว่า องค์การฯ ได้นำผลสำเร็จในการสร้างสมาชิกผู้นำขององค์การฯ ทั้งในส่วนของสมาชิกปัจจุบัน และสมาชิกศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จ มาจัดแสดงเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการประชุมวิชาการครั้งนี้ และได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายภาคเอกชน ชุมชนในท้องถิ่น และบริษัทห้างร้าน เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรมให้ผู้ร่วมงาน นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และประชาชน ได้รับความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางการเกษตร อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประกอบอาชีพในอนาคต

สอศ. ขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอาชีวะ จัดประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 46  เชิญชวนประชาชนเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 11 ก.พ.นี้

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)จัดประชุมวิชาการองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (อกท.) ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 46 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “หลวงพ่อพุทธโสธร เขาหินซ้อนศาสตร์พระราชา มหกรรมเกษตรอินทรีย์ ปลากัดพันธุ์ดี วิถีพอเพียง” โดยการประชุมวิชาการ อกท. เป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนสายอาชีวศึกษา เป็นกำลังคนคุณภาพ มีความรู้ ทักษะ และจิตสำนึกที่ดี โดยเฉพาะด้านการเกษตร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ กิจกรรมในครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ได้แสดงผลงานทางวิชาการ ทักษะวิชาชีพ ความคิดสร้างสรรค์ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ควบคู่กับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า นักเรียน นักศึกษา ต้องร่วมกันคิดและสร้างสรรค์ โดยมีครูผู้สอนคอยสนับสนุนและส่งเสริมให้นำประสบการณ์จากกิจกรรมต่าง ๆ มาพัฒนาการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง พร้อมความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายและภาคเอกชน เพื่อเปิดเวทีให้ผู้เรียนได้แสดงศักยภาพด้านวิชาชีพและนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง และขอให้สมาชิกทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง สู่การเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรและสังคมภายใต้พลังแห่งความสามัคคีของ อกท. รวมพลังสร้างชาติ ไม่หยุดคิด ไม่หยุดพัฒนา เพื่อประโยชน์ของตนเอง สังคม และประเทศชาติต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานจัดให้มีกิจกรรม อาทิ การสัมมนาผลงานทางวิชาการของนักศึกษาสมาชิก อกท. ที่มีผลงานดีเด่นจากทั้ง 4 ภูมิภาค และครูทั่วประเทศ การจัดนิทรรศการทางวิชาการด้านการเกษตร จำนวน 12 เรื่อง พร้อมการสาธิตการปลูกข้าวโพดด้วยระบบน้ำหยด โดยใช้เทคโนโลยีจากประเทศอิสราเอล (ARAVA) และการปลูกพืชตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การแสดงศิลปวัฒนธรรมและนันทนาการของสมาชิก อกท. จากทั่วประเทศ การแข่งขันทักษะทางวิชาชีพกว่า 8 สาขา ครอบคลุมทักษะสาขาพืชศาสตร์ สัตวศาสตร์ ช่างกลเกษตร ประมง ศิลปะเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร บริหารธุรกิจ ทักษะพื้นฐาน และการประกวดสิ่งประดิษฐ์ทางการเกษตร จากหน่วย อกท. ทั้ง 4 ภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังมีการเข้าร่วมกิจกรรมของสมาชิก อกท. จากต่างประเทศ ได้แก่ Future Farmers of Korea (FFK.) สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน และกลุ่มประเทศอาเซียน (Young SEA–TVET) สะท้อนความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาในระดับนานาชาติ โดยการประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-13 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้เข้าร่วมประชุมจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี หน่วย อกท. จำนวน 52 หน่วย นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาเกษตร จำนวน 2,500 คน ครูและคณะกรรมการดำเนินงาน จำนวน 600 คน และประชาชนเข้าร่วม ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เนื่องในโอกาสที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 46 ประจำปีการศึกษา 2568 ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 และในโอกาสนี้ ขอเชิญชวนประชาชน เฝ้ารับเสด็จ  เวลา 9.00 น. ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

เปิดยิ่งใหญ่! กีฬาราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 ทัพนักกีฬา 9 มทร. ร่วมชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาฯ

​เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย (มทร.)ครั้งที่ 40 “พระนครเกมส์” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 -15 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิด พระนครเกมส์ Go Green: Game On, Green On. ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานพิธีเปิด โดยมีดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล รักษาราชการแทนอธิการบดีราชมงคลพระนครน พล.ท.ชัยณรงค์ กิจรุ่งโรจน์เจริญ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คณะผู้บริหาร คณาจารย์จากทั้ง 9 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล นักศึกษา และนักกีฬา เข้าร่วมพิธีพร้อมเพรียง
น.ส.วราภรณ์ กล่าวว่า ดิฉันรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งได้มาเป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 “พระนครเกมส์” ในวันนี้ การกีฬาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักศึกษาในทุกสถานศึกษา ทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี ได้เรียนรู้ทักษะการพัฒนาร่างกาย อารมณ์ การอยู่ร่วมกันในสังคม และพัฒนาทักษะด้านกีฬา ให้มีมาตรฐานการแข่งขันกีฬาในระดับที่สูงขึ้น ขอให้นักกีฬาทั้ง 9 ราชมงคล แข่งขันกีฬาด้วยน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ดังคำขวัญการแข่งขันกีฬา “กีฬาสร้างคน 9 ราชมงคลสร้างสัมพันธ์
ด้าน​ดร.ณัฐวรพล กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดการแข่งขัน ว่า การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 “พระนครเกมส์” มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสามารถทางด้านกีฬาของนักศึกษา โดยเฉพาะ ความมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย การสร้างความสามัคคี อันจะมีประโยชน์ในการพัฒนานักศึกษาให้มี สุขภาพกาย สุขภาพจิตใจที่ดี และที่สำคัญ คือ การสร้างมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทั้ง 9 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
“พระนครเกมส์ครั้งนี้ มีความตั้งใจจัดการแข่งขันกีฬาพร้อมไปกับกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม โดยได้รับความร่วมมือจาก ECOLIFE แพลตฟอร์มด้านสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมร่วมสนุกให้สะสมแต้มจากการแยกขยะ การไม่เหลือเศษอาหาร รวมทั้งบริษัท ไทยสมายล์ บัส จำกัด ได้นำรถไฟฟ้ามาใช้ในการรับ-ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน ผมคาดหวังว่า คนรุ่นใหม่ที่ได้เข้าร่วมแข่งกีฬาพระนครเกมส์จะได้รับการปลูกฝังว่า คนกับสิ่งแวดล้อมนั้นแยกจากกันไม่ได้ จากนั้นความคิดนี้จะกลายเป็นนิสัย พร้อมขยายต่อให้กว้างขวางในอนาคตข้างหน้าได้ ที่สำคัญกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมยังสอดคล้องตัวชี้วัดตามเกณฑ์มาตรฐานสากล เช่น ด้านมหาวิทยาลัยสีเขียว (UI Green Metric) และด้านมหาวิทยาลัยยั่งยืน (THE Sustainability Impact Rating) พร้อมทั้งมหาวิทยาลัยมีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) อาทิ การลดปริมาณการปล่อยก๊าซ การลดการใช้กระดาษและพลาสติก การนำกลับมาใช้ใหม่ ดังนั้นการแข่งขันกีฬาครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่จะสร้างความตระหนักรู้เรื่องความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) ให้แก่นักศึกษาและชุมชน” รักษาราชการแทนอธิการบดี ราชมงคลพระนคร กล่าว
สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 “พระนครเกมส์” จัดให้มีการแสดงแสงสี ภายใต้ชื่อชุดการแสดง The Power Of The Unity RMUT Next Lavel : พลังแห่งราชมงคล พลังแห่งโลกอนาคต นอกจากนี้ยังมีการแสดงวงออเคสตร้าเครื่องเป่า ปิดท้ายด้วยพิธีจุด คบเพลิง โดยมีนายปิยพันธุ์ รัตนะ นักกีฬาฟุตซอลทีมชาติไทย นาย​ยุทธ​จักร​ ก้อน​จันทร์ นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย นายอาทิตย์ ฉ่ำพรหมราช นักกีฬามวยสากลสมัครเล่นแชมป์ประเทศไทย นางสาวพรกมล ทองเผือก นักกีฬามวยไทย นายนพโรจน์ รวีเลิศวรรัฐ นักกีฬาฟุตซอลทีมชาติไทย และนางสาวสุทธิดา ทิศรัตน์ นักกีฬาลอนโบวล์สทีมชาติไทยร่วมวิ่งคบเพลิง
อย่างไรก็ตาม​การแข่งขันกีฬาพระนครเกมส์ปีนี้ ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง เช่น สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด บริษัท มาราธอน (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท บิ๊กคาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด บริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท รอแยล-ดี (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท ลูกคิดดี จำกัด บริษัทวิชั่นเน็ต จำกัด ฯลฯ ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถเข้าชมและเชียร์กีฬาได้ทุกวันของการแข่งขันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ดูรายรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://sport.rmutp.ac.th/ และ facebook เพจ กีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 “พระนครเกมส์” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองพัฒนานักศึกษา ราชมงคลพระนคร โทร 0- 2665 -3777 ต่อ 6963 และ 6508​

ก.ค.ศ.ตั้งกรรมการอ่านผลงานชุดใหม่ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพ ให้ได้คนที่มีความรู้จริง

