สพฐ.ปล่อยคาราวานน้ำใจส่งความช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย – เขมร

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ได้รับมอบหมายจาก ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “คาราวานช่วยเหลือผู้ประสบภัยและลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ”
ซึ่งมีพิธีปล่อยคาราวานที่สวนวันครู อาคาร สพฐ. 1 โดยมี นายพิเชฐร์ วันทอง รองเลขาธิการ กพฐ. รวมถึงผู้อำนวยการสำนัก ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ข้าราชการ และบุคลากรของ สพฐ. ร่วมส่งแรงใจสู่พื้นที่วิกฤตทั้ง 6 จังหวัดชายแดน ได้แก่ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ สระแก้ว และตราด

ดร.พิเชฐ กล่าวว่า ขณะนี้มีโรงเรียนในพื้นที่ชายแดนได้รับผลกระทบจำนวนมากถึง 1,130 แห่ง ใน 15 เขตพื้นที่ กระทบกับนักเรียน 8,044 คน ครูและบุคลากรฯ 301 คน และมีโรงเรียน 97 แห่งถูกปรับเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับประชาชนจำนวนมาก รมว.ศึกษาธิการ จึงสั่งการให้ สพฐ. เร่งดูแลความปลอดภัยและสภาพจิตใจของนักเรียน ครู และบุคลากร โดยเน้นการจัดการเรียนรู้อย่างยืดหยุ่นภายใต้แนวคิด “เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา” พร้อมจัดกิจกรรมผ่อนคลายความเครียดในศูนย์พักพิง สำหรับคาราวานน้ำใจในครั้งนี้ สพฐ. จัดส่งถุงยังชีพ สิ่งของอุปโภคบริโภค และชุดการเรียนรู้สำหรับนักเรียน เพื่อนำไปมอบให้ผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง พร้อมขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ–เอกชน และผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือในครั้งนี้

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สพฐ.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งฟื้นฟูสถานศึกษา ดูแลความปลอดภัย และเยียวยาจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบ หวังให้ทุกฝ่ายกลับมาดำเนินชีวิตและการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

“อรรถพล” ชี้ โรงเรียนชายแดนในภาวะเสี่ยง เมื่อห้องเรียนกลายเป็นเขตภัยสงคราม

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ดร.อรรถพล สังขวาสี อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาทีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อความมั่นคงระดับประเทศเท่านั้น หากแต่เริ่มขยายวงเข้ามากระทบโดยตรงต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กไทยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน จังหวัดสระแก้ว สุรินทร์  ที่มีโรงเรียนหลายแห่งต้องสั่งปิดฉุกเฉิน ครู นักเรียน และครอบครัวอพยพหนีภัยอย่างไม่ทันตั้งตัว ขณะที่บางชุมชนไม่มีแม้แต่โอกาสในการเตรียมความพร้อมรับมือ ซึ่งความสูญเสียในสถานการณ์นี้ไม่ได้จำกัดเพียงอาคารเรียนที่อาจได้รับความเสียหาย หรือวันที่ขาดเรียนเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงความรู้้สึก “ไม่ปลอดภัย” ที่่ฝังลึกในใจของเด็ก ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการเรียนรู้้และการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ในระยะยาว โรงเรียนซึ่งควรเป็นเขตปลอดภัย (Safe Zone) สำหรับทุกคน กลับกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยที่ไม่มีหลักประกันใดว่าจะปลอดภัยจริง

“แม้ไทยจะเป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และได้ร่วมลงนามในหลักการ “Safe Schools Declaration” ที่่ประกาศร่วมกันโดยนานาประเทศเพื่อคุ้มครองสถานศึกษาจากภัยสงคราม แต่ในทางปฏิบัติ ระบบการเตือนภัย การจัดการความต่อเนื่องทางการศึกษา (Education in Emergency : EiE ) และการเยียวยาทางจิตใจให้กับเด็กและครูยังแทบไม่มีอยู่จริง  การปะทะตามแนวชายแดนครั้งนี้้จึงไม่ใช่เพียงประเด็นด้านความมั่นคง แต่คือการทดสอบ “ขีดความสามารถของระบบการศึกษาไทย” ว่าจะยืดหยุ่น ทันสถานการณ์ และเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์มากเพียงใด เมื่อมีเด็กต้องสูญเสียทั้งโอกาสในการเรียนรู้ และความรู้สึกมั่นคงในวัยเยาว์ไปพร้อมกัน “ดร.อรรถพล กล่าวและว่า น่าจะใช้โอกาสนี้ ทำแผนการศึกษาในภาวะฉุกเฉินตามกรอบของ EiE รวมทั้งกำหนด “ผู้รับผิดชอบ” ต่อการเรียนรู้้และความปลอดภัยของเด็กเหล่านี้้ในเวลาที่พวกเขาต้องการมากที่สุดให้ชัดเจน ไม่ใช่แค่เฉพาะแนวชายแดนไทย-กัมพูชา แต่แผนนี้ควรต้องรวมถึงแนวชายแดนทั่วประเทศ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการจัดการศึกษาฉุกเฉินในภาวะวิกฤตอื่น อาทิ อุทกภัย และแผ่นดินไหว เป็นต้น

