ประกาศ 14 รางวัล ประกวดสื่อสร้างสรรค์ส่งเสริมภาพลักษณ์ สพฐ.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)  เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)  ได้จัดโครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์ส่งเสริมภาพลักษณ์ สพฐ. หัวข้อ “เรียนดี มีความสุข” ซึ่งตอนนี้ต่อยอดมาเป็น “เรียนดี มีคุณธรรม” นั้น  กิจกรรมดังกล่าวเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีส่วนร่วมในการนำเสนอเรื่องราวการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาที่สะท้อนอัตลักษณ์และบริบทของตนเอง ผ่านสื่อประเภทคลิปวิดีโอ และภาพถ่าย โดยมีผู้ส่งผลงานและผ่านเกณฑ์ รวม 419 ผลงาน มีผู้ชนะรางวัล รวม 14 รางวัล โดยวันนี้( 26 สิงหาคม) ได้มีพิธีมอบรางวัลไปเรียบร้อยแล้ว

สำหรับผลการประกวด มีดังนี้ ประเภทคลิปวิดีโอ  รางวัลชนะเลิศ : สพม.ตาก, รองชนะเลิศอันดับ 1 : สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2, รองชนะเลิศอับดับ 2 : สพป.นครพนม เขต 1, รางวัลชมเชย : สพป.บุรีรัมย์ เขต 3 และสพม.เลย หนองบัวลำภู, รางวัล Top View : สพม.ตาก และสพป.นครพนม เขต 1

ประเภทภาพถ่าย  รางวัลชนะเลิศ : โรงเรียนบรบือ สพม.มหาสารคาม, รองชนะเลิศอันดับ 1 : โรงเรียนบ้านซำตาโตง สพป.ศรีสะเกษ เขต 4, รองชนะเลิศอันดับ 2 : โรงเรียนโยธินบูรณะ เพชรบุรี สพม.เพชรบุรี, รางวัลชมเชย : โรงเรียนสอนดี(ประชารัฐอนุสรณ์) สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 และโรงเรียนนครหลวง (พิบูลประเสริฐวิทย์) สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1, รางวัล Top Likes : โรงเรียนตากพิทยาคม สพม.ตาก และโรงเรียนบรบือ สพม.มหาสารคาม

“เทวัญ”สั่งคุรุสภาตรวจสอบครูหื่นอนาจารเด็ก ถ้าทำผิดจริงเพิกถอนใบอนุญาตฯทันที

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่มูลนิธิปวีณาได้พาผู้ปกครองเด็กนักเรียนหญิง จำนวน 3 ราย เข้าพบ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ แสนวงษ์สิริ ผกก.สภ.หนองแค จังหวัดสระบุรี เพื่อเข้าจับกุมครูอัตราจ้าง สอนวิชาภาษาอังกฤษ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หนองแค จ.สระบุรี ที่ล่วงละเมิดทางเพศบุตรสาวมานานนับปี และใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปไว้หลายครั้ง โดยจะหลอกมากระทำช่วงพักเที่ยงในห้องพักครู และข่มขู่เด็กไม่ให้บอกใคร นั้น ตอนนี้ทางสำนักงานเลขาธิการคุรุสภากำลังตรวจสอบดูว่า ครูคนดังกล่าวได้ล่วงละเมิดเด็กจริงหรือไม่ ชื่ออะไร เลขบัตรประจำตัวใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูอะไร ซึ่งต้องตรวจสอบข้อมูลกับต้นสังกัดด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าครูอัตราจ้างดังกล่าวกระทำความผิดจริงก็สามารถพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ทันที และนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาจรรยาบรรณครูเพื่อเข้าสู่กระบวนการลงโทษเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ถ้าผิดจริงก็ต้องเพิกถอนใบอนุญาตฯต่อไป

“ก่อนอื่นต้องแยกความผิดออกเป็น 2 ส่วนคือ ความผิดทางอาญาหากละเมิดเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และความผิดทางวินัย ซึ่งความผิดทางอาญาก็ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ ส่วนความผิดทางวินัยคุรุสภาก็ต้องไปดูรายละเอียดว่าครูคนดังกล่าวเข้าข่ายกระทำความผิดต้องเพิกถอนใบอนุญาตฯหรือไม่ หรือมีความผิดต้องพักใบอนุญาตชั่วคราว ซึ่งตอนนี้ผมยังไม่ได้รับรายงานจากคุรุสภา”นายเทวัญ กล่าว