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2569 ดร.ธนู  ขวัญเดช  เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับสัดส่วนกรรมการผู้ประเมินผลงานการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ผ่านระบบดิจิทัล หรือ DPA ว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างการอบรมคณะกรรมการผู้ประเมินชุดใหม่ ซึ่งได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการก.ค.ศ. ที่มี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการฯชุดดังกล่าว มาจากการคัดเลือกของหน่วยงานต้นสังกัดผู้ประเมิน ทั้งจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.)ดำเนินการคัดเลือกแล้วส่งรายชื่อให้ที่ประชุมคณะกรรมการก.ค.ศ.ให้ความเห็นชอบ ซึ่งเมื่อผ่านการอบรมขั้นตอนวิธีการประเมินจากก.ค.ศ.เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะสามารถเริ่มประเมินผู้ขอมีและเลื่อนวิทยฐานะได้ในช่วงเดือนพฤษภาคม นี้

“การปรับองค์ประกอบคณะกรรมการประเมินครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานของผู้ถูกประเมิน โดยผู้ประเมินต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การทำงานที่สอดคล้องกับ บริบทของผู้ถูกประเมิน และเพื่อให้เกิดความเข้าใจในหลักการทำงาน ให้การประเมินมีความถูกต้องแม่นยำ มีการให้คะแนนที่เป็นธรรมกับผู้ถูกประเมิน ทั้งนี้จำนวนคณะกรรมการผู้ประเมิน มีมากกว่า 100 คน เนื่องจาก ก.ค.ศ.ไม่ได้กำหนดว่า แต่ละหน่วยงานจะต้องส่งมาเท่าไร เพียงแต่ดูคุณสมบัติที่เหมาะสม ส่วนการคัดเลือกผู้ประเมินแต่ละรายนั้น ยังคงใช้ระบบสุ่มกรรมการผู้ประเมินเช่นเดิม เพื่อไม่ให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ” ดร.ธนู กล่าว

เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนการประเมินวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์ ว12/2564 สำหรับผู้บริหารการศึกษา คือ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา นั้น มีการเปลี่ยนกรรมการประเมินผลงานเช่นเดียวกัน โดยกรรมการที่อ่านผลงานของรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ และผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ นั้น ได้มอบหมายให้ก.ค.ศ. เป็นผู้ดำเนินการแต่งตั้ง อีกส่วนที่มีการปรับในการประเมินครั้งนี้คือ เมื่ออ่านผลงานของผู้ถูกประเมินเรียบร้อยแล้ว กรรมการผู้ประเมินที่ได้รับแต่งตั้งจากก.ค.ศ. จะต้องมานั่งประชุม เพื่อสรุปผลการประเมินที่เป็นกลาง จากเดิมที่ต่างคนต่างอ่าน และส่งผลคะแนนให้ มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก เช่น กรรมการบางรายให้คะแนนสูงเกินไป หรือกรรมการบางรายให้คะแนนต่ำเกิดไป เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม การเปิดโอกาสให้กรรมการผู้ประเมิน ได้มีโอกาสมานั่งดีเบทกัน ว่า แต่ละคนมีข้อคิดเห็นอย่างไร สุดท้ายปลายทางก็จะทำให้การประเมินมีความเสถียรมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่ต่างคนต่างให้คะแนน แล้วส่งมาที่ก.ค.ศ.แต่ไม่มีการพูดคุยกัน ทำให้ผลคะแนนมีความคลาดเคลื่อน และที่สำคัญการดำเนินการดังกล่าวก็จะสามารถแก้ปัญหาการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วย

สพฐ.ย้ำมาตรการรักษาความปลอดภัยป้องกันข้อสอบ RT รั่วก่อนวันสอบจริง

ตามที่มีประเด็นในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการส่งข้อสอบ RT ล่วงหน้า ซึ่งเกรงว่าจะส่งผลต่อการรั่วไหลของข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบและอาจจะมีการแอบนำข้อสอบไปติวให้เด็กนั้น ดร. วิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ได้สื่อสารไปถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ทั่วประเทศ ใจความว่า

เรียน ท่านผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

สพฐ. ขอนำเรียนข้อมูลการดำเนินงานการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ประจำปีการศึกษา 2568 ใน 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. การพัฒนาข้อสอบ RT

    การพัฒนาสร้างข้อสอบคู่ขนาน (Parallel Tests)  จำนวน 3 ชุด ที่มีความคู่ขนาน ดังนี้คือ

🔹โครงสร้างข้อสอบ (Test Blueprint)

🔹เนื้อหา

🔹รูปแบบคำตอบ

🔹ความยากง่าย (ที่ได้จากค่าสถิติการลงพื้นที่ทดลองข้อสอบจากโรงเรียนในและนอกสังกัดทั่วประเทศ จำนวน 2 ครั้ง)