สพฐ. ร่วมสร้างแรงบันดาลใจการอ่าน เพื่อค้นหา-ต่อยอดองค์ความรู้ ตามรอยพระจริยวัตร กรมสมเด็จพระเทพฯ  

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “สร้างแรงบันดาลใจจากการอ่าน เพื่อการค้นหาและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ ตามรอยพระจริยวัตร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี” โดยมี ศ.พิเศษ ดร.ธงทอง จันทรางศุ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ และ ดร.สมเกียรติ ชอบผล กรรมการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ร่วมบรรยายพิเศษ พร้อมด้วยผู้บริหารของ สพฐ. ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา คณะครูอาจารย์ นักเรียน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 และถ่ายทอดสดผ่าน OBEC Channel

ดร.พิเชฐ กล่าวว่า  “การอ่านและภาษา โดยเฉพาะภาษาไทย คือรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และอัตลักษณ์ของชาติ” ทักษะอ่านออกเขียนได้ การอ่านคล่องเขียนคล่อง รวมถึงทักษะคิดวิเคราะห์และการสื่อสาร เป็นพื้นฐานที่ช่วยต่อยอดความรู้ในสาระสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ หน้าที่พลเมือง หรือแม้แต่วิทยาศาสตร์ เพราะการอ่านที่หลากหลายช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจลึก คิดเป็น ตั้งคำถาม และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สพฐ. จึงเดินหน้าภารกิจหลักในการยกระดับทักษะภาษาไทยและส่งเสริมการอ่านให้เกิดขึ้นในทุกห้องเรียน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงเป็นแบบอย่างด้านรักการอ่าน และทรงมีพระดำรัสว่า “การอ่านเป็นกุญแจสำคัญสู่การพัฒนาคนและประเทศชาติ” ซึ่งเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวย้ำว่า การส่งเสริมการอ่านต้องอาศัยพลังร่วมจากผู้บริหาร ครู และบุคลากรการศึกษาทุกระดับ เพื่อสร้างการอ่านเชิงวิเคราะห์ บูรณาการการอ่านในทุกวิชา จัดหาสื่อคุณภาพ และสร้างสรรค์กิจกรรมการอ่านให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งประเทศเห็นความสำคัญของการอ่าน และนำไปสู่การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่เป็นรูปธรรมในโรงเรียน โดยเฉพาะการใช้ “สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ พระราชนิพนธ์” และหนังสืออื่น ๆ เป็นสื่อการเรียนรู้ที่เข้าถึงง่ายและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

“ภายในงานยังได้รับความร่วมมือจากหลายโรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวัดใหญ่ โรงเรียนเจริญดีวิทยา โรงเรียนพญาไท โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี และโรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์ นำนักเรียนร่วมจัดแสดงผลงานต่อยอดองค์ความรู้จากการอ่าน สะท้อนให้เห็นพลังของเด็กไทยที่พร้อมเติบโตด้วยทักษะการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์”ดร.พิเชฐ กล่าวและว่า การขับเคลื่อนครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ สพฐ. ในการผลักดันวัฒนธรรมการอ่านให้เป็น “วิถีแห่งการเรียนรู้” ของเยาวชนไทยอย่างแท้จริง

สกสค.ลงพื้นที่ให้กำลังใจมอบเงินช่วยเหลือครูผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการจังหวัดนครศรีธรรมราช–ตรัง 

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 ดร.พีรพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ และรับทราบความเป็นอยู่ของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ พร้อม มอบเงินช่วยเหลือให้แก่ครูผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการตามโครงการเพิ่มสวัสดิการสวัสดิภาพและสิทธิประโยชน์เพื่อการดำรงชีพ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และลดภาระค่าใช้จ่าย รวมถึงสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครอบครัวครู โดยการเยี่ยมให้กำลังใจครูครั้งนี้ เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. มอบเงินช่วยเหลือให้แก่ครูผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 4 ราย รายละ 2,000 บาท ดังนี้ นายสรสิทธิ์ ศรีบัว, นางสาวสำลี แก้วเฉย, นายอำนวย อินนุพัฒน์ และนายสุชาติ สุขคง