สพฐ.คิดใหญ่ปรับข้อสอบทุกประเภทเพิ่มสัดส่วนอัตนัย 50% เลิกแล้วกาอย่างเดียว ทำข้อสอบต้องคิด วิเคราะห์ด้วย

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวถึงนโยบายการปรับเนื้อหาวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ว่า ขณะนี้มีความคืบหน้ามาก โดยจะให้เพิ่มเนื้อหาเรื่องภูมิศาสตร์เข้าไปด้วย เป็น ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง เพื่อต้องการปลูกฝังให้เด็กรักชาติ แต่ที่สำคัญอาจต้องไปเริ่มที่กระบวนการจัดการเรียนการสอน ต้องสอนประวัติศาสตร์ในเชิงสร้างสรรค์ให้เด็กคิด วิเคราะห์ ไม่ใช่แค่ท่องจำ เช่น กรณีที่เราเสียกรุงครั้งที่ 2 ไม่ใช่แค่จำว่าเสียกรุงเมื่อไหร่ แต่ต้องสอนให้เด็กคิดว่าทำไมเราถึงเสียกรุง ถ้าเราอยู่ในยุคนั้น เราจะทำอย่างไรให้เราไม่เสียกรุง ซึ่งตอนนี้เรากำลังปรับทั้งหลักสูตรและปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนเป็นแบบ Active Learning ให้เด็กคิด วิเคราะห์  รวมถึงต้องปลูกฝังให้เด็กรักชาติ รักสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยต้องปลูกฝังตั้งแต่เล็ก ๆ

“การเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์เราต้องมาทบทวนเนื้อหากันใหม่ ต้องให้ทันสมัย  ส่วนที่รมว.ศึกษาธิการ ต้องการให้เพิ่มสัดส่วนวิชาประวัติศาสตร์ และหน้าพลเมืองในการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 นั้น ก็อยู่ในสัดส่วนเดิมในสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา แต่จะเน้นเรื่องของภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง มากขึ้น และเท่าที่ผมดูแล้วคิดว่า คงไม่ใช่แค่สอบเข้าเท่านั้น  แต่จะใช้ในการสอบจบของเด็กด้วย เพราะถ้าเด็กเรียนแล้วไม่ได้สอบเขาก็จะไม่ตั้งใจเรียน แม้แต่การสอบบรรจุครู หรือ การเข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ ทั้งผอ. หรือ รอง ผอ.สถานศึกษา ผอ.เขตพื้นที่ฯ ก็มีข้อสอบวิชาเหล่านี้อยู่ด้วยแล้ว  นอกจากนี้ผมกำลังคิดต่ออีกว่า อาจจะต้องรื้อฟื้นข้อสอบอัตนัย โดยเพิ่มสัดส่วนข้อสอบอัตนัยในการสอบทุกประเภทเข้ามาด้วย เพราะการเขียนจะทำให้เด็กเกิดความคิด วิเคราะห์ และสังเคราะห์ แต่ถ้าเป็นข้อสอบปรนัยบางทีเด็กอาจจะไม่ได้อ่านคำถามด้วยซ้ำ กาอย่างเดียว ไม่ได้เกิดความคิด วิเคราะห์ เพราะฉะนั้นต้องทำให้ครบทั้งฟัง พูด อ่านเขียน โดยผมให้นโยบายไปแล้วให้ฝ่ายวิชาการไปคิดถึงเรื่องสัดส่วนข้อสอบระหว่างปรนัย กับ อัตนัย ซึ่งอาจจะมีความเป็นไปได้ว่าจะให้ทำ 50 : 50”เลขาธิการกพฐ.กล่าว