🔹จำนวนข้อเท่ากัน (ความยาวข้อสอบเท่ากัน)

🔹ผลวิเคราะห์ความเป็นคู่ขนานของแบบสอบ พิจารณาจากค่าสถิติ (ส่วนเบี่ยงเบนค่าเฉลี่ยกำลังสองของสารสนเทศของแบบสอบ หรือที่เรียนกว่า ค่า RMSDTIF) มีค่า0.472 (ซึ่งควรมีค่าไม่เกิน 0.50)

2.แนวทางการดำเนินงานการบริหารการจัดสอบ

     ข้อสอบคู่ขนานทั้ง 3 ฉบับ จะนำไปใช้ตามแนวทางการบริหารการจัดสอบที่แตกต่างกัน ดังนี้

✅️แนวทางที่ 1  สพป. ดำเนินการจัดพิมพ์และจัดส่งให้กับโรงเรียนทุกสังกัดในเขตพื้นที่การศึกษาในวันสอบ  (มี สพป. แสดงความจำนงเลือกแนวทางที่ 1 จำนวน 124 เขต)

✅️แนวทางที่ 2 ศูนย์สอบที่บริหารการจัดสอบด้วยการส่งไฟล์ข้อสอบไปยังอีเมล์ของผอ.โรงเรียนที่เป็นสนามสอบ และ log รหัสการเข้าถึงเฉพาะบุคคลเท่านั้น (มี สพป. แสดงความจำนงเลือกแนวทางที่ 2 จำนวน 60 เขต)

✅️แนวทางที่ 3 ข้อสอบสำรอง เพื่อใช้ในกรณีจำเป็นอื่นๆ เช่น ศูนย์สอบมีเหตุสุดวิสัย ไม่สามารถสอบตรงวันสอบที่ สพฐ. กำหนดได้ หรือ เฉพาะนักเรียนที่ขาดสอบ เป็นต้น

      ⚠️หมายเหตุ⚠️ สพป. ที่เลือกแนวทางที่ 1 จะดำเนินการตามมาตรการรักษาความลับของเอกสารข้อสอบด้วยตนเองทุกขั้นตอน

     ⚠️ หมายเหตุ⚠️ สพป. ที่เลือกแนวทางที่ 2 กระจายอำนาจให้กรรมการระดับสนามสอบเป็นผู้ดำเนินการตามมาตรฐานรักษาความลับของข้อสอบ

📍ทั้งนี้ ไม่ว่าศูนย์สอบจะเลือกแนวทางใด สพฐ. มีการเน้นย้ำกับ สพป. ทุกแห่ง ยังต้องดำเนินการบริหารจัดสอบให้ได้มาตรฐานและดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อสอบทุกแนวทางอย่างเคร่งครัด และในกรณีพบความบกพร่องในการปฏิบัติงานของศูนย์สอบ/สนามสอบ ที่พบหลักฐานชัดเจน เช่น มีการส่งต่อหรือเผยแพร่ข้อสอบก่อนวันสอบ  มีการแจ้งร้องเรียนพร้อมหลักฐาน ซึ่ง สทศ. สพฐ. สามารถตรวจสอบผ่าน QR Code ที่ฝังในข้อสอบทุกฉบับว่า มาจากศูนย์สอบใด และให้ดำเนินการดังนี้

        1. ส่งหลักฐานการเผยแพร่ รูปหรือชื่อ-นามสกุล ผู้เผยแพร่ ไปยัง ผอ.กลุ่มนิเทศฯ และศึกษานิเทศก์ที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน RT เพื่อให้ศูนย์สอบดำเนินการกับบุคคลดังกล่าว

       2. ดำเนินการแจ้ง ผอ.เขต (ประธานศูนย์สอบ) เพื่อดำเนินการกับบุคคลที่เผยแพร่ข้อสอบ และสนามสอบที่ไม่ปฏิบัติตาม

      3. ผู้รับผิดชอบประจำศูนย์สอบต้องดำเนินการจัดสอบ คุมสอบ และตรวจข้อสอบด้วยตนเอง โดยใช้ข้อสอบสำรอง และส่งหลักฐานการดำเนินการดังกล่าวมายัง สทศ.สพฐ.