นอกจากนี้ ดร.พีระพันธ์ ได้มอบหมาย ดร.สุชาติ กลัดสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ลงพื้นที่จังหวัดตรังเพื่อติดตามสถานการณ์และเยี่ยมให้กำลังใจครูผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการในพื้นที่ และมอบเงินช่วยเหลือครูผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการ จำนวน 2 ราย ได้แก่ ครูอุไรวรรณ ศรีสมบัติ และครูไกรสิงห์ กันตังกุล

สำหรับโครงการเพิ่มสวัสดิการสวัสดิภาพและสิทธิประโยชน์เพื่อการดำรงชีพ จะดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ครูผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการมีจำนวนทั้งสิ้น 1,500 ราย เป็นเงินจำนวน 3,000,000 บาท

สอศ.ระดมเครือข่ายอาชีวะ รับมือสถานการณ์ชายแดนไทย–เขมร “ยศพล”ย้ำข้อสั่งการ รมว.ศธ. ปลอดภัยต้องมาก่อน

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยถึงมาตรการดูแลสถานศึกษาในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา หลังเกิดเหตุความไม่สงบเป็นระยะ ว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ได้ยกระดับการเฝ้าระวังตามข้อสั่งการของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งด้านความปลอดภัย การจัดการเรียนการสอน และการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด

เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า รมว.ศึกษาธิการ ได้เน้นย้ำให้สอศ. ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักเรียน–ครู–บุคลากร พร้อมจัดมาตรการรองรับในทุกจังหวัดที่อยู่ในรัศมีใกล้แนวปะทะ ซึ่งในหลายพื้นที่สถานศึกษาได้จัดให้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว โรงครัว จุดสนับสนุนภารกิจทหารและฝ่ายปกครอง รวมถึงศูนย์บัญชาการระดับอำเภอ และจัดการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ในรูปแบบ Hybrid (ออนไลน์–ออนไซต์) และออนไลน์

จากการรายงานพื้นที่ล่าสุดที่ได้รับผลกระทบ 6 จังหวัด (สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สระแก้ว ตราด) มีสถานศึกษาร่วมทำระบบไฟฟ้าในพื้นที่และโรงครัวพระราชทานที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จัดบุคลากรสนับสนุนการแจกจ่ายยุทธภัณฑ์ของทหาร รวมถึงผลิตอุปกรณ์กู้ระเบิดและชุดเสริมเกราะ เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 7 แห่ง ศูนย์บัญชาการระดับอำเภอ และโรงครัว ซึ่งในบางพื้นที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง แต่ยังสามารถจัดการเรียนได้ตามปกติ ในพื้นที่โซนเสี่ยงแนวปะทะประกาศหยุดเรียนชั่วคราว และปรับจัดการเรียนเป็นรูปแบบออนไลน์ โดย สอศ. ได้กำชับเตรียมความพร้อมในทุกมิติ ปรับแผนเผชิญ เช่น ศูนย์พักพิงชั่วคราว จุดลงทะเบียนผู้พักพิงร่วมกับฝ่ายปกครอง ประสานทีมแพทย์ประจำศูนย์จัดทีมครู นักศึกษาอาชีวะทำอาหาร-งานครัว รวมถึง Fix it – อาชีวะจิตอาสา เพื่อบริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าซ่อมอุปกรณ์เกษตร

“ภารกิจครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานพื้นที่ โดย สอศ.พร้อมสนับสนุนกำลังคนอาชีวะทุกสาขา เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่และดูแลประชาชนในช่วงสถานการณ์วิกฤติ พร้อมติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อขยายการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที โดยขณะนี้ ยังไม่รับรายงานความเสียหายของสถานศึกษา แต่ยังคงให้สำรวจความปลอดภัยของนักเรียน นักศึกษา ครู บุคลากร และรายงานกลับมายัง สอศ. ทันที”เลขาธิการกอศ.กล่าวและว่า สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่และใกล้เคียงนั้น สอศ.ได้กำหนดการให้บริการ ถึงวันที่ 10 ธันวาคม จากนั้นให้ สอจ.สงขลา และใกล้เคียงดำเนินการเพิ่มเติมจนกว่าจะแล้วเสร็จ

 

 