โผไม่พลิก “ภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย”นั่งรองเลขาธิการ กพฐ.- ภูธร-นิยม-เสริมฤทธิ์-สุรพงษ์-ภูมิพัทธ นั่งผู้ตรวจศธ.-พร้อมให้ สป.ไปทบทวนตำแหน่ง ศธภ.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอแต่งตั้ง ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงจำนวน 6 ราย ดังนี้ นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.) เป็น รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร.นิยม ไผ่โสภา รองศึกษาธิการภาค 3 ดร.สุรพงษ์ เอิมอุทัย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายเสริมฤทธิ์ หวายฤทธิ์ธนกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)และ นายภูมิพัทธ เรืองแหล่ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับตำแหน่งศึกษาธิการภาค(ศธภ.)ทั้ง 12 ตำแหน่ง นั้น สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.)จะไปศึกษาก่อน เนื่องจากมีข้อเสนอแนะจากหลายส่วนว่าภารงานมีความย้ำซ้อนกับงานผู้ตรวจราชการ และผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ประกอบกับกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติได้เสนอปรับแก้กฏหมายและให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้นเรื่องนี้ก็ขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการนำไปทบทวนก่อน

“เสมา1”ตอบชัดเหตุผล จัดตั้ง”สหกรณ์กลาง สกสค.”เป็นนโยบายรัฐบาลที่ต้องการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ไม่อุ้มหนี้เน่า ถ้า สกสค.ทำได้ก็ถือเป็นเรื่องดี

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการจัดตั้ง “สหกรณ์กลาง สกสค.” ว่า  เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)ในการดำเนินการจัดตั้งและผลักดัน  โดยรัฐมนตรีมีหน้าที่มอบนโยบาย  ช่วยนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) และช่วยชี้แจงผลักดันให้ ครม.เห็นชอบ ส่วนเรื่องการขอเงินสนับสนุนเพื่อนำมาทดแทนกรณีที่มีการลดหย่อนดอกเบี้ยให้แก่ครูที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ นั้น หากมีเหตุผลและหลักการที่ดี เชื่อว่า ครม.จะไม่ขัดข้องและพร้อมที่จะช่วย เพราะการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา โดยในจำนวนนั้นมีครูรวมอยู่ด้วย  ดังนั้นการจัดตั้งและผลักดันให้สำเร็จจึงเป็นของ สกสค. ที่มีหน้าที่ในการบริหารจัดการสวัสดิการ สวัสดิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษา

“สกสค.ต้องไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วตั้งเรื่องเข้ามา แล้วอาจารย์จะเซ็นเข้า ครม. แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ส่งกลับมา เพราะเขาตั้งเป้าว่า จะเห็นเป็นรูปเป็นร่างในประมาณเดือนกันยายน เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้( 26 สิงหาคม) น่าจะไม่ทันเสนอ ครม.”รมว.ศึกษาธิการกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตั้งสหกรณ์กลาง สกสค.มีเป้าหมายหนึ่งที่จะอุ้มหนี้เน่าของการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.)หรือไม่ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สกสค.ต้องไปกำหนดหลักเกณฑ์ว่า จะมีกลุ่มไหนบ้างที่จะเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้กับสหกรณ์กลางของ สกสค.ได้ ซึ่งจะต้องดูให้รอบคอบ และมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อแก้หนี้ส่วนนั้นแน่นอน คนที่คิดอย่างนั้นน่าจะเป็นความเข้าใจผิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันพรุ่งนี้จะมีการเสนอชื่อแต่งตั้งผู้บริหารระดับ 10 ของกระทรวงศึกษาธิการ หรือไม่ ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า คาดว่าจะได้เข้า เห็นออกข่าวไปแล้ว

“นฤมล”หนุน ไทยเข้าร่วมเครือข่ายยูเนสโก Learning Cities–Creative Cities ร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้และเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ภายใต้หัวข้อ “Learning, Sharing, and Networking for the UNESCO GNLC and UCCN Membership”โดยมี ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)และ Ms. Soohyun Kim ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ เข้าร่วม