     4. ให้ศูนย์สอบดำเนินการกับผู้กระทำผิดและรายงานให้ สพฐ.รับทราบต่อไป

3.มาตรฐานและมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อสอบ

        1. ทั้ง 3 แนวทาง สพป. ต้องดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารการจัดสอบระดับศูนย์สอบ ควบคุมและกำกับติดตามการบริหารการจัดสอบเป็นไปด้วยความยุติธรรม เชื่อมั่น โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยมีประธานคณะกรรมการการจัดสอบ คือ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเป็นประธานศูนย์สอบโดยตำแหน่ง

       2. ทั้ง 3 แนวทางข้างต้น จะต้องดำเนินการตามเอกสารคู่มือการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT)  เพื่อเป็นแนวทางให้ศูนย์สอบนำไปดำเนินการบริหารจัดสอบทั้งระดับศูนย์สอบและสนามสอบให้มีมาตรฐาน ทั้งในด้านการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับศูนย์สอบ สนามสอบ การพิมพ์ข้อสอบ การจัดห้องสอบ การตรวจเยี่ยมสนามสอบ  การจัดส่งคะแนนสอบ  ฯลฯ  มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อสอบ ตามหลักการ ยุติธรรม เชื่อมั่น โปร่งใส และมีส่วนร่วม

       3. ข้อสอบทั้ง 3 แนวทาง ทุกฉบับและทุกหน้า ทั้งฉบับกรรมการสอบ ฉบับนักเรียน และฉบับเฉลย จะมี “QR CODE” กำกับทุกหน้า เพื่อให้สพฐ. สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อสอบได้ว่ามาจากศูนย์สอบใด ⚠️หากมีการเผยแพร่ข้อสอบก่อนวันสอบ ก็สามารถทราบได้ว่า ศูนย์สอบใดไม่ปฏิบัติตามคู่มือการบริหารการจัดสอบ (ตามข้อ2 ข้างต้น)

       4. สพฐ.  ดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับศูนย์สอบที่ดำเนินการบริหารการจัดสอบได้ตามมาตรฐานสำคัญและมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่น่าเชื่อถือ มีแนวปฏิบัติที่ดี (Good Practices) เป็นต้นแบบให้ศูนย์สอบอื่นนำแนวทางไปปรับใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการดำเนินการสอบในปีการศึกษาต่อไปให้ดียิ่งขึ้น

📍จึงเรียนมาเพื่อทราบและกำกับ ติดตาม ควบคุมการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดมาตรฐานของการจัดสอบมากที่สุด

อธิบดี สกร. เปิดงานยิ่งใหญ่ “มหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 25” สืบสานศาสตร์พระราชา ปลุกพลังเกษตรปลอดภัย ณ ศูนย์ฝึกฯ วัดญาณสังวรารามฯจ.ชลบุรี

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 25 ภายใต้แนวคิด “ปลูกดี ทำดี น้อมเกล้าฯ ถวายแม่ของแผ่นดิน” ณ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย ดร.กล้า สมตระกูล อดีตรองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และ ผู้แทนมูลนิธิ เอ็ม.โอ.เอ ไทย (MOA Thailand) ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการอื่น ๆ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความร่วมมือและการเรียนรู้ที่อบอุ่น โดยในพิธีเปิดมีการนำเสนอภาพรวมภารกิจของศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมฯ กิจกรรมการแสดงของชุมชน และการฉายวีดิทัศน์ประวัติความเป็นมาและการดำเนินงานของศูนย์ฝึกฯ ซึ่งสะท้อนบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรธรรมชาติและการพัฒนาอาชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ดร.เกศทิพย์  กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติในครั้งนี้นับเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เนื่องจากศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 โดยจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และฝึกทักษะด้านเกษตรกรรมแก่ประชาชน เป็นพื้นที่ต้นแบบการน้อมนำศาสตร์พระราชาไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งในด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล และการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน โดยศูนย์ฝึกฯแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติผ่านกระบวนการฝึกอบรมและการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์พืช การจัดทำแปลงสาธิต การทดลองและสาธิตวิธีการเพาะปลูกที่ปลอดภัย ไปจนถึงการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีพ สร้างอาชีพ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการขยายผลการพัฒนาทักษะอาชีพด้านเกษตรธรรมชาติไปยังศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดเครือข่ายการเรียนรู้และการพัฒนาอาชีพที่เข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ อธิบดี สกร. ยังได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนภารกิจของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ “สกร. เข้าไปอยู่ในใจของทุกครัวเรือน” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมกล่าวถึงการศึกษาดูงานด้านเกษตรธรรมชาติ ณ MOA ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับคณะทำงาน ซึ่งสิ่งที่สร้างความประทับใจและเป็นคำตอบสำคัญ คือการได้เห็นภาพของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ปรากฏในการนำเสนอของประเทศญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของศาสตร์พระราชาในระดับสากล และเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานของข้าราชการที่จะต้องสนองงานตามแนวพระราชดำริ โดยเฉพาะหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและชุมชนไทย

อธิบดี สกร. ยังกล่าวด้วยว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นพันธกิจสำคัญของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและเตรียมความพร้อมให้ประชาชนสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างมั่นคง พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาในมิติความยั่งยืนที่สอดคล้องกับแนวโน้มของโลกซึ่งให้ความสำคัญกับระบบนิเวศและความร่วมมือแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วน และยังได้เน้นย้ำความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพและสถิติในระดับอำเภอและตำบล เพื่อนำไปสู่การสร้าง “เกราะคุ้มกันด้านสุขภาวะ” ให้แก่ประชาชนอย่างตรงจุด พร้อมส่งเสริมการบริโภคอาหารปลอดภัย สนับสนุนสุขภาพที่แข็งแรง และผลักดันการฝึกอาชีพด้านเกษตรกรรมให้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เพื่อให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้และมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน

ดร.เกศทิพย์  ยังกล่าวด้วยความภาคภูมิใจถึงความสำเร็จของเด็กหญิงสุขพร มหาศาลเมธา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านมอตะหลั่ว อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับโลกจากการประกวดผลงานระดับนานาชาติ สะท้อนให้เห็นว่า สกร. และภาคีเครือข่ายสามารถสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้ก้าวสู่ความสำเร็จได้อย่างสง่างาม เป็นพลังแห่งความหวังที่พิสูจน์ว่า “คนของ สกร. ทำได้ในทุกภารกิจ”พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวถึงการเตรียมขยายความร่วมมือผ่านการจัดทำบันทึกข้อตกลงฉบับใหม่กับ MOA เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 โดยเน้นการวิจัยและการปฏิบัติจริงด้านเกษตรธรรมชาติ รวมถึงแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ไม่ใช้สารเคมี ภายใต้แนวคิด “จิตเป็นเกษตรกรรม ปัญญาเป็นธรรมชาติ”

ภายหลังพิธีเปิด อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้และคณะได้เยี่ยมชมกิจกรรมภายในงาน ซึ่งประกอบด้วยโซนจัดแสดงและจำหน่ายผลผลิตเกษตรธรรมชาติจากเครือข่ายเกษตรกร การสาธิตการจัดการแปลงเกษตรธรรมชาติ และการเรียนรู้เทคโนโลยีทางการเกษตร รวมถึงการเยี่ยมชมโครงการ Sweet Heritage สืบสานตำนานขนมไทย ตลอดจนผลิตภัณฑ์จากชุมชนและเครือข่ายภายในพื้นที่ศูนย์ฝึกฯ โดยกิจกรรมทั้งหมดมุ่งเน้นการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้ประชาชนสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้กล่าวขอบคุณคณะผู้บริหารและบุคลากรจากสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชลบุรี ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมฯ ตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมแรงร่วมใจสนับสนุนการจัดงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ พร้อมเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสานต่อความตั้งใจในการขับเคลื่อนงานครั้งนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เปรียบเสมือนการ “เก็บเกี่ยวผลผลิตแห่งความร่วมมือ” เพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกครัวเรือน และเป็นการสืบสานองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

การจัดงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 25 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระราชดำริและพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย พร้อมทั้งเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติและเทคโนโลยีทางการเกษตร ตลอดจนเป็นศูนย์กลางการจำหน่ายผลผลิตเกษตร ธรรมชาติสู่ผู้บริโภคโดยตรง อันจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของประชาชน และสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ขอเชิญชวนประชาชนร่วมชมงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 25 ระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมเรียนรู้ สัมผัสวิถีเกษตรธรรมชาติ และสนับสนุนผลผลิตปลอดภัยจากเครือข่ายเกษตรกรไทย พร้อมร่วมกันสืบสานศาสตร์พระราชา และขยายผลเกษตรธรรมชาติสู่พื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป

สพฐ.เดินหน้าหารือและรับฟังข้อเสนอแนะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ที่จังหวัดแพร่

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)มอบหมายให้ นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมี นายพลพิพัฒน์ วัฒนเศรษฐานุกุล ผู้อำนวยการศูนย์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา (ศนค.) ร่วมประชุมกับตัวแทนข้าราชการบำนาญครูจังหวัดแพร่ เพื่อรับฟังปัญหา สะท้อนข้อเท็จจริง และหารือแนวทางประสานงานร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ณ ห้องประชุมสำนักอำนวยการ สพฐ.