ประกาศแล้ว… ศธ.รับสมัครคัดเลือกผู้บริหารระดับต้น 9 ตำแหน่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ www.moe.go.th ได้มีการเผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ในสายงานบริหาร สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง รับสมัครคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ในสายงานบริหาร สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามโดย ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือก ฯ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 จำนวน 2 ประกาศ รวม 9 ตำแหน่ง ได้แก่ รองศึกษาธิการภาค 3 ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) 2 ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) 1 ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) 1 ตำแหน่ง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) 1 ตำแหน่ง และ รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) 1 ตำแหน่ง โดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 18 -26 ธันวาคม 2568

ประกาศรับสมัครบริหารต้น-รอง-ศธภ

ประกาศรับสมัครบริหารต้น-ส่วนกลาง

สพฐ.เร่งดูแลโรงเรียนประสบภัยบริเวณชายแดน และน้ำท่วม เตรียมลงพื้นที่อีสานใต้ 12 ธ.ค. มอบถุงยังชีพ–ชุดการเรียนรู้ พร้อมย้ำจัดซื้อหนังสือเรียนปี 69 ต้องโปร่งใส ถูกระเบียบ ห้ามสั่งของก่อนการอนุมัติจัดซื้อเด็ดขาด 

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ครั้งที่ 46/2568 โดยมีนายพิเชฐร์ วันทอง และดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการ กพฐ. ร่วมประชุม พร้อมผู้บริหารเขตพื้นที่ในจังหวัดประสบภัยภาคใต้ 15 จังหวัด และพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา 6 จังหวัด รวมถึงผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ ของ สพฐ. ทั้งในห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์

ดร.พิเชฐ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า สถานการณ์พื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีโรงเรียนปิดการเรียนการสอน 988 แห่ง ใน 14 เขตพื้นที่ และโรงเรียน 22 แห่งถูกใช้เป็นศูนย์พักพิงร่วมกับชุมชน ขณะนี้มีประชาชนทยอยเข้าพัก สพฐ. จึงสั่งเดินหน้าการจัดการเรียนรู้อย่างยืดหยุ่นตามแนวคิด “เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา” พร้อมจัดกิจกรรมบรรเทาความเครียดแก่เด็กในศูนย์พักพิง และเตรียมจัดส่งถุงยังชีพ–ชุดการเรียนรู้ลงพื้นที่ โดยคณะผู้บริหารส่วนกลางจะลงพื้นที่อีสานใต้วันที่ 12 ธันวาคมนี้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ส่วนพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย โรงเรียนได้รับผลกระทบ 984 แห่ง และเคยใช้เป็นศูนย์พักพิง 252 แห่ง ซึ่งปิดลงแล้วทั้งหมด โรงเรียนส่วนใหญ่กลับมาเปิดเรียนตามปกติ เหลือเพียงบางแห่งที่ยังคงจัดการเรียนรู้ผ่านออนไลน์ สพฐ. อยู่ระหว่างฟื้นฟู เยียวยา และจัดหาเครื่องแบบ หนังสือ และอุปกรณ์เรียนทดแทนที่สูญหาย พร้อมอนุโลมให้นักเรียนแต่งชุดทั่วไปมาเรียนได้ชั่วคราว นอกจากนี้ยังเน้นให้โรงเรียนยืดหยุ่นเรื่องวันเรียนและการประเมินผล โดยไม่จำเป็นต้องเรียนครบ 200 วัน สามารถประเมินจากผลงานหรือกิจกรรมได้ตามความเหมาะสม

เลขาธิการ กพฐ. ยังได้กล่าวถึงการจัดซื้อหนังสือและครุภัณฑ์โดยย้ำว่า ต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ถูกต้องตามระเบียบ และต้องมีกระบวนการมีส่วนร่วมจากครู ผู้ปกครอง และกรรมการสถานศึกษาอย่างครบถ้วน  ห้ามสั่งของก่อนการอนุมัติจัดซื้ออย่างเด็ดขาด ส่วนการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 สพฐ.เตรียมจัดกิจกรรมทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อมอบความสุขให้เด็กกว่า 6 ล้านคน รวมถึงนำผลงานนักเรียนร่วมกิจกรรมตักไข่ในงานกาชาด เพื่อนำรายได้สมทบการกุศลอีกด้วย

คืบหน้าถวายพระราชสมัญญา “สิริพัฒนวิทยราช” พระราชาผู้ทรงพัฒนาการศึกษาให้เจริญรุ่งเรือง เฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ 10