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ในโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างราดเร็ว ความสามารถของเมืองในการปรับตัวและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องเศรษฐกิจหรือโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่รวมถึงการสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ และเมืองสร้างสรรค์ที่ยึดคนเป็นศูนย์กลางและชุมชนเป็นฐาน ตามที่เราได้ตระหนักว่า การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) คือเสาหลักในการพัฒนาที่แท้จริง ดังนั้น การเรียนรู้จึงไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องเรียน แต่เกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา และกับคน ทุกช่วงวัย การส่งเสริมการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในทุกช่วงวัย และทุกบริบทของชุมชนคือ หัวใจของการสร้างเมืองที่มีชีวิต ซึ่งเติบโตไปพร้อมกับประชาชน ทั้งนี้ ทุกคนที่นี่ล้วนเข้าใจว่า การเป็นสมาชิกเมืองภายใต้เครือข่ายของยูเนสโกไม่ได้หมายถึงการใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเท่านั้น แต่คือการดึงศักยภาพของเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทุนทางสังคม และการบูรณาการสิ่งสำคัญเพล่านี้กับการเรียนรู้ เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าที่มีความหมายและคงอยู่ต่อไป

“ในฐานะหน่วยงานหลักของชาติด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมเมืองต่าง ๆ ของไทยในการเข้าร่วมและพัฒนาภายใต้เครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ และเมืองสร้างสรรค์ พันธกิจของเราคือ สร้างความมั่นใจว่า โอกาสทางการเรียนรู้มีความครอบคลุมทั่วถึงสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และจะบูรณาการกับชุมชนทุกแห่งอย่างยั่งยืน”ศ.ดร.นฤมล กล่าวและว่า ขอบคุณกรุงเทพมหานคร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ กระทรางวัฒนธรรม สำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ สถานเอกอัครราชทูตประเทศอาเซียน +8 ผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานสำคัญนี้

ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการเสวนาวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ , นิทรรศการและการนำเสนอ Best Practice จากเครือข่าย GNLC และ UCCN เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้และเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก อย่างไรก็ตาม การประชุมสัมมนาในครั้งนี้ถือเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ การเสริมสร้างศักยภาพ และการสร้างเครือข่ายผ่านการสัมมนาและการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาการศึกษาให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงอย่างเท่าเทียม

“ครูแหม่ม”กำชับ สพฐ.เฝ้าระวังพายุคาจิกิ ดูแลครู–นักเรียน พร้อมจัดเตรียมที่พัก-เสบียง ย้ำหากจำเป็นสั่งหยุดเรียนได้ทันที

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงสถานการณ์พายุโซนร้อนคาจิกิที่อาจจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยว่า ตนได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ให้ดูแลสวัสดิภาพของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และศูนย์การศึกษาพิเศษทุกแห่ง ดูแลให้การช่วยเหลือนักเรียน ครู โรงเรียนในสังกัด รวมถึงทรัพย์สินทางราชการ ตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอุทกภัย

“กระทรวงศึกษาธิการมีความห่วงใยในความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรการศึกษาทุกคน เราไม่ต้องการให้ใครได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ จึงได้กำชับให้ สพฐ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ เตรียมมาตรการป้องกันและช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด หากเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน หรือน้ำป่าไหลหลาก โรงเรียนสามารถประกาศหยุดเรียนได้ทันที เพื่อปกป้องความปลอดภัยของเด็ก ๆ และครูเป็นสำคัญ”ศ.ดร.นฤมล กล่าวและว่านอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดจัดเตรียมสถานที่พักพิงชั่วคราวสำหรับนักเรียนและครูที่อาจได้รับผลกระทบ เพื่อให้มีที่หลบภัยที่ปลอดภัย รวมถึง เสบียงอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรคด้วย ทั้งนี้ ขอให้ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานด้านการป้องกันภัยพิบัติในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง หากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า จากการติดตามรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่รายงานสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มที่จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณภาคเหนือตอนบน ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 25 – 26 สิงหาคม 2568 นี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรง ส่วนภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 25 – 27 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กับเส้นทางเดินพายุ ได้แก่ จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา แพร่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากพายุ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม นั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)มีความห่วงใยสวัสดิภาพของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสถานศึกษาทั่วประเทศ จึงกำชับสถานศึกษาในสังกัดให้เฝ้าระวัง เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ พร้อมทั้งเน้นย้ำให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและศูนย์การศึกษาพิเศษทุกแห่ง ดูแลให้การช่วยเหลือนักเรียน ครู โรงเรียนในสังกัด รวมถึงทรัพย์สินทางราชการ ตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอุทกภัยของ สพฐ. ทั้งมาตรการระยะสั้น อาทิ วิเคราะห์ความเสี่ยงในการเดินทางของนักเรียน จัดเตรียมที่พักพิงหากจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้าย สำรวจ/ซ่อมแซมอาคาร ระบบไฟฟ้า-ประปาให้มีความพร้อม และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด หากมีเหตุจำเป็นให้ประกาศหยุดเรียนได้ทันที รวมถึงมาตรการระยะยาว แผนเผชิญเหตุ และรายงานสถานการณ์ทุกวัน พร้อมทั้งติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยได้แจ้งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งทราบด้วยว่า หากมีเหตุด่วน เหตุฉุกเฉินที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทุกเขตสามารถประสานโดยตรงมาที่ เลขาธิการ กพฐ. และทีมผู้บริหารทุกคนได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