นางภัทรวรรณ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และเร่งด่วน ตามหนังสือกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ศธ 04001/ว940 ลงวันที่ 21 มกราคม 2569 เรื่อง แนวทางการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จ และเงินบำนาญ ในการชำระหนี้โดยคำนึงถึงเงินคงเหลือเพื่อการดำรงชีพ ซึ่งเป็นการดำเนินงานเชิงมนุษยธรรมควบคู่กับการจัดการเชิงระบบ ผ่านกลไก “สถานีแก้หนี้” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ครูและผู้รับบำนาญได้ร่วมพูดคุย เจรจา และออกแบบแนวทางการลดภาระหนี้เป็นรายกรณี บนหลักการ “ความสมัครใจและความยินยอมเป็นรายกรณี” ภายใต้กรอบกฎหมายและลำดับการหักหนี้ที่ถูกต้อง โดยคำนึงถึงเงินคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของเงินเดือน/รายได้ หรือไม่น้อยกว่า 6,000 บาท เป็นเป้าหมายเชิงนโยบายที่ต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านกระบวนการลดหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ตามขั้นตอนที่เหมาะสม

“มทร.กรุงเทพ”คว้ารางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาฯ ประกวดมารยาทไทยระดับอุดมศึกษา

รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) กรุงเทพ เปิดเผยว่า จากการประกวดมารยาทไทย ครั้งที่ 9 ประจำปี 2569 ระดับอุดมศึกษา ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี   ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พระนครศรีอยุธยา หันตรา เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มทร.กรุงเทพ ประกอบด้วย นายพุฒิพงศ์ สุโพธ์ ชั้นปีที่ 3   สาขาวิชาภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร  นางสาวปิยะรัตน์ ตาแก้ว ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาการท่องเที่ยว นายธนพิชญ์ เพชรไข่ ชั้นปีที่ 2  สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น และ นายณธีพัฒน์ นิธิปภากิตต์ ชั้นปีที่ 2  สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น  ได้รับรางวัลชนะเลิศ รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

อธิการบดี มทร.กรุงเทพ กล่าวต่อไปว่า ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความมุ่งมั่นตั้งใจของนักศึกษา และการดูแลฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิดจากอาจารย์ผู้ควบคุมทีม ได้แก่ ผศ.ธัญญาภัทร์ เลิศจันทรางกูร  ผศ.ดาลัด พุกาธร และ อาจารย์สง่า นามวัตร  เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของชาติ ปลูกฝังให้นักเรียนและนักศึกษาตระหนักถึงคุณค่าของมารยาทไทย อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของความเป็นไทย พร้อมทั้งพัฒนาบุคลิกภาพ การวางตน และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข สง่างาม ผ่านท่าบังคับ คือ “การถวายความเคารพแบบสากล” และท่าเลือกตามสถานการณ์ที่กำหนด สะท้อนถึงความงดงามของวัฒนธรรมไทย ควบคู่ความเหมาะสมในบริบทสากล เป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนไทย

 

สพฐ.สั่งเข้มเขตพื้นที่ฯย้ายครู ว18/2565 ต้องโปร่งใส ดำเนินการตามกติกา อุดช่องทุจริต

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2569 ดร.พิเชฐ  โพธิ์ภักดี  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติชะลอการพิจารณา ย้ายครู ผ่านระบบ TRS (Teacher Rotation System) ไว้ก่อน เพื่อปรับปรุงระบบให้มีความสมบูรณ์และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยระหว่างนี้ให้กลับไปใช้ ว18/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ไปพลางก่อน  จนกว่าระบบ TRS จะสามารถกลับมาใช้ได้ ว่า  จุดที่แตกต่างของ ว18  กับการย้ายผ่านระบบTRS คือ สามารถพิจารณาย้ายต่อเนื่อง ส่งผลให้ไม่เกิดช่องว่างในการบริหารจัดการกำลังคน ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการก.ค.ศ. ได้มีการหารือกันหลายครั้ง และเห็นว่าจะส่งผลให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เกิดขวัญกำลังใจ เพราะสามารถย้ายกลับภูมิลำเนา ดูแลครอบครัวได้

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า สำหรับการย้ายระบบTRS  ก็มีข้อดีเพียงแต่ไม่สามารถย้ายต่อเนื่องได้ ทำให้โรงเรียนต้องบรรจุครูใหม่ บางครั้งครูอยากจะย้ายกลับภูมิลำเนาก็ไม่สามารถย้ายได้ เป็นต้น ทำให้เกิดปัญหา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเสียงสะท้อนที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับฟังมา  โดยระบบต่าง ๆ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ส่วนเรื่องปัญหาการทุจริต เรียกรับเงินในการขอย้ายนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึง สพฐ.ได้กำชับไปยัง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)ให้เข้มงวดกวดขัน และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อย่าให้มีปัญหาในการเรียกเงิน เรียกทอง ทุจริตในการย้าย หากพบว่า มีการทุจริตเกิดขึ้นให้ลงโทษวินัยอย่างร้ายแรงทันที