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ครั้งที่ 2  ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยภายหลังการประชุม นายองอาจ เปิดเผยว่า การประชุมในครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าร่างประกาศถวายพระราชสมัญญาเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 ได้ให้ความเห็นชอบร่างประกาศถวายพระราชสมัญญาเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมมอบหมายฝ่ายเลขานุการนำส่งสำนักงานราชบัณฑิตยสภา พิจารณาตรวจสอบความถูกต้องของถ้อยคำและสาระสำคัญ

“สาระสำคัญของการประชุมในวันนี้ คือ การพิจารณาพระราชสมัญญา “สิริพัฒนวิทยราช” (สิ-หริ-พัด-วิด-ทะ-ยะ-ราด) ซึ่งมีความหมายว่า พระราชาผู้ทรงพัฒนาการศึกษาให้เจริญรุ่งเรือง สอดคล้องกับร่างประกาศถวายพระราชสมัญญาฯ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างประกาศถวายพระราชสมัญญาเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งได้รับการปรับแก้เรียบร้อยแล้ว พร้อมมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา นำเสนอเรื่องเข้าสู่กระบวนการเสนอคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป” รมช.ศึกษาธิการกล่าว

ตามโผ ครม.แต่งตั้ง 5 ผู้ตรวจฯศธ. “คมกฤช- ธรรมพร-จีรนันท์-เอกราช-ยุพิน”

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568  ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันนี้ ที่ประชุมได้ เห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ จำนวน 5 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ได้แก่ นายคมกฤช จันทร์ขจร รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.)   นางธรรมพร แข็งกสิการ รองศึกษาธิการภาค 2 รักษาการในตำแหน่ง ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค   นางจีรนันท์ เพ่งพินิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)   นายเอกราช ชวีวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)   และนางยุพิน บัวคอม รองอธิบดี สกร.

ชายแดนไทย–กัมพูชายังตึงเครียด “อ.แหม่ม“ สั่งเปิดโรงเรียนเป็นศูนย์พักพิง 22 จุด เผยปิดเรียนชั่วคราวแล้ว 990 แห่ง ใน 6 จังหวัด พร้อมย้ำความปลอดภัยของเด็กและบุคลากรมาอันดับแรก

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ธันวาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่เกิดการปะทะอย่างต่อเนื่องในหลายจุด ส่งผลให้ชุมชนพื้นที่ชายแดนต้องเฝ้าระวังสูงสุด โรงเรียนจำนวนมากได้รับผลกระทบโดยตรง ต้องหยุดการเรียนการสอนชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรในสังกัด โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า สถานศึกษาที่สั่งปิดเรียนชั่วคราวมีทั้งสิ้น 990 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สระแก้ว อุบลราชธานี และตราด ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ใกล้แนวปะทะและเสี่ยงต่อสถานการณ์ความไม่สงบ ตนได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดต่าง ๆ เปิดโรงเรียนเป็นศูนย์พักพิงให้แก่บุคลากรทางการศึกษา รวมถึงเด็กนักเรียนและประชาชนในพื้นที่แล้วรวม 22 แห่ง สามารถรองรับประชาชนได้สูงสุด 14,280 คน ซึ่งทุกศูนย์มีการเตรียมพร้อมเครื่องนอน อาหาร น้ำดื่ม ระบบไฟฟ้า ห้องสุขา และพื้นที่ดูแลเด็กเล็กอย่างเต็มที่

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อไปว่า กระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่บูรณาการร่วมกับฝ่ายความมั่นคง อปท. และภาคีเครือข่ายในทุกระดับ เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพนักเรียนและครูอย่างใกล้ชิด รวมถึง ศธ.ได้เตรียมระดมทรัพยากรไปสนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยง ทั้งอาหาร เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ฉุกเฉิน ตลอดจนทีมดูแลด้านจิตใจให้เด็กและครู เพื่อบรรเทาความเครียดจากสถานการณ์ และสร้างความมั่นคงด้านสวัสดิภาพในระยะยาว

“ดิฉันขอขอบคุณครู–อาจารย์ และบุคลากรการศึกษาทุกท่าน ที่ยังคงทำหน้าที่ดูแลนักเรียนและประชาชนในศูนย์พักพิง แม้ในสถานการณ์ยากลำบาก ก็ยังคงยืนหยัดเพื่อเด็ก ๆ ขอให้ทุกคนรักษาความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เราจะสนับสนุนทุกด้านอย่างเต็มที่ และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่กำลังปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าเพื่อความปลอดภัยของประชาชน” ศ.ดร.นฤมล กล่าว