ตามโผ “ภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย”นั่งรองเลขาธิการ กพฐ.- ภูธร-นิยม-เสริมฤทธิ์-สุรพงษ์-ภูมิพัทธ นั่งผู้ตรวจศธ.

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ได้สัมภาษณ์ผู้ที่ได้รับเทียบเชิญเพื่อให้มาแสดงวิสัยทัศน์ในการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ในตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1 ตำแหน่ง และ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ อีก 5 ตำแหน่ง เมื่อวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นั้น คณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ได้สัมภาษณ์และได้พิจารณาผู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับตำแหน่ง แล้วดังนี้ นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.) เป็น รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร.นิยม ไผ่โสภา รองศึกษาธิการภาค 3 ดร.สุรพงษ์ เอิมอุทัย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายเสริมฤทธิ์ หวายฤทธิ์ธนกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)และ นายภูมิพัทธ เรืองแหล่ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ คาดว่า ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) จะนำเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันที่ 26 สิงหาคม นี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งตามที่ ศธ.เสนอ

“ธนุ”พร้อมผู้บริหาร สพฐ.ลงตรวจเยี่ยมสนามสอบแข่งขันข้าราชการพลเรือนสามัญ สพฐ. (ส่วนกลาง)

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. นายศุภสิน ภูศรีโสม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ และผู้บริหาร สพฐ.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส่วนกลาง) เพื่อติดตามการจัดสอบและมาตรการด้านความปลอดภัยให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีคณะทำงานจากสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) ร่วมติดตามการตรวจเยี่ยม ณ อาคารศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. พร้อมคณะฯ ได้ตรวจเยี่ยมสนามสอบศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พบว่าการจัดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีคณะกรรมการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการทุจริตทุกรูปแบบ และมีมาตรการดูแลความปลอดภัยเป็นอย่างดี โดยมีผู้มีสิทธิสอบจำนวน 5,068 คน มีผู้มาเข้าสอบ 3,352 คน คิดเป็นร้อยละ 66.14 ว่าที่ร้อยตรีธนุ ได้สอบถาม พูดคุยทักทายกับผู้ที่มารอเข้าสอบ และได้กล่าวให้กำลังใจผู้เข้าสอบ พร้อมเน้นย้ำว่าการดำเนินการสอบแข่งขันเป็นไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และตรวจสอบได้ ตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้เน้นย้ำเรื่องนี้มาโดยตลอด เพื่อให้ได้ข้าราชการที่เป็นต้นแบบ มีคุณธรรมจริยธรรม และได้บุคลากรที่มีคุณภาพตอบโจทย์ภารงานของ สพฐ. ในส่วนกลางได้

สำหรับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส่วนกลาง) ได้เปิดสอบคัดเลือกใน 14 สายงาน รวม 61 อัตรา แบ่งเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการ ได้แก่ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ (4 อัตรา) นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ (2 อัตรา) นักวิชาการโสตทัศนศึกษาปฏิบัติการ (1 อัตรา) นักวิชาการตรวจสอบภายในปฏิบัติการ (1 อัตรา) นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ (1 อัตรา) นักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ (1 อัตรา) วิศวกรโยธาปฏิบัติการ (1 อัตรา) และตำแหน่งประเภททั่วไป ได้แก่ เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน (27 อัตรา) เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน (10 อัตรา) เจ้าพนักงานพัสดุปฏิบัติงาน (5 อัตรา) นายช่างโยธาปฏิบัติงาน (5 อัตรา) นายช่างเขียนแบบปฏิบัติงาน (1 อัตรา) เจ้าพนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติงาน (1 อัตรา) และเจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษาปฏิบัติงาน (1 อัตรา) โดยการสอบวันนี้เป็นการทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน และทดสอบความรู้ความสามารถเกี่ยวกับงานในตำแหน่ง โดยวิธีการสอบข้อเขียน ซึ่งจะประกาศผลการสอบภายในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ต่อไป