“เรื่องการโยกย้ายผมได้กำชับไปหลายครั้งแล้วว่า อย่าให้มีปัญหาการทุจริต เรียกรับเงินเด็ดขาด เพราะฉะนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนต้องทำหน้าที่ให้ถูกต้องตามระเบียบและข้อกฎหมาย โดยเฉพาะปัจจุบันมีโซเชียลต่าง ๆช่วยสอดส่องดูแล ตรวจสอบ เชื่อว่า การทุจริตเรียกรับเงินจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ผมเชื่อมั่นว่า ตอนนี้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ และคณะอนุกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เอง ก็ระมัดระวัง และดำเนินการทุกอย่างไปตามกติกา เพื่อให้การโยกย้ายครูมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด”ดร.พิเชฐ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก ว18 สามารถอุดช่องโหว่ในเรื่องการทุจริตได้ จะเสนอให้ยกเลิกระบบTRS แล้วกลับมาใช้ ว18 ต่อเนื่องเลยหรือไม่ เลขาธิการ กพฐ.กล่าวว่า คงต้องรอดูรายละเอียด เพราะถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำ ว 18 กลับมาใช้หลังจากที่ใช้TRS มาระยะหนึ่ง โดยคิดว่า ก.ค.ศ.คงจะมีการติดตามข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบ เพื่อตัดสินใจต่อไป แต่ตอนนี้หลายฝ่ายเห็นพ้องกันว่า เมื่อระบบTRS มีข้อจำกัดก็ขอให้ไปปรับปรุงพัฒนาให้สมบูรณ์ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น

มึน! “คนในวงการศึกษา”ถูก ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งให้ถอนชื่อสมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อ เหตุขาดคุณสมบัติไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 มีประกาศจาก ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ได้เผยแพร่คำสั่งให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 28 คน จากหลายพรรคการเมือง ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ เพราะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ตามคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นต่อศาล ซึ่งปรากฎมีรายชื่อคนในแวดวงการศึกษารวมอยู่ด้วย โดยมีรายชื่อทั้งหมดดังนี้ 1. นายวุฒิไกร ศรีจันไชย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ลำดับที่ 49 2. นางสาววาเลน ชื่นโชคสันต์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ลำดับที่ 64 3. นาวาอากาศเอกปริญ ไชยเสวกวิ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ลำดับที่ 53 4. นายเปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยก้าวใหม่ ลำดับที่ 40 5. นายวิชัย แซ่เตีย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยพร้อม ลำดับที่ 4 6. นายกัมชัย อภิโชครตนกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยธรรม ลำดับที่ 7 7. นางสาวพนัชกร ตุลานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ลำดับที่ 38 8. นายปรัชวินทร์ ภาสย์วชิรานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยพร้อม ลำดับที่ 7 9. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 31 10. นางสาวชัญญพัชร์ โมอินทร์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชน ลำดับที่ 3 11. นางสาววริสรา พังงา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักชาติ ลำดับที่ 18 12. นายเทวภัทร พรมเอี่ยม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักชาติ ลำดับที่ 21 13. นายพร้อมพณ ทินวงศ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปวงชนไทย ลำดับที่ 26 14. นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ลำดับที่ 3 15. นายธนวิชญ์ พานแก้ว ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปวงชนไทย ลำดับที่ 23 16. สิบตรี สมยศ นุริตานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ลำดับที่ 17 17. นายวชิรชัย คงชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปวงชนไทย ลำดับที่ 22 18. นายเลิศบุตร บูรณะคุณาภรณ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 98 19. นายพุทธชาติ ช่วยราม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลำดับที่ 10 20. นายชญาศักดิ์ พูลทรัพย์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยชนะ ลำดับที่ 20 21. นายสมชาติ อ่อนประดิษฐ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคฟิวชัน ลำดับที่ 9 22. นายชัยนครินทร์ ศรีกุลโรจน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรวมไทย ลำดับที่ 2 23. นายโยธิน วรารัศมี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 70 24. นายไชยยศ จิรเมธากร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่ 29 25. นายไพบูลย์ ลิ่มรัตนะมงคล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคใหม่ ลำดับที่ 32 26. พลเอกเดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 10 27. นายรพี ขาวทอง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคทางเลือกใหม่ ลำดับที่ 17 และ 28. นายสมพร ขวัญเนตร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย ลำดับที่ 7 เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนในวงการศึกษาหลายคนแปลกใจว่า  ในจำนวน 28 รายชื่อดังกล่าว มีชื่อ ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 31อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ลำดับที่ 3 อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และยังเป็นประธานเครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย(ค.ร.อ.ท.)ซึ่งเป็นบุคคลในวงการศึกษา เพราะเรื่องการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งทุกครั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ก็จะรณรงค์มาโดยตลอดว่าใครไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งก็จะต้องถูกตัดสิทธิ์อย่างไรบ้าง อีกทั้ง กกต.ก็ยังให้งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการมาให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมรณรงค์การเลือกตั้งทุกปี