เคาะปฏิทินคัดเลือก ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษา ขึ้นบัญชีไว้1ปี

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้มีประกาศ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยกเว้นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอนาทวี) จำนวน 8 อัตรา โดยกำหนดให้ผู้ประสงค์สมัครเข้ารับการคัดเลือกยื่นสมัครผ่านระบบรับสมัครทางเว็บไซต์ https://hrvec.ovec.go.th  วันที่ 1  –  4 กันยายน 2568 โดยกำหนดให้ส่งใบสมัคร เอกสารประกอบการสมัคร และเอกสารสำหรับประเมินตามตัวชี้วัดและองค์ประกอบการประเมินที่กำหนดด้วยตนเอง ระหว่างวันที่ 1- 4 กันยายน 2568 ณ สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด ที่ตนเองสังกัดเท่านั้น ทั้งนี้ กรณีที่ปัจจุบันมิได้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ให้ส่งใบสมัคร เอกสารประกอบการสมัคร และเอกสารสำหรับประเมินตามตัวชี้วัดและองค์ประกอบการประเมิน ณ สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด ที่เป็นที่ตั้งหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน และจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก ภายในวันที่ 26 กันยายน 2568

สำหรับการคัดเลือก แบ่งเป็น ภาค ก ความรู้และความสามารถในการบริหารงานในหน้าที่ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ด้วยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัย  ภาค ข ความเหมาะสมกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ด้วยวิธีการประเมิน ตามตัวชี้วัด องค์ประกอบ และคะแนนการประเมินที่กำหนด แบ่งเป็น  ประวัติ และประสบการณ์ (40 คะแนน) ผลงานที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน (60 คะแนน) ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ดำเนินการด้วยวิธีการสัมภาษณ์ และการประเมิน ตามตัวชี้วัด องค์ประกอบ และคะแนนการประเมินที่กำหนด แบ่งเป็น วิสัยทัศน์และแนวทางการบริหารงาน ตามมาตรฐานตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่ ก.ค.ศ. กำหนด (50คะแนน) ทั้งนี้ ให้เขียนบรรยายตามโจทย์ที่กำหนด โดยต้องเขียนให้มีความสอดคล้อง เชื่อมโยงกัน และให้เขียนด้วยลายมือของตนเอง ในวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด และ การสัมภาษณ์ (50คะแนน)

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ สอศ.จะมีการประชุม อ.ก.ค.ศ. สอศ. เพื่อพิจารณาโยกย้ายผู้อำนวยการสถานศึกษาอาชีวศึกษาลงในตำแหน่งที่ว่างกรณีถูกดำเนินการทางวินัย และที่เลื่อนให้เข้ามาดำรงตำแหน่งผอ.สำนักต่าง ๆ ในส่วนกลางก่อน ทั้ง 8 ตำแหน่ง จากนั้นจึงจะเปิดรับสมัครคัดเลือกตามประกาศดังกล่าวในวันที่ 1-4 กันยายน โดยเปิดรับสมัครตามอัตราที่ว่างอยู่เดิม 8 ตำแหน่งและตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาที่จะว่างจากการเกษียณอายุราชการอีก 13 ตำแหน่ง รวม 21 ตำแหน่ง แต่ทั้งหมดนี้ สอศ.จะดำเนินการคัดเลือกให้แล้วเสร็จทั้ง 21 ตำแหน่ง เพื่อเรียกบรรจุและแต่งตั้งให้เสร็จสิ้นประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน หรือ ต้นเดือนธันวาคมนี้ และจะขึ้นบัญชีไว้ 1 ปี